จากการแพทย์ที่ 'รอให้ป่วยก่อน' สู่การแพทย์ที่ทำนายล่วงหน้า รวม 3 สตาร์ตอัปไทยที่ผลักดันเรื่องการรักษาแบบแม่นยำ


โมเดลการแพทย์ที่เราคุ้นเคยมาตลอดคือ ป่วยก่อน แล้วค่อยรักษา รอจนมีอาการ ไปหาหมอ ตรวจ แล้วจึงเริ่มรักษา ปัญหาคือกับโรคหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็ง เมื่อแสดงอาการชัดเจน มักหมายถึงโรคเดินทางมาไกลแล้ว และทางเลือกในการรักษาก็แคบลง

การแพทย์แม่นยำ หรือ Precision Medicine คือวิธีการรักษาที่จะเข้ามาแก้โจทย์นี้ แทนที่จะรอให้ป่วย เราสามารถใช้ข้อมูลพันธุกรรมและข้อมูลสุขภาพของแต่ละคนมาประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อป้องกันและตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น 

แนวทางนี้กำลังกลายเป็นทิศทางหลักของวงการสุขภาพโลก แต่มีโจทย์สำคัญซ่อนอยู่ นั่นคือข้อมูลพันธุกรรมในปัจจุบันที่ใช้อ้างอิงโดยส่วนใหญ่มาจากประชากรตะวันตก ซึ่งอาจไม่สะท้อนความเสี่ยงของคนไทยและคนเอเชียได้แม่นพอ

สตาร์ตอัป Health Tech ไทยกลุ่มหนึ่งกำลังแก้โจทย์นี้ และเป็นทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการ SPEAR-H Accelerator โครงการเร่งการเติบโตด้านนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลพระราม 9

AThenaAI อ่านรหัสพันธุกรรมคนไทย ด้วยฐานข้อมูลของคนไทยเอง

AThenaAI จากบริษัท อะธีน่า-เอไอ จำกัด ให้บริการตรวจวิเคราะห์ DNA ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS) ซึ่งเป็นการอ่านรหัสพันธุกรรมจำนวนมหาศาลได้พร้อมกันในคราวเดียว เพื่อประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคสำคัญ รวมถึงวิเคราะห์การตอบสนองของร่างกายต่อสารอาหารและการออกกำลังกาย

โดยทีมใช้การอ่านแบบ Whole Exome Sequencing (WES) ซึ่งเป็นการอ่านเฉพาะส่วนของยีนที่ทำหน้าที่สร้างโปรตีน ครอบคลุมกว่า 30 ล้านตำแหน่งเบส โดยการแปลผลอ้างอิงงานวิจัยสากลและผ่านการตรวจสอบโดยแพทย์และนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเวชพันธุศาสตร์

จุดที่ทำให้ AThenaAI ต่างคือบริษัทใช้ฐานข้อมูลทางพันธุกรรมของคนไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกันกับข้อมูลมาตรฐานของชาวตะวันตก เพื่อความไว (sensitivity) ในการประเมินความเสี่ยง และความเฉพาะ (specificity) ของการประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นในบางเชื้อชาติ ที่ต่างจากชาติตะวันตก 

ทำให้การวิเคราะห์แม่นยำต่อประชากรกลุ่มนี้มากกว่าการใช้ฐานข้อมูลจากที่อื่น นี่คือประเด็นที่มีน้ำหนักในระยะยาว เพราะใครก็ตามที่ถือฐานข้อมูลพันธุกรรมของคนในภูมิภาค ย่อมมีความได้เปรียบที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันบริการอยู่ในสถานะ Commercial Ready คือพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์ และบริษัทได้เริ่มให้บริการพร้อมกับการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในขณะนี้มีผู้ใช้บริการกว่า 1,000 ราย 

cnsKRAFT จาก บีไอคราฟท์ อ่านพิมพ์เขียวของก้อนเนื้องอกในการตรวจครั้งเดียว

cnsKRAFT จากบริษัท บีไอคราฟท์ จํากัดใช้เทคโนโลยี Oxford Nanopore ซึ่งเป็นการอ่านสายพันธุกรรมแบบใหม่ที่อ่านได้เป็นสายยาวต่อเนื่อง มาทำสิ่งที่ทีมเรียกว่าการวิเคราะห์ระดับโมเลกุลแบบ 'จุดเดียวจบ' กล่าวคือในการตรวจครั้งเดียว 

