รู้จัก Ghost สตาร์ทอัพ AI ของหนุ่มวัย 19 ปี ผู้สร้าง Core คอมพิวเตอร์ไร้จอ

ทุกวันนี้ ทุกครั้งที่คุณกดส่งข้อความหา AI ตัวเลขและตัวอักษรเหล่านั้นไม่ได้อยู่กับคุณ แต่มันกำลังเดินทางข้ามสายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้ท้องทะเลลึก ไปยัง Data Center ของบริษัทเทคโนโลยีไม่กี่แห่งบนโลก

เรื่องนี้ไม่เคยเป็นปัญหา ตราบใดที่คุณแค่ขอให้มันช่วยสรุปบทความ คิดเมนูอาหารเย็น หรือช่วยเกลาอีเมลสมัครงาน

แต่เมื่อ AI กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ช่วยตอบคำถาม ไปเป็น AI Agent ที่ลงมือทำงานแทนเราได้จริง มันจำเป็นต้องเข้ามาอยู่ในชีวิตเราลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ มันต้องอ่านอีเมลส่วนตัว เปิดดูปฏิทิน เช็กยอดเงินในธนาคาร และรู้แม้กระทั่งว่าเมื่อคืนนี้นอนหลับลึกกี่ชั่วโมง เพราะยิ่ง AI รู้จักเราลึกซึ้งเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำงานแทนเราได้ดีขึ้นเท่านั้น

คำถามที่ตามมาจึงไม่ใช่แค่เรื่องความฉลาดของเทคโนโลยี แต่เป็นคำถามเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ว่า "ข้อมูลทั้งชีวิตของเรา ควรจะไปตั้งอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของใคร?"

ท่ามกลางยักษ์ใหญ่เทคที่แข่งกันทุ่มเงินแสนล้านดอลลาร์สร้างศูนย์ข้อมูลให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กลับมีเด็กหนุ่มชื่อว่า Zain Javaid วัย 19 ปี จากเมืองซานฟรานซิสโกคนหนึ่งที่คิดตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เขากับเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ เลือกสร้างคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์ชนิดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน มันคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มนุษย์นั่งมองหน้าจอใช้งาน แต่มีไว้เพื่อ AI โดยเฉพาะ

เด็กหนุ่มผู้เบื่อการเป็น Quant

ก่อนจะมาเป็นผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ Zain Javaid มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนและเรียบง่ายมาก เขาอยากเป็น Quantitative Analyst หรือนักวิเคราะห์เชิงปริมาณ อาชีพที่เป็นดั่งปลายทางความฝันของเด็กสายคณิตศาสตร์และสถิติทั่วโลก หน้าที่ของเขาคือการนำข้อมูลมหาศาลมาถอดรหัสเป็นโมเดลการลงทุน ทำเงินให้กับกองทุนระดับโลก และแน่นอนว่าเขาก็สามารถก้าวเข้าไปทำหน้าที่ Quant Trader สมใจอยาก

ทว่า ทันทีที่เข้าไปยืนอยู่ตรงนั้น สิ่งที่เขาค้นพบกลับไม่ใช่ความตื่นเต้น แต่เป็นความรู้สึกเดียว คือ เบื่อ

จุดเปลี่ยนของชีวิตเกิดขึ้นในคืนหนึ่งช่วงปลายปี 2022 เมื่อ OpenAI ปล่อย ChatGPT ออกมาสู่โลก ความสนใจด้าน AI ที่เคยซ่อนอยู่ในตัว Javaid ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง แต่ในขณะที่เพื่อนๆ ในวงการการเงินตื่นเต้นกับแชตบอตที่แต่งบทกวีหรือช่วยเขียนโค้ด Javaid กลับมองเห็นภาพของ Personal AI ที่รู้จักวิถีชีวิต รสนิยม และชีวิตของเจ้าของจริง ๆ 

และเขาก็มองเห็นความย้อนย้อนของมันไปพร้อมกัน

 เขาคิดว่าถ้า AI ต้องรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเราถึงจะช่วยเราได้ดี การส่งข้อมูลทั้งหมดนั้นไปไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของคนอื่น ก็เท่ากับเรายื่นกุญแจบ้านและรหัสตู้เซฟให้คนแปลกหน้าถือไว้

