เรื่องราวของ Casey Harrell ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่สื่อสารผ่านชิปฝังสมองได้คนแรกของโลก

นี่คือเรื่องราวของ Casey Harrell ชายผู้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ ALS ที่กลับมาสื่อสาร ทำงาน และใช้ชีวิตประจำวันได้อีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยี BCI หรือชิปฝังสมอง 

ย้อนกลับไปตอนอายุ 45 ปี เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งโรคนี้ค่อย ๆ ทำให้เขาเริ่มขยับตัวไม่ได้ ต้องนั่งวีลแชร์ และต้องพึ่งคนอื่นทั้งเรื่องการแต่งตัวและป้อนข้าว ขณะเดียวกันเวลาจะสื่อสารก็ลำบาก เพราะคนรอบข้างก็ฟังแทบไม่ออกว่าเขากำลังพูดอะไร แต่แล้วทีมแพทย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส ก็ได้มาชวนให้เขาเข้าร่วมการทดลองฝังชิปในสมองเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ ซึ่งพอได้รับข้อเสนอ เขาก็ตอบตกลงในทันที 

และในเดือนกรกฎาคมปี 2023 ที่ผ่านมา เขาเข้ารับการผ่าตัดนานถึง 5 ชั่วโมง หมอได้ฝัง 'แผงเซ็นเซอร์รับสัญญาณ' ขนาดจิ๋ว 4 แผง แผงละ 64 จุด ลงไปตรงสมองส่วนที่ควบคุมการพูดจากนั้นก็ต่อสายจากสมองออกมาที่ด้านนอกกะโหลกศีรษะ ทำเป็นเหมือน 'จุดเชื่อมต่อ' 2 จุด เพื่อเอาไว้เสียบสายลิงก์ข้อมูลเข้ากับคอมพิวเตอร์ 

เบื้องหลังชิปที่แปลงสัญญาณจากสมองเป็นคำพูด 

เทคโนโลยีนี้ทำงานโดยการดักจับสัญญาณจากสมองส่วนที่ควบคุมการพูด ทีมวิศวกรอธิบายว่าระบบจะแปลงสัญญาณสมองของ Casey Harrell ออกมาเป็นหน่วยเสียงพื้นฐาน 39 เสียงในภาษาอังกฤษ แล้วนำเสียงเหล่านั้นมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นคำ

หลังจากผ่าตัดได้ 1 เดือน ทีมงานก็เริ่มทดลองเปิดระบบ โดยวันแรกเขาก็สามารถใช้ความคิดสั่งให้คอมพิวเตอร์พูดออกมาได้ 50 คำด้วยความแม่นยำ 99.6% และปัจจุบันคลังคำศัพท์ของระบบก็ถูกขยายไปถึง 125,000 คำด้วยความแม่นยำสูงถึง 97.5% 

ผู้ใช้งานตัวจริงคนแรกของโลก

ล่าสุด Nature Medicine หรือวารสารวิทยาศาสตร์จากประเทศอังกฤษได้เปิดเผยว่าหลังผ่าตัดไปได้เกือบ 2 ปี เขาได้ใช้งานระบบนี้เองที่บ้าน โดยไม่ต้องมีนักวิจัยมาคอยนั่งคุม จนหนึ่งในทีมวิจัยถึงกับยกย่องให้เขาเป็น 'ผู้ใช้งานตัวจริง' คนแรกของโลกสำหรับเทคโนโลยีนี้ 

ซึ่งในช่วงแรกของการใช้งานทีมวิจัยยังต้องเดินทางไปที่บ้านเพื่อเตรียมระบบให้เขาทุกครั้ง แต่ปัจจุบันระบบถูกพัฒนาให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นมาก ทุกเช้าเพียงแค่ผู้ดูแลช่วยเสียบสายเชื่อมต่ออุปกรณ์ เขาก็สามารถเริ่มต้นใช้งานด้วยตัวเองได้ทันที 

หลักการทำงานคือทุกครั้งที่คนเราคิดอยากจะขยับร่างกาย สมองจะสร้างสัญญาณไฟฟ้าเล็กๆ ขึ้นมา ชิปที่ฝังอยู่ในสมองของเขาจะทำหน้าที่ดักจับสัญญาณเหล่านี้ แล้วส่งต่อไปให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลและแปลงมันให้กลายเป็นคำสั่งขยับลูกศรเมาส์บนหน้าจอ นั่นหมายความว่าเขาใช้เพียง 'ความคิด' ก็สามารถสั่งเมาส์ให้เลื่อนไปมาและคลิกได้ สิ่งนี้ทำให้เขาสามารถกลับมาพิมพ์ข้อความ ส่งอีเมล ท่องโลกอินเทอร์เน็ตและทำงานในฐานะนักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้เพิ่มการตั้งค่าพิเศษตามที่เขาเสนอ เช่น การเปิดโหมดส่วนตัวที่ระบบจะลบข้อความทิ้งอัตโนมัติเมื่อสื่อสารจบเพื่อเก็บเป็นความลับและระบบคัดกรองคำหยาบสำหรับใช้เวลาที่เขาต้องคุยกับลูกสาว