สามารถตรวจได้ทั้งการกลายพันธุ์ของยีนที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งสมอง ที่มีมากกว่า 100 แบบ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยข้อมูล biomarker หลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นการกลายพันธุ์ การขาดหายของโครโมโซม และข้อมูลระดับเหนือพันธุกรรม ตรวจการเปลี่ยนแปลงจำนวนชุดของยีน (Copy Number Variation) และวิเคราะห์รูปแบบการเติมหมู่เมทิลบน DNA (DNA Methylation) ผลที่ได้คือภาพรวมระดับโมเลกุลของก้อนเนื้องอกที่ครบถ้วนในการตรวจเดียว 

สำหรับมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะเนื้องอกในระบบประสาท ข้อมูลระดับโมเลกุลเหล่านี้คือสิ่งที่กำหนดว่าแพทย์จะเลือกแนวทางรักษาแบบไหน การรวบทุกอย่างไว้ในการตรวจครั้งเดียวจึงช่วยทั้งเรื่องเวลาและปริมาณตัวอย่างที่ต้องใช้ และในปีนี้ บีไอคราฟท์ ได้วางเป้าหมายที่จะสร้างเครื่องมือในการวินิจฉัยมะเร็งอื่น ๆ

โดยจุดแข็งที่ทีมชูคือการมีทีมครบวงจรตั้งแต่ทีมพัฒนาในห้องแล็บ ทีมวิเคราะห์ข้อมูลชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ไปจนถึงทีมแพทย์ด้านการแพทย์แม่นยำ ปัจจุบันอยู่ในสถานะพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์

CancerAware+ จากบริษัท Precisionize ประเมินความเสี่ยงมะเร็งที่อัปเดตตามตัวเราตลอดเวลา

CancerAware+ จากบริษัท พรีซิชั่นไนซ์ จำกัด เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ AI ช่วยให้แต่ละคนประเมินความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ป้องกัน และเข้าถึงการตรวจคัดกรองที่เหมาะกับตัวเอง หัวใจของระบบคือสิ่งที่ทีมเรียกว่า Precision Engine ซึ่งอยู่ระหว่างการขอจดสิทธิบัตร เป็นกลไก AI ที่ทำการประเมินความเสี่ยงมะเร็งแบบต่อเนื่อง คำนวณและอัปเดตคะแนนความเสี่ยงของแต่ละคนเรื่อย ๆ ตามข้อมูลสุขภาพที่เปลี่ยนไป

CancerAware+ ทำให้ความเสี่ยงสะท้อนสถานะสุขภาพจริงของเราในแต่ละช่วง และยังมีระบบ AI ที่ช่วยจับคู่บริการทางการแพทย์ที่เหมาะสมให้ ปลายทางที่ทีมตั้งใจคือการเปลี่ยนแนวทางดูแลมะเร็งจากระบบที่เน้นการรักษาหลังเกิดโรค ไปสู่ระบบที่เน้นการป้องกันและตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น 

โดยบริษัทดำเนินงานด้านนี้มาตั้งแต่ปี 2018 ดูแลผู้ป่วยมะเร็งมาแล้วกว่า 1,000 ราย และทำงานร่วมกับสถาบันการแพทย์กว่า 20 แห่ง ปัจจุบันอยู่ในสถานะพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์

ความสำคัญของข้อมูล และ Precision Medicine 

คือการขยับการดูแลสุขภาพจากปลายทาง 'รักษาเมื่อป่วย' มาที่ต้นทาง 'ทำนายและป้องกัน' ต่างกันที่ระยะการมอง AThenaAI ดูความเสี่ยงระดับบุคคลจากพันธุกรรม cnsKRAFT เจาะลึกที่ตัวก้อนเนื้องอกเพื่อนำทางการรักษา และ Precisionize ทำให้การประเมินความเสี่ยงเดินไปพร้อมกับชีวิตเราตลอดเวลา

