ดูแลก่อนป่วย ฟื้นฟูก่อนสาย 3 Health Tech ไทย ที่กำลังรับมือโรคเรื้อรังและสังคมสูงวัยไปพร้อมกัน

โรคที่น่ากังวลในสังคมไทยตอนนี้คือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ และโรคอ้วน โรคกลุ่มนี้สะสมจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน กินเวลาหลายปีกว่าจะแสดงอาการ และเมื่อแสดงอาการก็มักเรื้อรังยาวนาน กลายเป็นภาระระยะยาวทั้งต่อตัวคนไข้และระบบสุขภาพ

เมื่อบวกกับการที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว ภาพที่เกิดขึ้นคือคนป่วยเรื้อรังมากขึ้น คนสูงอายุที่ต้องการการฟื้นฟูมากขึ้น แต่ทรัพยากรในโรงพยาบาลมีเท่าเดิม ทางออกของโจทย์นี้จึงต้องขยับออกจากโรงพยาบาล ไปสู่การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันและการฟื้นฟูที่เข้าถึงได้

สตาร์ตอัป Health Tech ไทยกลุ่มหนึ่งกำลังจับโจทย์นี้ ตั้งแต่การจัดการน้ำหนักและโภชนาการ ไปจนถึงการฟื้นฟูร่างกาย และทั้งหมดเป็นทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการ SPEAR-H Accelerator โครงการเร่งการเติบโตด้านนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลพระราม 9

FitSloth Care โค้ชสุขภาพดิจิทัลที่แพทย์สั่งจ่ายเพื่อรักษาโรคอ้วน

FitSloth Care จากบริษัท ฟิตสลอธ จำกัด Digital Therapeutic หรือ DTx รายแรกของไทยสำหรับโรคอ้วนที่แพทย์สั่งจ่ายได้ สำหรับการดูแลคนไข้โรคอ้วนและกลุ่มโรคเมตาบอลิก

การดูแลโรคอ้วนแบบดิจิตอลของ FitSloth มีจุดแข็ง คือการผสานการสร้างฐานข้อมูลโภชนาการไทยที่แม่นยำที่สุด โดยอ้างอิงมาตรฐานจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เข้ากับการดูแลโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพที่มีใบประกอบโรคศิลป์ ทำหน้าที่เป็นโค้ชส่วนตัว พูดคุยกับคนไข้อย่างต่อเนื่องเพื่อ ออกแบบแผนปรับพฤติกรรมโดยหลักการเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ภายใต้การกำกับดูแลของทีมแพทย์ FitSloth เพื่อให้เกิดการดูแลนอกโรงพยาบาลที่ต่อเนื่องที่สุด

วิธีคิดนี้สำคัญ เพราะการลดน้ำหนักต้องไปไกลกว่าคำแนะนำ 2 ถึง 3 นาทีในห้องตรวจ คนไข้ต้องปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย การนอน ความเครียด และการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง FitSloth จึงผสานการดูแลโดยโค้ชส่วนตัว แอปพลิเคชัน ช่องทาง LINE และระบบ AI ซึ่งช่วยนักกำหนดอาหารวิเคราะห์ข้อมูลอาหาร พฤติกรรม และความก้าวหน้าของคนไข้ เพื่อให้การดูแลแม่นยำ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน และส่งข้อมูลกลับไปเชื่อมกับโรงพยาบาลได้ต่อเนื่อง

ในกรณีที่มีการใช้ยากลุ่ม GLP-1 หรือยาฉีดลดน้ำหนัก FitSloth ยังเข้าไปช่วยดูแลเรื่องการใช้ชีวิตซึ่งส่งผลต่อผลข้างเคียงจากยา เพื่อให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

จุดที่ทำให้ FitSloth น่าเชื่อถือคือผู้ก่อตั้งประกอบด้วยแพทย์ 2 คนและนักวิจัยด้าน Health AI พร้อมความร่วมมือกับ VISTEC เพื่อผลิตงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ปัจจุบันมีการนําไปใช้จริงกว่า 1,000 เคส และผู้รับบริการกว่า 83% สามารถลดน้ำหนักได้จริง มีการสั่งจ่ายในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลรัฐ และเอกชนชั้นนำ รวมถึงความร่วมมือกับ Novo Nordisk ซึ่งเป็นผู้ผลิตยา GLP-1 หนึ่งในสองแห่งหลักของโลก และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (NHSO) 