ดังนั้น ทางออกเดียวในความคิดของ Javaid คือ นำสมองของ AI กลับมาวางไว้ที่บ้านของเจ้าของให้ได้

ก่อตั้ง Ghost สตาร์ทอัพที่จะเอาสมอง AI มาไว้ที่บ้านคุณ

Javaid หันไปชวนเพื่อนสนิทอีก 3 คนมาร่วมอุดมการณ์ Nicholas Chua อายุ 19 ปีเท่ากัน, Yifei Chen อายุ 24 ปี และ Gautam Sharda อายุ 23 ปี

พวกเขาตั้งชื่อสตาร์ทอัพแห่งนี้ว่า Ghost

ซึ่งชื่อ Ghost ไม่ได้เป็นแค่ชื่อบริษัท แต่มันคือวิถีชีวิตของพวกเขาตลอดหนึ่งปีเต็ม ทั้งสี่คนเลือกทำงานในโหมด Stealth หรือซุ่มพัฒนาในเงามืด ไม่มีข่าวเปิดตัว ไม่มีคลิปวิดีโอเรียกร้องความสนใจบน X (Twitter) และไม่มีใครใน Silicon Valley รู้ว่าเด็กกลุ่มนี้กำลังทำอะไรกันอยู่

ในยุคที่เพื่อนรุ่นเดียวกันเลือกวิธีสร้างแอปพลิเคชันง่าย ๆ เขียนโค้ดครอบโมเดล AI ของบริษัทใหญ่ แล้วเปิดรับสมัครสมาชิกรายเดือน (SaaS) แต่ทีมของ Javaid กลับเลือกเดินบนเส้นทางที่ยากที่สุดสำหรับคนวัยนี้ นั่นคือการทำ ฮาร์ดแวร์ (Hardware)

การทำฮาร์ดแวร์หมายถึงการต้องใช้เงินทุนมหาศาล ต้องดีลกับซัพพลายเชน ต้องบริหารโรงงานประกอบ และหากพลาดเพียงครั้งเดียว สินค้าทั้งล็อตก็อาจกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่พาบริษัทล้มละลายได้ทันที

แต่ในความเสี่ยงนั้น สัญชาตญาณของอดีต Quant ในตัว Javaid ก็ฉายแสงขึ้นมา

ในช่วงที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกกับกระแส AI Javaid มองเห็นเทรนด์ราคาชิปประมวลผลที่กำลังจะพุ่งสูงขึ้น เขาตัดสินใจใช้สัญชาตญาณนักเทรด ล็อกสัญญาซื้อการ์ดจอประมวลผล Nvidia ไว้ล่วงหน้า ตอนที่ราคายังอยู่ที่ราว $1,700 ต่อใบ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ราคาการ์ดจอรุ่นเดียวกันก็ขยับขึ้นไปเกือบเท่าตัว

การตัดสินใจในเงามืดครั้งนั้น กลายเป็นแต้มต่อสำคัญที่ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีวัตถุดิบสร้างฝันในราคาที่ถูกกว่าคนอื่นครึ่งหนึ่ง

สมองในกล่อง และคนที่ยอมจ่ายเพื่อความเป็นส่วนตัว

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2026 Ghost ก้าวออกจากเงามืดปรากฏตัวต่อโลกเป็นครั้งแรก

พวกเขาประกาศระดมทุนรอบ Seed ได้สูงถึง 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 380 ล้านบาท) นำโดย Andreessen Horowitz (a16z) กองทุนระดับตำนานแห่ง Silicon Valley พร้อมเปิดตัวสินค้าชิ้นแรกที่ชื่อว่า Core

Javaid นิยามมันด้วยภาษาง่ายๆ ว่ามันคือ Brain in a Box หรือสมองที่อยู่ในกล่อง

ภายนอกของ Core คือกล่องอลูมิเนียมขนาดกะทัดรัด ไม่มีหน้าจอ ไม่มีคีย์บอร์ด ไม่มีเมาส์ เจ้าของสั่งงานผ่านแอปบนโทรศัพท์ด้วยการพิมพ์หรือพูด ส่วนตัวกล่องทำหน้าที่เดียว คือเป็นบ้านให้ AI Agent อาศัยอยู่และทำงานอยู่อย่างเงียบๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

