รู้ไว้ ไม่ตกงาน! 50 อาชีพที่มาแรงแบบเกินต้าน แถมเป็นที่ต้องการของตลาดงาน | Techsauce
รู้ไว้ ไม่ตกงาน! 50 อาชีพที่มาแรงแบบเกินต้าน แถมเป็นที่ต้องการของตลาดงาน

มกราคม 31, 2023 | By Suchanan Songkhor

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี บวกกับการเกิดวิกฤตโรคระบาดทั่วโลก ทำให้ทิศทางของเทคโนโลยี สังคม รวมถึงโลกของการทำงานเปลี่ยนแปลงไป จะเห็นได้ว่าอาชีพที่เคยได้รับความนิยมบางอาชีพถูกแทนที่ด้วยการทำงานของคอมพิวเตอร์ และ AI ส่งผลให้คนทำงานยุคใหม่ต้องหันมาพัฒนาตัวเองให้เท่าทันเทคโนโลยี และให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเพื่อไม่ให้ถูกเลิกจ้าง หรือหลุดออกจากตลาดแรงงาน

ฉะนั้นวันนี้ ConNEXT จะมาอัปเดต 50 อาชีพที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของตลาดแรงงานประจำปี 2022 ในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นแนวทางของคนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จะประกอบอาชีพอะไรดี? หวังว่าบทความนี้จะเป็นคำตอบให้เพื่อนๆ ได้ จะมีอาชีพอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย! 

50 อาชีพที่มาแรงแบบเกินต้าน

1. Enterprise Architect หรือสถาปัตยกรรมองค์กร มีหน้าที่บูรณาการเทคโนโลยีและการสื่อสารให้เข้ากับกระบวนการทำงานขององค์กร เพื่อผลักดันให้องค์กรสามารถดำเนินตามนโยบายที่องค์กรได้กำหนดไว้ 

รายได้เฉลี่ย 144,997 ดอลลาร์ หรือ 4,753,000 บาท/ปี

2. Full Stack Engineer หรือ วิศวกร Full Stack มีหน้าที่บริหารระบบ ดูแล จัดการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 

รายได้เฉลี่ย 101,794 ดอลลาร์ หรือ 3,337,000 บาท/ปี

3. Data Scientist หรือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล มีหน้าที่นำข้อมูล (Big data) มาวิเคราะห์ตามกระบวนการวิทยาศาสตร์เพื่อหาข้อสรุปจากข้อมูลที่มี จากนั้นจะส่งต่อข้อสรุปให้ฝ่ายอื่นนำไปประยุกต์ใช้งานต่อไป 

รายได้เฉลี่ย 120,000 ดอลลาร์ หรือ 3,930,000 บาท/ปี

4. Devops Engineer มีหน้าที่พัฒนารูปแบบวิธีการปฏิบัติและกระบวนการระหว่างทีมต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้องค์กรสามารถผลิตซอฟต์แวร์ออกสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น 

รายได้เฉลี่ย 120,095 ดอลลาร์ หรือ 3,937,000 บาท/ปี

5. Strategy Manager มีหน้าที่กำหนดและวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้องค์กรมีการดำเนินงานไปในทางเดียวกัน 

รายได้เฉลี่ย 140,000 ดอลลาร์ หรือ 4,590,000 บาท/ปี

6. Machine Learning Engineer มีหน้าที่พัฒนาระบบ Machine Learning ผ่านการวางแผนโปรแกรม การเขียนโค้ด และเขียนโปรแกรม หรือเรียกว่าโปรแกรมเมอร์ 

รายได้เฉลี่ย 130,489 ดอลลาร์ หรือ 4,277,000บาท/ปี

7. Data Engineer หรือวิศวกรข้อมูล มีหน้าที่ในการนำข้อมูลจากต้นทาง (Data Source) ไปเก็บในระบบเก็บข้อมูล เพื่อให้คนในองค์กรนำมาวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายๆ 

รายได้เฉลี่ย 113,960 ดอลลาร์ หรือ  3,730,000 บาท/ปี

8. Software Engineer ออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ 

รายได้เฉลี่ย 116,638 ดอลลาร์ หรือ 3,820,000 บาท/ปี

9. Java Developer นักพัฒนาซอฟแวร์ที่ใช้ภาษา Java ในการออกแบบและเขียนโค้ด 

รายได้เฉลี่ย 107,099 ดอลลาร์ หรือ 3,510,000 บาท/ปี

10. Product Manager มีหน้าที่วางบทบาทและกลยุทธ์สำหรับผลิตภัณ์ต่างๆ ขององค์กรตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงการทำแผนการตลาด 

