Salary Hero ระดมทุน Series A 7.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตลาดมาเลเซีย ช่วยคนทำงานลดหนี้นอกระบบ

Salary Hero แพลตฟอร์มด้านสุขภาพทางการเงิน ประกาศระดมทุน Series A มูลค่า 7.6 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมี Cento Ventures เป็นผู้นำการลงทุน ร่วมด้วย Kairous Capital จากมาเลเซีย และ M Venture Partners

นอกจากการระดมทุนผ่านหุ้นแล้ว บริษัทยังได้ขยายวงเงินสินเชื่อ (Credit facility) เป็น 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของระบบชำระคืนและการทำงานร่วมกับระบบของนายจ้าง รวมถึงเป็นการเปิดทางสำหรับการขยายตลาดสู่ประเทศมาเลเซีย

“เราเริ่มทำ Salary Hero เพราะเห็นว่าระบบการเงินในภูมิภาคนี้ยังไม่ตอบโจทย์กลุ่มคนที่จำเป็นต้องใช้เงินมากที่สุด” Prabhav Rakhra ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการกล่าว “พนักงานโรงงานในไทยไม่ควรต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่า 20% ต่อเดือนเพียงเพื่อหมุนเงินให้ชนเดือน เราพิสูจน์ในไทยแล้วว่ามันมีโมเดลที่ดีกว่า ซึ่งยุติธรรมกับพนักงานและเป็นประโยชน์กับฝั่งบริษัท ก้าวต่อไปของเราคือมาเลเซีย”

สวัสดิการเบิกเงินเดือนล่วงหน้าที่เชื่อมต่อกับที่ทำงาน คนทำงานจำนวนมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน เมื่อเงินหมดก่อนถึงวันจ่ายเงินเดือน ทางออกมักจะเป็นการกู้หนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยอาจสูงถึง 30% ต่อเดือน ซึ่งทำให้หลายคนติดกับดักหนี้

Salary Hero เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยให้พนักงานสามารถเบิกเงินเดือนในส่วนที่ทำงานไปแล้วออกมาใช้ก่อนได้ เพื่อแก้ปัญหาเงินช็อตระหว่างเดือนโดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ แพลตฟอร์มยังมีหลักสูตรให้ความรู้ทางการเงิน เครื่องมือจัดการงบประมาณ และบริการอื่นๆ เพื่อช่วยพนักงานวางแผนการเงินในระยะยาว

ในส่วนของนายจ้าง ระบบของ Salary Hero สามารถเชื่อมต่อกับระบบ HR และการทำจ่ายเงินเดือนได้โดยตรง ผ่านพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการระบบ HR กว่า 25 ราย บริษัทจึงสามารถให้สวัสดิการนี้ได้โดยไม่เพิ่มภาระงานปฏิบัติการ นอกจากนี้ตัวระบบยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล ISO 27001

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ บริษัทที่ใช้งาน ครอบคลุมทั้งกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ บริการ และค้าปลีก มีอัตราการลาออกของพนักงานระดับปฏิบัติการลดลง 15-25% ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการหาคนและฝึกอบรมพนักงานใหม่ได้อย่างชัดเจน

ผลการดำเนินงานในประเทศไทย นับตั้งแต่เปิดตัว Salary Hero ให้บริการพนักงานไปแล้วกว่า 300,000 คน ในกว่า 100 องค์กร ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ไปจนถึงธุรกิจที่กำลังขยายตัว แต่ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือการช่วยพนักงานหลีกเลี่ยงการกู้หนี้นอกระบบได้ประเมินมูลค่ากว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ

Ali Fancy พาร์ทเนอร์จาก Cento Ventures ระบุว่า “Salary Hero นำบริการทางการเงินไปผูกติดกับระบบการทำงาน เพื่อแก้ปัญหาที่สถาบันการเงินเดิมมักมองข้าม ก่อนมาทำ VC ผมเคยบริหารโรงงานในไทยมากว่าสิบปีและเห็นเองว่าปัญหาเงินขาดมือส่งผลกระทบต่อพนักงานและครอบครัวอย่างไร ผู้ก่อตั้งสร้างโซลูชันที่เข้ากับบริบทของที่ทำงานได้ดี และสร้างประโยชน์ให้กับทั้งพนักงานและบริษัท”