อีกด้านของ BCI ข้อจำกัดที่ยังต้องเผชิญ

แม้เคสนี้จะถือว่าสำเร็จมากที่ผู้ป่วยใช้งานเองที่บ้านได้ แต่นักวิจัยจากเนเธอร์แลนด์ก็เตือนว่า ไม่ได้รับประกันว่าผู้ป่วย ALS ทุกคนจะใช้งานได้ดีหรือใช้ได้นานแบบนี้เสมอไป เธอเล่าถึงเคสผู้ป่วยหญิงคนหนึ่งที่เคยฝังชิป ซึ่งเธอใช้งานได้เพียง 7 ปีแล้วระบบก็หยุดทำงาน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเพราะสมองเสื่อมสภาพลงจากตัวโรคเอง

อีกปัญหาคือการฝังชิปไว้นาน ๆ อาจมี ‘พังผืด’ ไปเกาะตัวเซ็นเซอร์จนรบกวนการจับสัญญาณสมอง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนยังเสริมด้วยว่าผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมักจะไม่ค่อยอยากนอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัดใหญ่ ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของวงการนี้คือจะทำอย่างไรให้ผู้ป่วยกลับมาสื่อสารได้แม่นยำโดยไม่ต้องผ่าตัดฝังชิป

และสำหรับ Casey Harrell อุปกรณ์นี้คือสิ่งที่พลิกชีวิต เขาบอกว่าเวลาเป็นโรคนี้คนส่วนใหญ่มักจะบอกให้ทำใจ แต่เขาไม่ยอม เทคโนโลยีนี้จึงเหมือนช่วยให้เขายังสามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้

เป้าหมายต่อไปของเทคโนโลยีฝังชิปในสมอง

เป้าหมายต่อไปของทีมวิจัยคือ การพัฒนาเสียงพูดที่ออกมาให้สมจริงยิ่งขึ้น เพราะตอนนี้มันยังเป็นเหมือนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อ่านข้อความให้ฟังด้วยเสียงทื่อๆ พวกเขาจึงกำลังพัฒนาระบบที่ดึงสัญญาณสมองมาสร้างเป็น 'เสียงพูดจริงๆ' ที่มีครบทั้งจังหวะ น้ำเสียง และอารมณ์ความรู้สึก ไม่ว่าจะตอนดีใจ โกรธ หรือพูดประชดประชัน 

อ้างอิง: technologyreview

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SPEAR-H Accelerator เบื้องหลังโครงการที่ช่วย Health Tech ไทย พาของดี ไปสู่ของที่ระบบใช้จริง

ระยะห่างระหว่าง 'ผ่านการทดสอบในแล็บ' กับ 'ใช้งานได้จริงในโรงพยาบาล' คือช่วงที่นวัตกรรมไทยจำนวนมากสะดุดและไปต่อไม่ได้ ในธุรกิจ Health Tech ระยะห่างนี้ยาวกว่าที่หลายคนคิด...

Responsive image

AI ออกแบบสัญญาณกระตุ้นสมองให้ ‘ดวงตาเทียม’ แม่นขึ้น เรียนรู้สมองคนว่าตอบสนองยังไง แล้วค้นหาสัญญาณที่จะได้ผลตามเป้า

ทีมวิจัย UCSB, ETH Zurich และ Miguel Hernández ใช้ Deep Learning ออกแบบสัญญาณกระตุ้นสมองให้อุปกรณ์ดวงตาไบโอนิก ผลทดสอบในผู้เข้าร่วมวัย 27 ปีพบว่าแม่นยำกว่าวิธีมาตรฐานและใช้กระแสไฟน...

Responsive image

Fitbit ซิงก์เข้า Apple Health ได้แล้ว ก้าว การนอน สัญญาณชีพ ไหลเข้าครบ

Google Health 5.05 เพิ่มการซิงก์ข้อมูลสองทางกับ Apple Health ทำให้ข้อมูล Fitbit ทั้งการออกกำลังกาย การนอน สัญญาณชีพ และจำนวนก้าว ส่งเข้า Apple Health ได้โดยตรง ปิดฉากยุคต้องพึ่งแอป...