ปี 1953 หลังสงครามเกาหลีจบลง GDP ต่อหัวของประเทศนี้อยู่ที่ประมาณ 67 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต่ำกว่าโซมาเลียและเฮติ ประเทศที่ยังติดอันดับยากจนที่สุดในโลกจนถึงทุกวันนี้ พูดง่าย ๆ คือเกาหลีใต้ตอนนั้นจนกว่าประเทศที่จนที่สุดในโลกยุคนี้เสียอีก ทั้งประเทศแทบไม่เหลืออะไรนอกจากซากปรักหักพังและความช่วยเหลือจากต่างชาติ

ผ่านไป 73 ปี ประเทศเดียวกันนี้กลายเป็นบ้านของ Samsung และ SK Hynix สองบริษัทที่ผลิตชิปหน่วยความจำรวมกันเกือบ 2 ใน 3 ของทั้งโลก ซึ่งชิปหน่วยความจำคือชิ้นส่วนที่คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ใช้เก็บและประมวลผลข้อมูล และเป็นสิ่งที่ AI ทุกตัวต้องใช้ในการเทรนและรันโมเดล ยิ่ง AI ฮิตมากเท่าไหร่ ทั้งโลกก็ยิ่งต้องการชิปพวกนี้มากขึ้นเท่านั้น เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2026 รัฐบาลเกาหลีใต้จับมือสองบริษัทนี้ประกาศทุ่มเงิน 518,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก้อนเดียว สร้างโรงงานผลิตชิปเพิ่ม โดยประธานาธิบดีเกาหลีใต้เรียกมันว่าการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของชาติ
เส้นทางแรกของเกาหลีใต้เริ่มปี 1961 เมื่อ Park Chung-hee นายพลที่ยึดอำนาจด้วยการรัฐประหาร เริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับแรกในปี 1962 รัฐบาลเลือกไม่ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานเอง แต่จับมือกับตระกูลธุรกิจขนาดใหญ่ไม่กี่ตระกูลที่ภายหลังถูกเรียกรวมกันว่า ชาโบล (chaebol) เช่น Samsung, Hyundai, LG อัดฉีดเงินกู้และสิทธิพิเศษให้กลุ่มนี้ไปสร้างอุตสาหกรรมส่งออกแทนประเทศ
จากจุดนั้นเศรษฐกิจเกาหลีโตเฉลี่ย 8-9% ต่อปี ติดต่อกันเกือบ 30 ปี ภาคเกษตรที่เคยเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP หดเหลือไม่ถึง 3% ภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษ ประเทศไล่เปลี่ยนอุตสาหกรรมหลักทีละสเต็ป จากสิ่งทอ ไปเหล็กและต่อเรือ ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วงเวลานี้เองที่โลกเรียกมันว่า ปาฏิหาริย์แม่น้ำฮัน (Miracle on the Han River) ตามชื่อแม่น้ำที่ไหลผ่านกรุงโซล
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดปี 1983 เมื่อ Lee Byung-chul ผู้ก่อตั้ง Samsung ประกาศสิ่งที่ภายหลังถูกเรียกว่า Tokyo Declaration ว่าบริษัทจะกระโดดเข้าสู่ธุรกิจ DRAM ชิปหน่วยความจำชนิดหนึ่งที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องมี ทั้งที่ตอนนั้นเทคโนโลยียังตามหลังคู่แข่งญี่ปุ่นกว่าสิบปี
Samsung ผลิตชิปตัวแรกได้ภายใน 10 เดือนหลังประกาศ และใช้เวลาไม่ถึง 10 ปีแซง Toshiba ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกด้าน DRAM ในปี 1992 และปีถัดมาเกาหลีผลิต DRAM มากกว่าบริษัทญี่ปุ่นทั้งหมดรวมกัน นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นเจ้าตลาดชิปหน่วยความจำของโลกมาจนถึงทุกวันนี้
ธันวาคม 1996 เกาหลีใต้เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 29 ของ OECD กลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วที่มีสมาชิกอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และประเทศในยุโรปตะวันตก การเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มนี้คือจุดที่โลกยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเกาหลีใต้พัฒนาแล้ว นับจากปี 1953 ที่ยังจนกว่าโซมาเลีย ใช้เวลาไป 43 ปี กว่าจะมาถึงจุดนี้ GDP โตขึ้น 12 เท่า รายได้ต่อหัวโตขึ้น 7 เท่า