แต่ข้างในกล่องเรียบ ๆ นั้น อัดแน่นไปด้วยหัวใจของคอมพิวเตอร์ระดับเวิร์กสเตชัน ทั้งการ์ดจอ Nvidia RTX Pro 4000 SFF Blackwell, ซีพียู AMD Ryzen 5, แรม 64GB และ SSD 1TB มากพอจะรันโมเดล AI ขนาด 30,000 ล้านพารามิเตอร์บนเครื่องได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์แม้แต่วินาทีเดียว

พวกเขาตั้งราคาไว้ที่ $3,499 (ประมาณ 120,000 บาท) รวมค่าการ์ดจอแล้ว ซึ่งฟังดูแพงเท่ากับค่าสมัครสมาชิกแชตบอตรายเดือนไปนานถึง 14 ปี

แต่สิ่งที่ทำให้คนยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อกล่องที่ไม่มีหน้าจอใบนี้ ไม่ใช่เพราะสเปกฮาร์ดแวร์ แต่เป็นเพราะความรู้สึกปลอดภัยที่เด็กกลุ่มนี้มอบให้

Javaid เล่าถึงภาพตัวอย่างที่ทำให้นักลงทุนและลูกค้ารู้สึกอินไปตามๆ กัน

"สมมติว่านาฬิกาสมาร์ทวอทช์ตรวจพบว่าอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักของคุณสูงขึ้น ปฏิทินแสดงว่าคุณนั่งทำงานดึกติดต่อกันมาหลายคืน และข่าวด้านนอกระบุว่ากำลังมีไข้หวัดใหญ่ระบาด... ในโลกปัจจุบัน ข้อมูล 3 ชุดนี้อยู่คนละแอป คนละบริษัท ไม่มี AI บนคลาวด์ตัวไหนเห็นพร้อมกันได้เพราะติดเรื่องความเป็นส่วนตัว"

"แต่ Core ที่ตั้งอยู่ในบ้านคุณ มันเห็นทั้งหมดพร้อมกัน และมันจะส่งข้อความมาเตือนคุณเงียบๆ ว่า 'คุณอาจกำลังจะป่วย คืนนี้นอนเร็วขึ้นหน่อยไหม' โดยที่คุณไม่ต้องถาม"

ที่สำคัญที่สุด Ghost ออกแบบให้ Core ทำงานต่อไปได้เรื่อย ๆ แม้ว่าวันหนึ่งบริษัทของพวกเขาจะต้องปิดตัวลงก็ตาม ซอร์สโค้ด และโมเดลทั้งหมดอยู่บนตัวเครื่อง เจ้าของเป็นถือกุญแจเข้ารหัสคนเดียว แม้แต่ Javaid หรือทีมงาน Ghost ก็แอบเข้าไปดูไม่ได้

หลังเปิดให้พรีออร์เดอร์เพียงไม่กี่ชั่วโมง เครื่อง Core ล็อตแรกก็ถูกขายจนหมดเกลี้ยง

เมื่อคนเริ่มรู้จัก Ghost คำถามที่ Javaid โดนถามบ่อยที่สุดคือ: ทำไมคนต้องซื้อ Core ในเมื่อเขาสามารถซื้อ Mac Mini ของ Apple มาตั้งค่ารัน AI เองที่บ้านก็ได้?

และถ้าวันหนึ่งยักษ์ใหญ่อย่าง Apple หรือ Microsoft หันมาทำแข่งล่ะ?

เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ตอบกลับด้วยมุมมองที่เกินวัย เขายอมรับว่า Apple คือราชาแห่งการทำฮาร์ดแวร์ แต่เขามองว่าคนเรามักจะให้เครดิตบริษัทใหญ่เกินจริง เพียงเพราะเห็นว่าพวกเขามีทรัพยากรครบ แล้วเหมาเอาเองว่าเขาจะทำสินค้าออกมาได้ตอบโจทย์เสมอไป

ในสายตาของ Javaid โจทย์ที่ยากที่สุดของเรื่องนี้ ไม่ใช่การประกอบฮาร์ดแวร์ แต่อยู่ที่ซอฟต์แวร์และการเข้าใจจิตวิทยาของคน จะทำอย่างไรให้ AI รู้จักคิดเกี่ยวกับชีวิตของคน ๆ หนึ่ง รู้ว่าควรจำอะไร ควรลืมอะไร และควรเอ่ยปากพูดขึ้นมาในจังหวะไหนจึงจะไม่รบกวนเจ้าของ