รายได้เฉลี่ย 125,317 ดอลลาร์ หรือ 4,108,000 บาท/ปี

11. Back End Engineer มีหน้าที่พัฒนาโปรแกรมในส่วนของหลังบ้านทั้งหมด รวมไปถึงการออกแบบ Database 

รายได้เฉลี่ย 112,384 ดอลลาร์ หรือ 3,680,000 บาท/ปี

12. Cloud Engineer ออกแบบสร้างและ Setup Network Service บน Public Cloud 

รายได้เฉลี่ย 118,999 ดอลลาร์ หรือ 3,900,000 บาท/ปี

13. HR Manager หรือผู้จัดการฝ่ายบุคคล 

รายได้เฉลี่ย 91,502 ดอลลาร์ หรือ  2,999,000 บาท/ปี

14. Business Development Manager นักพัฒนาธุรกิจที่จะเข้ามาพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้น เช่นการเพิ่มยอดขายหรือลดต้นทุนให้กับองค์กร 

รายได้เฉลี่ย 89,496 ดอลลาร์ หรือ  2,934,000บาท/ปี

15. Information Security Engineer วิศวกรความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ 

รายได้เฉลี่ย 116,919 ดอลลาร์ หรือ 3,830,000 บาท/ปี

16. Physician แพทย์ 

รายได้เฉลี่ย 155,400 ดอลลาร์ หรือ  5,094,000บาท/ปี

17. Corporate Recruiter วางแผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรบุคคล 

รายได้เฉลี่ย 77,700 ดอลลาร์ หรือ 2,547,000 บาท /ปี

18. Salesforce Developer นักพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์หรือแอปพลิเคชัน CRM ที่ทำงานบนระบบคลาวด์สำหรับการขาย บริการ และการทำตลาด 

รายได้เฉลี่ย 98,972 ดอลลาร์ หรือ 3,244,000 บาท/ปี

19. Marketing Manager ผู้จัดการฝ่ายการตลาด 

รายได้เฉลี่ย 90,748 ดอลลาร์ หรือ 2,975,000 บาท/ปี

20. Consultant ที่ปรึกษาทางธุรกิจ 

รายได้เฉลี่ย 90,748 ดอลลาร์ หรือ 2,975,000 บาท/ปี

21. Automation Engineer วิศวกรระบบอัตโนมัติ รับผิดชอบการทำงานของระบบอัตโนมัติในองค์กรหรือโรงงาน 

รายได้เฉลี่ย 86,832 ดอลลาร์ หรือ 2,846,700 บาท/ปี

22. Psychiatrist จิตแพทย์ 

รายได้เฉลี่ย 252,385 ดอลลาร์ หรือ 8,274,000 บาท/ปี

23. Sales Manager ผู้จัดการฝ่ายขาย 

รายได้เฉลี่ย 79,962 ดอลลาร์ หรือ 2,620,000 บาท/ปี

24. UX Designer ทำงานเกี่ยวกับการออกแบบ เช่น ออกแบบสินค้า แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ต่างๆ 

รายได้เฉลี่ย 97,047 ดอลลาร์ หรือ 3,180,000 บาท/ปี

25. Finance Manager ผู้จัดการฝ่ายการเงิน 

รายได้เฉลี่ย 114,414 ดอลลาร์ หรือ  3,750,000 บาท /ปี

26. Tax Manager ที่ปรึกษาด้านภาษี 

รายได้เฉลี่ย 125,639 ดอลลาร์ หรือ 4,118,000 บาท/ปี

27. Attorney อัยการหรือทนายความ 

รายได้เฉลี่ย 100,831 ดอลลาร์ หรือ 3,305,000 บาท/ปี

28. Dentist ทันตแพทย์หรือหมอฟัน 

รายได้เฉลี่ย 157,307 ดอลลาร์ หรือ  5,157,000 บาท/ปี

29. Site Reliability Engineer วิศวกรรมด้านความเสถียรของเว็บไซต์ มีหน้าที่ปฏิบัติในการใช้เครื่องมือซอฟต์แวร์เพื่อทำให้งานโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีเป็นไปโดยอัตโนมัติ เช่น การจัดการระบบ และการตรวจสอบแอปพลิเคชัน 

รายได้เฉลี่ย 137,252 ดอลลาร์ หรือ 4,499,000บาท/ปี

30. Systems Engineer วิศวกรระบบ มีหน้าที่หลักคือ ออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบ Server หรือ Infrastructure ที่ใช้ภายในองค์กร และหน่วยงาน 

รายได้เฉลี่ย 100,831 ดอลลาร์ หรือ 3,305,000 บาท/ปี

31. Electrical Engineer วิศวกรรมไฟฟ้า 

รายได้เฉลี่ย 86,545  ดอลลาร์ หรือ 2,837,000 บาท/ปี

32. Scrum Master เป็นตำแหน่งที่จะช่วยให้การทำงานของทีมเป็นไปได้อย่างราบรื่น มีหน้าที่ประเมินปัญหา และติดตามผลการทำงานของคนในทีม 