เทียบกับเส้นทางที่สอง หลัง ChatGPT เปิดตัวปลายปี 2022 กระแส generative AI หรือ AI ที่สร้างข้อความ รูปภาพ วิดีโอได้เองก็ระเบิดไปทั่วโลก ทำให้ความต้องการชิปหน่วยความจำความเร็วสูงที่เรียกว่า HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งใช้ในเซิร์ฟเวอร์ AI โดยเฉพาะ พุ่งทะยานตั้งแต่ราวปี 2023 นับจากจุดนั้นถึงวันที่เกาหลีประกาศเดิมพันก้อนใหม่มูลค่า 518,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2026 ใช้เวลาแค่ราว 3 ปี สั้นกว่าเส้นทางแรกเกือบ 15 เท่า
29 มิถุนายน 2026 ประธานาธิบดี Lee Jae Myung ยืนเคียงข้าง Lee Jae-yong ประธาน Samsung Electronics และ Chey Tae-won ประธาน SK Group ประกาศแผนลงทุนรัฐร่วมเอกชนมูลค่าราว 518,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

Samsung และ SK Hynix ซึ่งรวมกันผลิตเมมโมรีชิปเกือบสองในสามของโลก จะสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่บริษัทละ 2 แห่งที่เมือง Gwangju ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ห่างจากฐานผลิตเดิมแถบ Gyeonggi ทางใต้กรุงโซล แต่ละบริษัทลงเงินราว 400 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 260,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป้าหมายคือเพิ่มกำลังผลิตเมมโมรีชิปของประเทศให้ได้ 2 เท่าภายใน 5 ปี โรงงานคาดว่าจะเสร็จช่วงกลางทศวรรษ 2030s
ถ้านับรวมโครงการที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า Samsung กับ SK Hynix ผูกพันเงินลงทุนสะสมไว้แล้วถึง 3,200 ล้านล้านวอน หรือราว 2.07 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
Lee เรียกแผนนี้ว่าการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ บนแกนสามเสาหลัก ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์, Physical AI และ Data Center เขากล่าวในการแถลงข่าวว่าประเทศต้องยึดครององค์ประกอบหลักของ AI ให้เร็วกว่าประเทศอื่นทุกแห่ง
นอกจากโรงงานชิป รัฐบาลเกาหลีจัดสรรเงินอีกก้อนแยกต่างหาก 550 ล้านล้านวอน ไปสร้าง Data Center สำหรับ AI จำนวน 3 แห่ง โดยมี SK, GS และ Naver ร่วมลงทุนด้วย เป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเริ่มต้นที่ 8.4 กิกะวัตต์ ตัวเลขระดับที่เทียบเท่ากับความต้องการไฟของเมืองขนาดกลางทั้งเมือง
นี่คือสิ่งที่ทำให้แผนนี้ต่างจากการลงทุนโรงงานทั่วไป มันคือการวางโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิตชิป ไปจนถึงที่ที่ชิปเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้งานจริงในศูนย์ข้อมูล ผูกทั้งห่วงโซ่ไว้ในประเทศเดียว
รายงานจาก Bloomberg
เงินก้อนใหญ่ที่ไหลเข้าอุตสาหกรรมชิปไม่ได้อยู่แค่ในบัญชีบริษัท พนักงาน Samsung และ SK Hynix กำลังจะได้รับโบนัสรวมกัน 162,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ระหว่างปี 2026-2028 เฉลี่ยแล้วพนักงาน Samsung ได้คนละราว 340,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนพนักงาน SK Hynix ได้คนละราว 476,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าเงินเดือนเฉลี่ยทั้งประเทศราว 3 เท่า