ใช้ AI คาดการณ์การลาออกของพนักงาน ปัญหาการลาออกเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ขององค์กรและมักคาดเดาได้ยาก ข้อมูลจาก Deloitte ระบุว่าในปี 2025 อัตราการลาออกโดยสมัครใจในไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 12.9% และสูงถึง 32.9% ในภาคค้าปลีก การลาออกแต่ละครั้งหมายถึงต้นทุนการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพงานที่หายไปในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ระบบของ Salary Hero จะนำข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนจากระบบ HR มาวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อแสดงให้ทีม HR เห็นว่ามีความเสี่ยงที่พนักงานจะลาออกกระจุกตัวอยู่ที่ไหนบ้าง เช่น แยกตามพื้นที่ ทีม กะทำงาน หรืออายุงาน) และแนวโน้มเหล่านี้เปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละเดือน จากนั้นจะช่วยประเมินว่า หากพบพนักงานที่มีแนวโน้มจะลาออกสูงในช่วงเวลาหนึ่ง การเข้าไปให้แรงจูงใจ ที่ตรงจุดจะช่วยรักษาพนักงานไว้ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการหาคนใหม่

การขยายตลาดสู่มาเลเซีย ปัญหาที่ Salary Hero กำลังแก้ก็เป็นปัญหาใหญ่ในมาเลเซียเช่นกัน ข้อมูลจากธนาคารกลางมาเลเซียปี 2024 ระบุว่า คนมาเลเซีย 61% หาเงิน 1,000 ริงกิตมาใช้ในยามฉุกเฉินได้ยาก เพิ่มขึ้นจาก 47% ในปี 2021 และเมื่อเงินไม่พอ หลายคนยังต้องพึ่งพาแก๊งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งมักใช้วิธีทวงหนี้ที่รุนแรง

เงินทุนรอบนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อขยายตลาดในมาเลเซีย โดยมีการตั้งทีมงานท้องถิ่นและเริ่มจับมือกับลูกค้าองค์กรแล้ว บริษัทเริ่มดำเนินงานในมาเลเซียช่วงไตรมาส 2 ปี 2026 และตั้งเป้าให้บริการพาร์ทเนอร์ 50 บริษัทภายในสิ้นปี 2027 ด้วยการนำเทคโนโลยีระดับองค์กรมาผสานกับเครือข่ายท้องถิ่น

Jonathan Nohr ผู้ร่วมก่อตั้งกล่าวว่า “พนักงานในมาเลเซียก็เจอปัญหาเงินช็อตระหว่างเดือนและต้องพึ่งพาแก๊งเงินกู้นอกระบบไม่ต่างจากในไทย นี่คือปัญหาที่เราแก้ได้แล้ว เราจึงมั่นใจว่าจะสร้างผลลัพธ์ที่นี่ได้จริง นอกจากนี้เราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เพราะเครือข่ายลูกค้าในภูมิภาคของเราหลายแห่งก็มีฐานการทำงานในมาเลเซียอยู่แล้ว”

ด้าน Joseph Lee Managing Partner ของ Kairous Capital เสริมว่า “เราเห็นช่องว่างเรื่องสุขภาพทางการเงินในมาเลเซีย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งยังไม่มีใครเข้ามาแก้ปัญหาในสเกลที่ใหญ่พอ Salary Hero พิสูจน์โมเดลนี้แล้วในไทย หน้าที่ของเราคือสนับสนุนการขยายตลาด เพื่อนำแนวทางนี้มาปรับใช้ในมาเลเซียให้รวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Ajaib สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดยคนไทย ระดมทุน 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Ajaib บริษัทฟินเทคที่ก่อตั้งโดยผู้ร่วมก่อตั้งชาวไทย ญาดา ปิยะจอมขวัญ และ มันทนา เลิศชัยทวี ประกาศระดมทุนมูลค่า 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก SBI Holdings กลุ่มการเงินจากญี่ปุ่น โดยบริษัท...

Responsive image

Kalguroo แอปนับแคลอรีสัญชาติไทย ปิดระดมทุนรอบ Seed มุ่งสู่โค้ชสุขภาพส่วนตัว เตรียมขยายตลาดในไทยและต่างประเทศ

Kalguroo (แคลกูรู) แอปนับแคลอรีด้วย AI สัญชาติไทย ประกาศความสำเร็จปิดการระดมทุนรอบ Seed นำโดยกลุ่มแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านเฮลท์เทค เพื่อเร่งพัฒนาแอปจากเครื่องมือนับแคลอรีสู่ “โค้ชส...

Responsive image

Igloo Insurtech ประกาศเข้าซื้อ Eazy Digital บริษัทด้าน Insurtech เดินหน้าปักหลักตลาดประกันภัยไทย

Igloo บริษัท Insurtech (บริษัทเทคโนโลยีประกันภัย) แบบ Full Stack รายใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศเข้าซื้อกิจการ Eazy Digital บริษัท Insurtech สัญชาติสิงคโปร์ที่มีฐานปฏิบัติก...