รายได้เฉลี่ย 109,284 ดอลลาร์ หรือ 3,582,000 บาท/ปี

33. Product Marketing Manager ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ทำหน้าที่คิดกลยุทธ์สำหรับ Product ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ทำแผนการตลาด 

รายได้เฉลี่ย 125,015 ดอลลาร์ หรือ 4,098,000 บาท/ปี

34. Psychologist นักจิตวิทยา 

รายได้เฉลี่ย 95,199 ดอลลาร์ หรือ 3,120,000 บาท/ปี

35. Data Analyst นักวิเคราะห์ข้อมูล  

รายได้เฉลี่ย 74,224 ดอลลาร์ หรือ 2,433,000 บาท/ปี

36. Business Analyst นักวิเคราะห์ธุรกิจ  

รายได้เฉลี่ย 81,556 ดอลลาร์ หรือ 2,673,000บาท/ปี

37. QA Engineer วิศวกรคุณภาพ ทำหน้าที่ตรวจสอบขั้นตอนการทำงานต่างๆ ว่าทำตามวิธีที่ถูกต้องหรือไม่ หรือมีขั้นตอนไหนผิดพลาดหรือเปล่า 

รายได้เฉลี่ย 87,626 ดอลลาร์ หรือ  2,870,000 บาท/ปี

38. Front End Engineer นักพัฒนาโปรแกรมในส่วนของหน้าบ้านทั้งหมด 

รายได้เฉลี่ย 81,136 ดอลลาร์ หรือ 2,660,000 บาท/ปี

39. HR Business Partner เป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริการคน พร้อมทั้งมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ พูดง่ายๆ คือต้องทำหน้าที่บริหารคนและบริหารธุรกิจควบคู่กันไป 

รายได้เฉลี่ย 95,431 ดอลลาร์ หรือ 3,128,000 บาท/ปี

40. Project Manager ผู้จัดการโครงการ 

รายได้เฉลี่ย 86,000 ดอลลาร์ หรือ 2,820,000 บาท/ปี

41. Compliance Officer ผู้ดูแลการปฏิบัติงานด้านหลักทรัพย์ 

รายได้เฉลี่ย 80,000 ดอลลาร์ หรือ 2,622,000 บาท/ปี

42. Program Manager มีหน้าที่บริหารจัดการโปรเจคหรือโครงการต่างๆ ในองค์กรให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางแผน 

รายได้เฉลี่ย 81,335 ดอลลาร์ หรือ 2,666,000 บาท/ปี

43. Risk Manager ผู้จัดการความเสี่ยง 

รายได้เฉลี่ย 102,647 ดอลลาร์ หรือ 3,365,000บาท/ปี

44. Sales Engineer มีหน้าที่แนะนำลูกค้า เกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ที่ลูกค้าต้องการรู้ 

รายได้เฉลี่ย 95,809 ดอลลาร์ หรือ 3,141,000 บาท/ปี

45. Solutions Engineer มีหน้าที่วิจัย ออกแบบ พัฒนา และปรับปรุงระบบซอฟต์แวร์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาฮาร์ดแวร์ให้ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้งานในด้านต่างๆ 

รายได้เฉลี่ย 100,915 ดอลลาร์ หรือ 3,308,000 บาท/ปี

46. Product Designer นักออกแบบผลิตภัณฑ์ 

รายได้เฉลี่ย 110,858 ดอลลาร์ หรือ 3,634,000 บาท/ปี

47. Database Architect มีหน้าที่การกำหนดโครงสร้างของข้อมูลตั้งแต่ดูข้อมูลว่ามาจากแหล่งไหน มีวิธีการจัดการกับข้อมูลอย่างไร ไปจนถึงการใช้ข้อมูล 

รายได้เฉลี่ย 140,000 ดอลลาร์ หรือ 4,589,700 บาท/ปี

48. Realtor นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ตต่างๆ เช่น ที่ดิน โรงเรือน หรืออสังหาริมทรัพย์ 

รายได้เฉลี่ย 54,090 ดอลลาร์ หรือ 1,773,000 บาท/ปี

49. Strategic Account Manager มีหน้าที่ดูแลกลุ่มลูกค้าและรักษาลูกค้า รวมถึงมีหน้าที่ดูแลยอดและเพิ่มยอดขายให้กับองค์กรมากขึ้น 

รายได้เฉลี่ย 88,071 ดอลลาร์ หรือ 2,887,000 บาท/ปี

50. Customer Success Manager ผู้จัดการความสำเร็จของลูกค้า มีหน้าที่คอยสนับสนุนลูกค้าจากการเป็นกลุ่มเป้าหมายในการขายจนกระทั่งเป็นผู้ใช้สินค้าของคุณเป็นประจำ 

รายได้เฉลี่ย 73,702 ดอลลาร์ หรือ 2,416,000 บาท/ปี


อ้างอิง : glassdoor

No comment