โดย ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ที่แพร่ระบาดทั่วโลก ส่งผลให้บางประเทศเลือกใช้มาตรการล็อกดาวน์  จำกัดช่วงเวลาการเดินทางและปิดการให้บริการในบางธุรกิจเป็นการชั่วคราวเพื่อยับยั้งโรคระบาด สร้างความท้าทายแก่ผู้ประกอบการที่ต้องวางแผนปรับตัวในชั่วข้ามคืนเพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศถูกกระทบ

นับจากต้นปีนี้ ธุรกิจโลจิสติกส์ได้รับผลกระทบจากการนำเข้า-ส่งออกที่ชะลอตัวลงค่อนข้างมาก และซัพพลายเชนในบางอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากการจัดหาชิ้นส่วน เนื่องจากประเทศการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศจีนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา นำมาสู่การปิดเมืองและปิดประเทศ 

หลังจากนั้นการแพร่ระบาดในยุโรปและประเทศอเมริกาก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อธุรกิจด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทั้งทางเรือและทางอากาศต้องใช้ระยะเวลาขนส่งยาวนานกว่าเดิมหรือไม่สามารถขนส่งสินค้าข้ามประเทศได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องลดจำนวนกองเรือหรือยกเลิกเส้นทางบินอย่างต่อเนื่องเพื่อประคับประคองธุรกิจจากผลกระทบของโรคระบาด 

นอกจากนี้การขนส่งสินค้าข้ามแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านก็ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนในบางจังหวัด ส่วนด่านชายแดนที่ยังเปิดปกติก็มีมาตรการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ต้องใช้ระยะเวลาขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น

ขณะที่การดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศก็เริ่มได้รับผลกระทบบางส่วน หลังจากรัฐบาลและแต่ละจังหวัดได้ยกระดับมาตรการยับยั้งโรคระบาด ทั้งในด้านการวางแผนขนส่งสินค้าและผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจากการสั่งปิดให้บริการธุรกิจบางประเภทเป็นการชั่วคราว เช่น ศูนย์การค้า สนามมวย สถานบันเทิง

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ ได้ปรับโมเดลธุรกิจจาก Offline สู่ Online อย่างรวดเร็วบนแพลตฟอร์ม ‘E-Commerce’ และส่งผลต่อผู้ให้บริการโลจิสติกส์เห็นถึงโอกาสของการปรับโมเดลธุรกิจสู่ B2C (Business to Customer) ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงนี้และกลายเป็น ‘New normal’ ในธุรกิจโลจิสติกส์ เนื่องจากการมีร้านค้าเพื่อให้บริการอาจถูกลดทอนความสำคัญลง

ทั้งนี้ การปรับโมเดลให้บริการโลจิสติกส์สู่ B2C จำเป็นต้องใช้งบลงทุนด้าน Network ค่อนข้างสูงและต้องอาศัยระยะเวลาดำเนินการ จึงเชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการไม่กี่รายที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และจะเป็นตัวชี้วัดของการอยู่รอดของผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ โดยผู้ประกอบการที่มีบริการหลากหลายจะมีความได้เปรียบเทียบคู่แข่ง

COVID-19 ทำให้หลายธุรกิจปรับโมเดลจาก Offline สู่ Online มากขึ้น ดังนั้นการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจสู่ B2C จึงกลายเป็น ‘New normal’ ในของผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

JWD ชูแผน BCP เดินหน้าธุรกิจต่อเนื่อง

สำหรับ JWD ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉินตามแผน BCP เพื่อเดินหน้าธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นผู้ปฏิบัติการและวาง  Business Continuity Plan (BCP) และแผนรับมือผลกระทบทางธุรกิจ ประกอบด้วย

  • มาตรการดูแลลูกค้าและพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงสภาวะฉุกเฉิน
  • บริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ขยายช่องทางให้บริการและการตลาดที่แตกต่าง 
  • เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เป็น New normal โดยเน้นเทคโน IT ทดแทนการทำงานแบบเดิม
  • ควบคุมต้นทุนและปรับลดค่าใช้จ่ายตามแผนงาน
  • เตรียมบุคลากรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

ขณะเดียวกัน ในอดีตที่ผ่านมา JWD มีการใช้ระบบ IT และซอฟท์แวร์ต่าง ๆ ทั้งที่บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาเองและซื้อลิขสิทธิ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการปฏิบัติงาน เช่น การติดต่อประสานงานกับลูกค้าด้วยระบบ SAP, ใช้ระบบซอฟท์แวร์บริหารจัดการทุกส่วนงานแบบ 100% เช่น ระบบ WHMSPlus เพื่อบริหารคลังสินค้า, ระบบขนส่ง Delivery Management System (DMS), ระบบบริหารลานจอดพักรถยนต์ Auto Yard Management System (AYMS) เป็นต้น

ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน JWD มองเป็นโอกาสที่จะคิดค้นและพัฒนา ‘New Solutions’ เพื่อแก้ไข Pain point หรือปัญหาของลูกค้า และการพัฒนา ‘New Services’ เพื่อรักษารายได้หรือขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่มีข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า

พัฒนา Solutions และ Service ใหม่

ปัจจุบันบริษัทฯ JWD ได้พัฒนา Solutions ใหม่ ๆ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาแก่ลูกค้า เนื่องจากภายหลังภาครัฐขยายระยะเวลาเคอร์ฟิวเพื่อลดการแพร่ระบาดและใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อยับยั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและการแพร่ระบาด ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อการขนส่งสินค้าในบางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดตามประกาศของหน่วยงานภาครัฐ 

ดังนั้น JWD ได้เสนอ Solutions ใหม่เพื่อเป็นทางออกแก่ลูกค้า ด้วยบริการรับฝากสินค้าแบบกระจายทำเลในคลังสินค้าต่าง ๆ ของ JWD แทนการให้บริการรับฝากในที่เดียว เช่น คลังห้องเย็น (Cold Storage) ที่กระจายตัวอยู่ในมหาชัย จ.สมุทรสาคร บางนา-ตราด กม.19 จ.สมุทรปราการ และสุวินทวงศ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อลดโอกาสได้รับผลกระทบและทำให้การจัดส่งสินค้าท่ามกลางการบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้คลังห้องเย็นแต่ละแห่งทำหน้าที่เป็นเสมือนฮับหรือศูนย์กระจายสินค้าในแต่ละพื้นที่และมีฟีดรถขนส่งรองรับเพื่อจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ได้ร่วมมือกับ CJ Logistics ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์จากเกาหลีใต้ รุกบริการใหม่ ‘Cold Chain Express Delivery’ หรือบริการจัดส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบด่วนพิเศษ สามารถควบคุมอุณหภูมิแบบแช่เย็น (Chilled) และแช่แข็ง (Frozen) เน้นสินค้าอาหารประเภทพร้อมปรุงและพร้อมทาน เน้นเจาะกลุ่มร้านอาหาร (B2B) และกลุ่มผู้บริโภค (B2C) ในเบื้องต้นเริ่มให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในอนาคต เน้นเรื่องสุขอนามัยและความรวดเร็วในการจัดส่ง และเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ขนส่งสินค้าที่มีศักยภาพ ร่วมเชื่อมต่อระบบเข้ากับแพลตฟอร์มที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างเน็ตเวิร์คการขนส่งครอบคลุมทั่วประเทศ

ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 แม้เป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับการแก้ไขปัญหาอุปสรรค แต่หากทุกองค์กรมีการปรับตัวเร็วเพื่อวางแผนดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและคิดค้นพัฒนา Service ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการลูกค้า ก็เชื่อว่าจะสามารถผ่านปัญหาอุปสรรคในครั้งนี้และมีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นกว่าเดิม


RELATED ARTICLE

Responsive image

Blockchain จะเข้ามาช่วยวงการ Supply Chain ได้อย่างไร พร้อมกรณีศึกษา

Supply Chain เป็นกระบวนการสำคัญตั้งแต่การค้นหาวัตถุดิบ นำไปผลิต เข้าโรงงาน จัดส่งสินค้า หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่มีมาหลายทศวรรษคือยังไม่มีเทคโนโลยีที่ดีพอที่จะคอยติดตามสินค้า นอกจากความห...

Responsive image

8 เคล็ดลับช่วยร้านค้าออนไลน์ส่งสินค้าไปต่างประเทศได้ปลอดภัยช่วงสถานการณ์ COVID-19

DHL เผย 8 เคล็ดลับเพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสถานการณ์ COVID-19 และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ตั้งแต่กระบวนการสั่งซื้อจนของถึงมือลูกค้า รวมถึ...

Responsive image

Tops ใช้จุดแข็ง Logistics ช่วยเกษตรกรลดค่าส่งรับซื้อสินค้าพร้อมขนส่งผ่านเครือข่าย Backhaul

Tops เปิดตัวโครงการ “รับซื้อสินค้าตรงจากเกษตรกรและชุมชน บริหารการขนส่งผ่านเครือข่ายรถส่งสินค้า(Backhaul)” โดยใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบโลจิสติกส์ ช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศลดค่าใช้จ่...