Kalguroo แอปนับแคลอรีที่ต่อยอดสู่โค้ชดูแลสุขภาพส่วนตัว

Kalguroo จากบริษัท แคลกูรู จำกัด เริ่มต้นจากการเป็นแอปนับแคลอรีที่ใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยให้การบันทึกอาหารเป็นเรื่องง่ายขึ้น ผู้ใช้เพียงถ่ายรูปอาหาร ระบบจะประเมินแคลอรีและสารอาหารสำคัญ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ได้ภายในไม่กี่วินาที พร้อมให้คำแนะนำตามเป้าหมายสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก สร้างกล้ามเนื้อ หรือดูแลการกินให้สมดุลมากขึ้น

เทคโนโลยีหลักของ Kalguroo คือการผสาน Multimodal AI เข้ากับฐานข้อมูลอาหารไทย เพื่อให้ระบบเข้าใจรายละเอียดของอาหารไทยและอาหารเอเชียได้ดีขึ้น ตั้งแต่วัตถุดิบ วิธีปรุง ไปจนถึงปริมาณต่อจาน ซึ่งเป็นจุดที่แอปนับแคลอรีจากต่างประเทศมักประเมินได้ยาก แนวทางนี้ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลโภชนาการ และทำให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับมื้ออาหารในชีวิตจริงของผู้ใช้งานมากขึ้น

จากจุดเริ่มต้นของการเป็นแอปนับแคลอรี Kalguroo กำลังต่อยอดไปสู่การเป็น AI Coach ด้านสุขภาพและโภชนาการ โดยผู้ใช้สามารถถามตอบเรื่องการดูแลสุขภาพภายในแอปได้โดยตรง ทำให้แอปไม่ได้เป็นเพียงสมุดบันทึกแคลอรี แต่เป็นตัวช่วยแปลข้อมูลสุขภาพให้เข้าใจง่ายขึ้น และช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจเรื่องการกินในแต่ละวันได้ดีขึ้น

อีกจุดที่ทำให้ Kalguroo น่าจับตามองคือการเติบโตที่รวดเร็ว นับตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2568 แอปมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 1 ล้านครั้ง จากผู้ใช้ใน 152 ประเทศทั่วโลก และล่าสุดเพิ่งปิดการระดมทุนรอบ Seed เพื่อต่อยอดสู่ระบบ AI Coach บริการ Health Commerce และการขยายสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Power Cube ลู่วิ่งใต้น้ำที่ทำให้การฟื้นฟูเจ็บน้อยลง

อีกด้านหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่กำลังได้รับความสำคัญมากขึ้น คือ การฟื้นฟูสมรรถภาพ เพราะผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ การกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างปลอดภัยจึงไม่ใช่เพียงเป้าหมายของการรักษา แต่เป็นก้าวสำคัญสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี

Power Cube จากบริษัท อควาเทรค โซลูชัน จำกัด พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ทุกคนควรมีโอกาสกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง” ไม่ได้เป็นเพียงลู่วิ่งใต้น้ำ แต่เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมให้ผู้ที่มีข้อจำกัดสามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง ด้วยการผสานคุณสมบัติของน้ำและเทคโนโลยีที่สามารถควบคุมระดับน้ำ อุณหภูมิ ความเร็ว ความชัน และแรงต้านจากระบบเจ็ตได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดแรงกระแทก เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สนับสนุนการฟื้นฟู และทำให้ผู้ใช้งานกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจ

Power Cube เหมาะสำหรับการใช้งานในโรงพยาบาล ศูนย์สุขภาพ และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รองรับทั้งการฟื้นฟูผู้ป่วย การดูแลผู้สูงอายุ การเสริมสมรรถภาพของนักกีฬา และการออกกำลังกายแบบลดแรงกระแทก เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตในระยะยาว จุดเด่นของ Power Cube คือคุณภาพและประสิทธิภาพที่เทียบเท่าเครื่องนำเข้า ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า พร้อมแผนพัฒนาระบบ Monitoring เพื่อติดตามผลการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง และการต่อยอดสู่ Aqua Health Center เพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานจริง นำมาต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์การฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Power Cube สะท้อนวิสัยทัศน์ของการฟื้นฟูสุขภาพที่ไม่ได้มุ่งเพียงการรักษา แต่คือการสร้างโอกาสให้ผู้คนกลับมาเคลื่อนไหว ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง เพราะทุกการเคลื่อนไหวที่กลับคืนมา คือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การดูแลสุขภาพกำลังย้ายออกจากโรงพยาบาล มาอยู่ในมือเรา