สิ่งที่สำคัญที่สุดในกลุ่มนี้ ไม่ใช่เทคโนโลยีการอ่านยีนที่ทันสมัย เพราะเครื่องมือเหล่านั้นซื้อได้ทั่วโลก แต่คือเรื่องของ 'ข้อมูล' ฐานข้อมูลพันธุกรรมและข้อมูลสุขภาพของคนไทยและคนเอเชียคือทรัพย์สินที่สะสมมูลค่าได้ ยิ่งมีข้อมูลของประชากรกลุ่มนี้มาก การวิเคราะห์ก็ยิ่งแม่นกับคนกลุ่มนี้ และคู่แข่งที่ใช้ฐานข้อมูลตะวันตกก็ตามได้ยากขึ้น การมีผู้เล่นไทยที่สร้างและถือฐานข้อมูลนี้เอง จึงเป็นเรื่องของอธิปไตยทางข้อมูลสุขภาพ ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจ

โจทย์ของการแพทย์แม่นยำคือ ความต้องการทั้งความน่าเชื่อถือทางคลินิก การรับรอง และความไว้วางใจจากแพทย์และคนไข้ ซึ่งสร้างไม่ได้ในวันเดียว เพราะเทคโนโลยีกลุ่มนี้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันได้รับความเชื่อถือมากพอที่แพทย์จะใช้ตัดสินใจรักษาคนไข้จริง จึงทำให้โครงการอย่าง SPEAR-H ที่เปิดโอกาสให้ทดสอบในเครือโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลพระราม 9 พร้อมเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งทุนและการสนับสนุนจากภาครัฐ มีความหมายกับเหล่าสตาร์ตอัปมาก

ในวันที่การแพทย์ทั้งโลกกำลังเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย สู่การดูแลสุขภาพเชิงรุกที่แม่นยำ สามารถป้องกันและออกแบบการดูแลสุขภาพให้เหมาะกับแต่ละบุคคล คำถามสำคัญสำหรับไทยจึงไม่ใช่แค่ว่า เราจะใช้เทคโนโลยีนี้หรือไม่ แต่คือ เราจะเป็นเจ้าของข้อมูลพันธุกรรมของคนไทยเอง หรือปล่อยให้ผู้อื่นเป็นคนอ่านรหัสพันธุกรรมของเรา


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

นักวิจัยสวิตเซอร์แลนด์พัฒนา ‘หุ่นยนต์ทำฟัน’ ช่วยลดขั้นตอนการทำครอบฟัน

ลืมการทำครอบฟันแบบเดิมที่ต้องไปหาหมอหลายรอบไปได้เลย เพราะทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบาเซิล สวิตเซอร์แลนด์ ได้พัฒนา ‘หุ่นยนต์ทันตกรรมขนาดจิ๋ว’ ที่กรอฟันได้อย่างแม่นยำตามแผน ช่วยให้หมอ...

Responsive image

จาก Life Span สู่ Health Span เมื่อเป้าหมายใหม่คือการแก่อย่างแข็งแรง กิน นอน ขยับตัว และมีกัลยาณมิตรจึงสำคัญ

เจาะลึกเวที SICMPH 2026 ถอดรหัส Wellness for All การบรรจบกันของเทคโนโลยีการแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ และเวชศาสตร์วิถีชีวิต เพื่อยืดช่วงเวลาสุขภาพดี รับมือสังคมผู้สูงอายุ และทางรอดระบบสาธ...

Responsive image

Anthropic เปิดทุนวิจัย แจกเครดิต Claude สูงสุด 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หนุน AI วิจัยโรคหายาก

Anthropic ตั้งโครงการ AI for Science Rare Disease Research Grants เพื่อให้ทุนนักวิจัยและสตาร์ทอัพนำ AI อย่าง Claude มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและเร่งการค้นคว้ายารักษาโรคกลุ่มนี้ให้เร็วข...