นักวิจัยสเปนพัฒนายาหยอดตา กระตุ้นเซลล์ตาให้กลับมาด้วยแสง ทดลองในหนูแล้ว ฟื้นการมองเห็นได้จริง

โรคที่ทำให้ตาบอดจากการเสื่อมของเซลล์รับแสง (Photoreceptor) อย่างโรคจอประสาทตาเสื่อมตามวัย (Age-related Macular Degeneration หรือ AMD) และโรคจอประสาทตาเสื่อมทางพันธุกรรม (Retinitis Pigmentosa หรือ RP) ส่งผลกระทบต่อผู้คนราว 200 ล้านคนทั่วโลก และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของภาวะสูญเสียการมองเห็น ที่ผ่านมาแนวทางฟื้นการมองเห็นส่วนใหญ่ต้องพึ่งการผ่าตัดฝังอุปกรณ์หรือการดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งซับซ้อนและเข้าถึงยาก

ล่าสุดทีมนักวิจัยที่นำโดยสถาบันวิศวกรรมชีวภาพแห่งคาตาโลเนีย (Institute for Bioengineering of Catalonia หรือ IBEC) ได้พัฒนายาโมเลกุลเล็กกลุ่มใหม่ที่ทำงานด้วยกลไก 'เปิด-ปิดการทำงานด้วยแสง' (Photoswitchable) และสามารถฟื้นการทำงานหลักของการมองเห็นในสัตว์ทดลองที่ตาบอดได้ โดยตีพิมพ์ผลงานในวารสาร Journal of the American Chemical Society (JACS) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 จุดขายสำคัญคือยาชุดนี้ให้ผลได้แม้ใช้เพียงการหยอดตา โดยไม่ต้องดัดแปลงพันธุกรรมหรือฝังอุปกรณ์ใด ๆ

'อวัยวะเทียมระดับโมเลกุล' ที่ทำงานแทนเซลล์รับแสง

สารประกอบตระกูลใหม่นี้มีชื่อว่า prosthe6 โดยตัวที่ให้ผลโดดเด่นที่สุดคือ prosthe6-12 และ prosthe6-15 แนวคิดเบื้องหลังอาศัยศาสตร์ที่เรียกว่าเภสัชศาสตร์แสง (Photopharmacology) ซึ่งเป็นเทคนิคควบคุมการออกฤทธิ์ของยาด้วยแสงแบบย้อนกลับได้ สิ่งที่ทำให้แนวทางนี้ต่างจากเทคโนโลยีคืนการมองเห็นอื่น คือความพยายามเลียนแบบกลไกของจอตาที่แข็งแรงให้ใกล้เคียงที่สุด แทนที่จะข้ามขั้นตอนการประมวลผลของจอตาไป

Rosalba Sortino นักวิจัยหลังปริญญาเอกในกลุ่มวิจัย Nanoprobes and Nanoswitches ของ IBEC และผู้เขียนร่วมคนแรกของงานวิจัย อธิบายว่าเป้าหมายคือการฟื้นการมองเห็นด้วยกลไกระดับโมเลกุลที่ใกล้เคียงกับการทำงานของจอตาที่แข็งแรงมากที่สุด โดยแทนที่จะข้ามการประมวลผลของจอตา ทีมวิจัยเลือกกระตุ้นวงจรจอตาขึ้นมาใหม่ที่ตำแหน่งเดียวกับเซลล์รับแสงที่สูญเสียไป

ในเชิงกลไก ยา prosthe6 จะเข้าไปทำหน้าที่แทนเซลล์รับแสงที่ตายไป โดยออกฤทธิ์ที่เซลล์ ON-bipolar และโปรตีนตัวรับชื่อ mGlu6 ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อถัดจากเซลล์รับแสงในวงจรจอตา คุณ Pedro de la Villa จากมหาวิทยาลัย Alcalá ผู้ร่วมนำงานวิจัย ระบุว่าในโรคจอตาเสื่อม แม้เซลล์รับแสงจะสูญเสียไป แต่วงจรประสาทที่อยู่ถัดไปส่วนใหญ่ 'ยังคงอยู่ครบและทำงานได้ เพียงแต่ถูกปิดการทำงานอยู่' ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการรักษา

ผลทดลอง: ปลาม้าลายกลอกตาได้ หนูกลับมาหลบแสง

ทีมวิจัยทดสอบยากับสัตว์ทดลองหลายชนิด เริ่มจากลูกปลาม้าลาย (Zebrafish) ที่ถูกทำให้ตาบอด ซึ่งหลังได้รับยา ปลาสามารถกลับมากลอกตาตอบสนองต่อภาพเคลื่อนไหว หรือที่เรียกว่าการกลอกตาแบบ Optokinetic Reflex ได้อีกครั้ง

ผลที่โดดเด่นยิ่งกว่าคือการทดสอบในหนูโมเดลโรค AMD และ RP หลังได้รับยา prosthe6 หนูกลับมาแสดงพฤติกรรมหลบเลี่ยงแสงตามสัญชาตญาณ คือเลือกอยู่ในบริเวณมืดอย่างชัดเจนและเป็นธรรมชาติ ซึ่งชี้ว่าหนูสามารถรับรู้แสงและใช้ข้อมูลนั้นกำหนดพฤติกรรมของตัวเองได้ โดยไม่ต้องผ่านการฝึกฝนใด ๆ ก่อน สิ่งที่ทำให้ผลนี้มีความหมายในเชิงการนำไปใช้จริง คือพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ระดับความสว่างที่ใกล้เคียงกับแสงในอาคารหรือแสงในวันที่ท้องฟ้ามีเมฆ ไม่จำเป็นต้องใช้แหล่งกำเนิดแสงที่เข้มเป็นพิเศษ

หยอดตาได้ ไม่ต้องผ่าตัดหรือดัดแปลงพันธุกรรม

จุดที่ทีมวิจัยเน้นย้ำเป็นพิเศษ คือพฤติกรรมการมองเห็นที่ฟื้นกลับมานั้นเกิดขึ้นได้ทั้งจากการฉีดยาเข้าลูกตาโดยตรงตามแบบยาทางจักษุทั่วไป และจากการให้ยาแบบหยอดตา (Eye Drops) ซึ่งเป็นวิธีที่เรียบง่ายและเป็นมิตรกับผู้ป่วยมากกว่า โดยไม่ต้องอาศัยการดัดแปลงพันธุกรรมหรือการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในดวงตา

คุณ Pau Gorostiza ศาสตราจารย์วิจัย ICREA ประจำ IBEC และผู้ร่วมนำงานวิจัย ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่ายากลุ่มนี้ 'ไม่ได้รักษาโรคตาบอดให้หายขาด เพราะไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของการเสื่อมของเซลล์รับแสง' แต่มีประสิทธิภาพสูงอย่างน่าทึ่งในการคืนการมองเห็น ด้วยวิธีที่เรียบง่ายและน่าจะเป็นมิตรกับผู้ป่วย นอกจากนี้ทีมวิจัยยังรายงานว่าโมเลกุลชุดนี้มีโปรไฟล์ความปลอดภัยเบื้องต้นที่ดี จึงมีศักยภาพพัฒนาต่อเป็นตัวยาสำหรับผู้ป่วยโรคจอตาเสื่อมได้

ข้อจำกัดและก้าวต่อไปของงานวิจัยนี้

แม้ผลลัพธ์จะน่าตื่นเต้น แต่ต้องเน้นว่างานวิจัยชิ้นนี้ยังเป็นผลในสัตว์ทดลองเท่านั้น และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบในมนุษย์ กว่าจะไปถึงการใช้จริงในผู้ป่วยยังต้องผ่านการทดสอบทางคลินิกอีกหลายขั้น งานวิจัยนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายสถาบัน ทั้ง IBEC มหาวิทยาลัย Alcalá สถาบันเคมีขั้นสูงแห่งคาตาโลเนีย (IQAC-CSIC) มหาวิทยาลัย Barcelona และหน่วยงานพันธมิตรอื่น ๆ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิผู้ป่วย Fundaluce โครงการ CaixaResearch และรัฐบาลแคว้นคาตาโลเนีย

ปัจจุบันทีมวิจัยอยู่ระหว่างจัดตั้งบริษัท Spin-off ในชื่อ Eyelumina เพื่อพัฒนายาชุดนี้ต่อไปสู่การใช้งานจริง ถือเป็นก้าวสำคัญของแนวทางฟื้นการมองเห็นที่ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดใหญ่หรือพันธุวิศวกรรม และเปิดความเป็นไปได้ใหม่ให้กับผู้ป่วยหลายร้อยล้านคนทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับภาวะจอประสาทตาเสื่อม

ที่มา: EurekAlert (IBEC), Parc Científic de Barcelona, Journal of the American Chemical Society, Medical Xpress, News-Medical

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ดูแลก่อนป่วย ฟื้นฟูก่อนสาย 3 Health Tech ไทย ที่กำลังรับมือโรคเรื้อรังและสังคมสูงวัยไปพร้อมกัน

โรคที่น่ากังวลในสังคมไทยตอนนี้คือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ และโรคอ้วน โรคกลุ่มนี้สะสมจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต...

Responsive image

สหรัฐฯ ใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ผ่าตัดทางไกลสำเร็จครั้งแรกของโลก หวังลดช่องว่างการเข้าถึงการรักษา

ล่าสุดทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย California, San Diego ประสบความสำเร็จในการนำ ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์’ มาช่วยผ่าตัดสิ่งมีชีวิตได้เป็นครั้งแรก...

Responsive image

นักวิทย์สร้าง 'เซลล์สังเคราะห์' จากศูนย์สำเร็จครั้งแรก ปูทางสู่การรักษาโรคยุคใหม่

นักวิจัยสามารถประกอบเซลล์ขึ้นมาจากสารเคมีที่ไม่มีชีวิตได้สำเร็จเป็นครั้งแรก แถมเซลล์ที่สร้างขึ้นนี้ยังสามารถกินอาหาร เติบโตและแบ่งตัวได้คล้ายกับเซลล์จริง...