เขาสรุปตัวตนและจุดยืนของตัวเองไว้ในประโยคเดียว: "ถ้าเราทำไม่ได้ Apple ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราล้มเหลว"

เป้าหมายเดียวของเด็กกลุ่มนี้ ไม่ใช่การล้มยักษ์ใหญ่คนไหน แต่คือการสร้างฮาร์ดแวร์ที่คนที่ได้ครอบครองจะ รักมันจริง ๆ

บทส่งท้ายของเด็กหนุ่มวัย 19

แน่นอนว่าเส้นทางของ Ghost เพิ่งเริ่มต้นขึ้น เครื่องล็อตแรกมีกำหนดส่งถึงมือลูกค้าในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 นี้ และจนกว่าจะถึงวันนั้น ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ากล่องนี้จะทำงานได้สมบูรณ์แบบตามคำสัญญาของเด็ก ๆ หรือไม่

โมเดล AI ขนาด 30B บนตัวเครื่องก็ยังคงมีความฉลาดตามหลังโมเดลยักษ์ใหญ่บนคลาวด์ในงานเขียนโค้ดซับซ้อน และราคาชิปที่พุ่งสูงขึ้นก็อาจทำให้สินค้าล็อตถัดไปแพงขึ้นไปอีก

ทว่า หากมองข้ามเรื่องตัวเลขและเทคโนโลยี สิ่งที่ Zain Javaid และเพื่อนๆ ทำ ได้สร้างแรงกระเทือนความคิดให้กับผู้คนในวงการอย่างมาก

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนโลกถูกสร้างขึ้นโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มันต้องมีหน้าจอให้ตามอง มีคีย์บอร์ดให้มือพิมพ์ มีเมาส์ให้คลิก

แต่เด็กหนุ่มวัย 19 ปีคนนี้ กำลังเป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรก ๆ ที่ตั้งคำถามกลับด้านว่า ถ้าในอนาคต มนุษย์ไม่ใช่ผู้ใช้งานหลักของคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่เป็น AI Agent ที่ทำงานแทนเรา... คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นควรจะมีหน้าตาอย่างไร ?

อ้างอิง: techcrunch, siliconangle

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

บังกลาเทศประเทศที่สู้ไซโคลน มาตลอด 50 ปี รายได้น้อยกว่าเรา 3 เท่า แต่ลดการสูญเสียจาก 500,000 เหลือ 30 ชีวิต สู้ด้วยเก็บข้อมูลการเกิดซ้ำ ทำนาย ช่วยเหลือก่อน

บทเรียน 50 ปีจากบังกลาเทศ ประเทศที่พลิกเกมสู้ภัยพิบัติ ลดยอดผู้เสียชีวิตจากพายุใหญ่ 500,000 เหลือไม่ถึง 30 ชีวิต ด้วยโมเดลจัดการน้ำที่เน้น "คน" เป็นศูนย์กลาง...

Responsive image

ส่องวิธีแกะต้นทุนของ เน๊ต ธนพัฒน์ อายุ 25 แต่ยอดขายพันล้านในอุตสาหกรรมที่คนไทยถอย

ธนพัฒน์ คุณวิภูษิต (เน๊ต) ซีอีโอ HPN Group Holdings วัย 25 เล่าบนเวที Techsauce Global Summit 2026 ถึงวิธีแกะโครงสร้างต้นทุนจนทำราคาแข่งกับสินค้าจีนได้ ตั้งแต่หน้ากากผ้าตอนอายุ 19 ...

Responsive image

10 ปี OpenAI จากไวท์บอร์ดเปล่าในอพาร์ตเมนต์ สู่ ChatGPT ที่คนพันล้านใช้ทุกสัปดาห์

Sam Altman เล่าบทเรียน 10 ปี OpenAI ตั้งแต่วันแรกที่มี 12 คนกับไวท์บอร์ดหนึ่งแผ่น สี่ปีครึ่งที่ไม่มีผลิตภัณฑ์ เหตุผลที่ยุติ Sora และ Atlas คำแนะนำจาก Peter Thiel และความเสี่ยง AI ท...