เม็ดเงินนี้กำลังเปลี่ยนหน้าตาตลาดการเงินเกาหลี Samsung Securities รายงานว่าจำนวนลูกค้าที่มีสินทรัพย์เกิน 100 ล้านวอนโตขึ้น 15% เป็น 449,000 ราย บริษัทหลักทรัพย์และธนาคารต่างแย่งกันเสนอบริการดูแลความมั่งคั่งให้กลุ่มพนักงานสายเทคที่เพิ่งรวยเร็ว ข้อมูลจาก UBS ระบุว่าความมั่งคั่งเฉลี่ยต่อผู้ใหญ่ของเกาหลีโตขึ้น 44% ตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในโลก
แต่ความมั่งคั่งที่โตเร็วขนาดนี้ก็มาพร้อมสัญญาณเตือน ธนาคารกลางเกาหลี (BOK) เตือนว่าเศรษฐกิจกำลังเดินเข้าสู่รูปแบบที่เรียกว่า K-shaped คือคนกลุ่มเล็กในอุตสาหกรรมชิปและ AI พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่แรงงานส่วนใหญ่ในภาคอื่นแทบไม่ขยับ
ความเสี่ยงที่ BOK จับตาคือโบนัสก้อนใหญ่ในภาคเทคอาจจุดชนวนให้แรงงานภาคอื่นเรียกร้องขึ้นค่าแรงตาม กลายเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อที่ลามข้ามอุตสาหกรรม ซึ่งต่างจากยุค Miracle on the Han River ที่การเติบโตกระจายไปทั่วทั้งประเทศพร้อมกัน ตั้งแต่ชาวนา คนงานโรงงานสิ่งทอ ไปจนถึงวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์
สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเกาหลีใต้ เกาหลีใต้เคยเล่นเกมนี้มาก่อน รัฐจับมือชาโบล ทุ่มเงินก้อนมหาศาลลงอุตสาหกรรมเดียว แล้วเดิมพันอนาคตทั้งประเทศไว้กับมัน นี่คือสูตรเดียวกับที่ Park Chung-hee ใช้ปลุกชาติขึ้นมาจากซากสงคราม สูตรเดียวกับที่ Samsung ใช้ตอนกระโดดเข้าสู่ DRAM ปี 1983 เกาหลีใต้ไม่ได้กำลังเขียนสูตรใหม่ แค่หยิบสูตรเดิมที่เคยพิสูจน์แล้วว่าได้ผล มาเล่นอีกรอบ
สิ่งที่ต่างคือเวลา ครั้งแรกใช้เวลาสร้างทีละอุตสาหกรรม กว่าจะขึ้นมาเป็นชาติพัฒนาแล้วใช้เวลา 43 ปี ครั้งนี้ตัดสินใจเดิมพันก้อนที่ใหญ่กว่าเดิมภายในเวลาไม่ถึง 3 ปีนับจากที่กระแส AI เริ่มชัดเจน
ตัวเลข 3 ปีนี้ไม่ได้แปลว่าเกาหลีใต้สร้างศักยภาพด้านชิปขึ้นมาจากศูนย์ภายในเวลาสั้น ๆ งานหนักส่วนใหญ่ทำไปล่วงหน้าแล้วกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ Tokyo Declaration ปี 1983 เกาหลีใต้ใช้เวลาหลายสิบปีสั่งสมโรงงาน วิศวกร และซัพพลายเชนการผลิตชิปหน่วยความจำ โดยไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าวันหนึ่งโลกจะต้องการมันมากขนาดนี้เพราะ AI
สิ่งที่ต้องตัดสินใจในปี 2023-2026 จึงเป็นแค่คำถามว่าจะขยายฐานเดิมให้ใหญ่ขึ้นแค่ไหน ไม่ใช่คำถามว่าจะเริ่มต้นจากศูนย์อย่างไร นี่คือสิ่งที่ทำให้เกาหลีใต้ตอบสนองได้เร็วกว่าประเทศอื่นที่เพิ่งเริ่มคิดเรื่องอุตสาหกรรมชิปตอนกระแส AI มาแล้ว และแน่นอนว่ากติกาของสงครามชิปยุค AI ก็ไม่ให้เวลาใครรอ คู่แข่งอย่างไต้หวันและสหรัฐฯ กำลังทุ่มเงินระดับเดียวกัน
คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ การเติบโตรอบใหม่นี้จะยกทั้งประเทศขึ้นมาพร้อมกันเหมือนรอบแรก หรือจะสร้างเกาหลีใต้ในแบบที่แบ่งเป็นชนชั้นคนในประเทศสองชั้น ชั้นบนคือคนหลักหมื่นในอุตสาหกรรมชิปที่รวยเร็วที่สุดในโลก ชั้นล่างคือคนส่วนใหญ่ที่มองเห็นตัวเลขพันล้านเหล่านี้ผ่านหน้าจอข่าวเท่านั้น
เกาหลีใต้ใช้เวลา 43 ปีพิสูจน์ว่าประเทศยากจนที่สุดในโลกกลายเป็นชาติมหาอำนาจได้ ตอนนี้กำลังจะพิสูจน์อีกครั้ง ในเวลาที่สั้นกว่าเดิมมาก ว่าจะทำแบบเดิมซ้ำได้ไหม
อ้างอิง: edition.cnn, cnbc, asia.nikkei, bloomberg, macrotrends, britannica, bloomberg, bloomberg
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด