นักวิจัยสวีเดน พัฒนา AI ตรวจโรคสมอง เจาะเลือดครั้งเดียวก็รู้ว่ากำลังเป็นโรคอะไร

ปกติแล้วการวินิจฉัยโรคทางสมองเป็นเรื่องที่ปราบเซียนมาก เพราะอาการของแต่ละโรคมักคล้ายกัน เช่น ขี้ลืมหรือมีอาการมือสั่น ซึ่งอาการพวกนี้มีสิทธิ์เป็นได้หลายโรค แถมผู้ป่วยบางคนอาจจะเป็นทั้งอัลไซเมอร์และเคยมีภาวะหลอดเลือดสมองตีบซ้อนทับกันอยู่ ทำให้การดูแค่อาการภายนอกแล้วฟันธงว่าเป็นโรคอะไรนั้นทำได้ยาก แต่ตอนนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลุนด์ ประเทศสวีเดน ได้พัฒนา AI ที่แค่ใช้ตัวอย่างเลือดเพียงหลอดเดียวก็สามารถแยกโรคสมองที่ซับซ้อนพวกนี้ได้แล้ว

จากวินิจฉัยทีละโรคสู่การมองภาพรวมพร้อมกัน

เวลาตรวจโรคแบบเดิม เรามักจะพุ่งเป้าไปหาโรคใดโรคหนึ่ง แต่งานวิจัยนี้ที่นำโดย Jacob Vogel และ Lijun An ร่วมกับทีมจากโครงการ Swedish BioFINDER ได้สอน AI ด้วยวิธีที่เรียกว่าการเรียนรู้ร่วมกัน คือให้มันดูรูปแบบความถดถอยของสมองในภาพรวมไปเลย ทีมวิจัยจับ AI ไปเทรนกับคลังข้อมูลโปรตีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือที่เรียกว่า GNPC โดยเทียบข้อมูลจากคนกว่า 17,000 คน จนในที่สุด AI ตัวนี้ก็เก่งพอที่จะแยกโรคหลักๆ ได้ถึง 5 โรคพร้อมกัน ทั้งอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) โรคสมองเสื่อมส่วนหน้า (FTD) และสโตรก 

โปรตีนในเลือดบอกอะไรได้ลึกกว่าที่ตาเห็น 

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ เลือดของเราบอกอะไรได้ลึกกว่าการดูแค่อาการภายนอกซะอีก ลี่จุน อัน อธิบายว่าคนที่หมอเคยวินิจฉัยว่าเป็นอัลไซเมอร์เหมือนกัน พอเอาเลือดมาตรวจดูรูปแบบโปรตีน กลับพบว่าแต่ละคนมีรายละเอียดทางชีวภาพไม่เหมือนกันเลย บางคนมีรูปแบบโปรตีนไปคล้ายกับโรคสมองชนิดอื่นด้วยซ้ำ

เรื่องนี้อธิบายได้ว่า ทำไมผู้ป่วยอัลไซเมอร์ แม้รักษาแบบเดียวกัน แต่ผลลัพธ์กลับต่างกันเพราะต้นตอของโรคในแต่ละคนไม่เหมือนกัน และบางรายอาจมีหลายโรคซ้อนกันอยู่ โดย AI ตัวนี้ช่วยคลี่คลายความซับซ้อนเหล่านี้ให้ชัดขึ้น

เมื่อไหร่จะได้ใช้จริง?

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงอยากเดินไปโรงพยาบาลแล้วขอตรวจเลือดแบบนี้ดูบ้าง แต่ Jacob Vogel หัวหน้าทีมวิจัยเขาเบรกไว้ก่อนว่าเทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น คงยังไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือฟันธงโรคได้ 100% ด้วยตัวมันเอง ในช่วงแรกอาจจะต้องใช้ควบคู่ไปกับเครื่องมือตรวจอื่นๆ ของหมอเพื่อความชัวร์

เป้าหมายต่อไปคือการนำเทคนิคขั้นสูงมาแยกหาตัวบ่งชี้โรคที่เฉพาะเจาะจงและแม่นยำกว่าเดิม ซึ่งข้อมูลโปรตีนที่ AI ค้นพบในวันนี้จะเป็นทางลัดชั้นดีให้นักวิทยาศาสตร์เอาไปทำความเข้าใจกลไกของโรค และคิดค้นยารักษาใหม่ๆ ได้ตรงจุดมากขึ้น

สรุป 

การเอา AI มาช่วยอ่านค่าโปรตีนในเลือดถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้เราเข้าใจความซับซ้อนของโรคสมองได้ดีขึ้นเยอะ แม้วันนี้จะยังเอามาใช้จริงที่คลินิกทั่วไปไม่ได้ทันที แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีมากๆ ว่าในอนาคตอันใกล้ เราน่าจะมีชุดตรวจเลือดที่แค่เจาะปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าสมองเรากำลังเจอกับโรคอะไรอยู่บ้าง โดยไม่ต้องเสียเวลาคาดเดากันอีกต่อไป

อ้างอิง: neurosciencenews

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

นักวิทย์สร้าง 'เซลล์สังเคราะห์' จากศูนย์สำเร็จครั้งแรก ปูทางสู่การรักษาโรคยุคใหม่

นักวิจัยสามารถประกอบเซลล์ขึ้นมาจากสารเคมีที่ไม่มีชีวิตได้สำเร็จเป็นครั้งแรก แถมเซลล์ที่สร้างขึ้นนี้ยังสามารถกินอาหาร เติบโตและแบ่งตัวได้คล้ายกับเซลล์จริง...

Responsive image

AI ร่างกาย จิตใจ: ถอดสมการความท้าทายใหม่ในยุค Healthtech

ถอดสมการความท้าทายยุค Healthtech! จาก Longevity สู่ Healthspan และ Joyspan เมื่อ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนเกมการดูแลสุขภาพกายและใจให้ดียิ่งขึ้น มาร่วมหาคำตอบว่า AI เป็น Jarvis ให้สุขภา...

Responsive image

จากการแพทย์ที่ 'รอให้ป่วยก่อน' สู่การแพทย์ที่ทำนายล่วงหน้า รวม 3 สตาร์ตอัปไทยที่ผลักดันเรื่องการรักษาแบบแม่นยำ

โมเดลการแพทย์ที่เราคุ้นเคยมาตลอดคือ ป่วยก่อน แล้วค่อยรักษา รอจนมีอาการ ไปหาหมอ ตรวจ แล้วจึงเริ่มรักษา ปัญหาคือกับโรคหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็ง เมื่อแสดงอาการชัดเจน มักหมายถึงโรคเดินทา...