ทั้งสามบริษัทนี้ดูเผิน ๆ เหมือนทำคนละเรื่อง ทั้งจัดการน้ำหนัก นับแคลอรี และฟื้นฟูร่างกาย แต่พวกเขายืนอยู่บนแนวคิดเดียวกัน คือการขยับการดูแลสุขภาพออกจากโรงพยาบาล มาสู่ชีวิตประจำวันและการดูแลที่คนเข้าถึงได้ เพื่อแก้ปัญหาวงจรของโรคไม่ติดต่อ และรับมือกับสังคมสูงวัย 

โดย FitSloth จัดการที่ต้นเหตุอย่างโรคอ้วนซึ่งเป็นประตูสู่โรคเรื้อรังอีกหลายตัว Kalguroo ทำให้การปรับพฤติกรรมการกินเป็นเรื่องที่ทำได้ทุกวัน และ Power Cube รองรับปลายทางเมื่อร่างกายต้องการการฟื้นฟู ทั้งหมดคือการลดภาระที่จะไหลกลับเข้าสู่โรงพยาบาลในที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้งสามบริษัทไม่ได้แข่งที่เทคโนโลยีล้วน ๆ แต่แข่งที่ 'ความเป็นไทย' ในเชิงปฏิบัติ ทั้งฐานข้อมูลอาหารไทย การผสานกับระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และราคาที่เข้าถึงได้กว่าของนำเข้า พร้อมกับนำรายได้เข้าสู่ประเทศผ่านการเป็นพันธมิตรกับบริษัทระดับโลก

โจทย์ของกลุ่มนี้คือ การดูแลเชิงรุกและการฟื้นฟูต้องการทั้งความต่อเนื่องและความเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพหลัก DTx ต้องได้รับการยอมรับจากแพทย์ เครื่องมือฟื้นฟูต้องผ่านการรับรอง และแอปดูแลสุขภาพต้องทำให้คนใช้ต่อเนื่องจริง 

โครงการอย่าง SPEAR-H จึงเข้ามาช่วยตรงการทดสอบในเครือโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยมหิดลและโรงพยาบาลพระราม 9 การให้คำปรึกษาเชิงลึก และการเชื่อมต่อแหล่งทุน เพื่อให้โซลูชันเหล่านี้ไม่หยุดอยู่แค่ความตั้งใจดี แต่กลายเป็นเครื่องมือที่อยู่ในมือคนไทยได้จริง

ในวันที่โรคไม่ติดต่อกำลังกลายเป็นภาระที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ คำตอบที่ยั่งยืนที่สุดอาจไม่ใช่การสร้างโรงพยาบาลเพิ่ม แต่คือการทำให้คนไทยดูแลตัวเองได้ดีขึ้นตั้งแต่ก่อนป่วย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สหรัฐฯ ใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ผ่าตัดทางไกลสำเร็จครั้งแรกของโลก หวังลดช่องว่างการเข้าถึงการรักษา

ล่าสุดทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย California, San Diego ประสบความสำเร็จในการนำ ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์’ มาช่วยผ่าตัดสิ่งมีชีวิตได้เป็นครั้งแรก...

Responsive image

นักวิทย์สร้าง 'เซลล์สังเคราะห์' จากศูนย์สำเร็จครั้งแรก ปูทางสู่การรักษาโรคยุคใหม่

นักวิจัยสามารถประกอบเซลล์ขึ้นมาจากสารเคมีที่ไม่มีชีวิตได้สำเร็จเป็นครั้งแรก แถมเซลล์ที่สร้างขึ้นนี้ยังสามารถกินอาหาร เติบโตและแบ่งตัวได้คล้ายกับเซลล์จริง...

Responsive image

AI ร่างกาย จิตใจ: ถอดสมการความท้าทายใหม่ในยุค Healthtech

ถอดสมการความท้าทายยุค Healthtech! จาก Longevity สู่ Healthspan และ Joyspan เมื่อ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนเกมการดูแลสุขภาพกายและใจให้ดียิ่งขึ้น มาร่วมหาคำตอบว่า AI เป็น Jarvis ให้สุขภา...