เจาะกลยุทธ์นวัตกรรมองค์กรฉบับ "พญาไท-เปาโล" เปลี่ยนคนหน้างานให้เป็นนวัตกร

ในโลกของ Healthcare คำว่า Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เพียงนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญกลับอยู่ที่การออกแบบ "ระบบ" และ "วัฒนธรรมองค์กร" ที่เอื้อให้เกิดการแก้ปัญหาได้จริง

จาก Session สุด Exclusive ในงาน Techsauce Healthspan Festival 2026 ล่าสุด คุณอัฐ ทองแตง ประธานคณะผู้บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้ร่วมพูดคุยกับ อรนุช เลิศสุวรรณกิจ CEO Techsauce ถึงเบื้องหลังการทรานส์ฟอร์มองค์กรผ่านแนวคิด Design Thinking ที่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ อย่าง "ความรู้สึกของพนักงาน" ไปจนถึงภาพใหญ่อย่างการสร้าง Open Platform สำหรับ Startup ไทย

Techsauce สรุป 4 ประเด็นสำคัญที่คุณไม่ควรพลาดจาก Session นี้

พื้นที่ปลอดภัย คือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม

คุณอัฐเล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า วัฒนธรรมไทยมีความพิเศษคือความ เกรงใจ ซึ่งในแง่หนึ่งมันคือเรื่องดี แต่ในโลกนวัตกรรมมันคือ ยาพิษ

ในอดีต เวลาจัดประกวดนวัตกรรม พอติดป้ายว่า "นี่คือผลงานแผนกพยาบาล โรงพยาบาล A" สิ่งที่เกิดขึ้นคือแผนกอื่นจะรู้สึกเกรงใจที่จะวิจารณ์ หรือร้ายกว่านั้นคือเกิดอาการ Silo (กำแพงระหว่างหน่วยงาน) ที่มองว่า "นั่นงานของเธอ ไม่ใช่งานของฉัน"

วิธีแก้แบบพญาไท-เปาโล คือ เลือกที่จะสลายตัวตนทิ้งไปครับ ในช่วงการทำ Workshop นวัตกรรม เขาจะถอดป้ายชื่อหน่วยงานออก ให้ทุกคนมาแก้โจทย์ในฐานะเพื่อนร่วมวิชาชีพที่มีเป้าหมายเดียวกันคือ คนไข้ เมื่อไอเดียไม่มีเจ้าของคนเดียว ทุกคนก็กล้าวิจารณ์ กล้าปรับ จนกลายเป็นผลงานที่ทุกคนภูมิใจ และพร้อมนำไปใช้จริงโดยไม่มีแรงต้าน

นวัตกรรมต้องไม่เป็นภาระ

โจทย์ที่ท้าทายที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้บุคลากรหน้างานที่มีภาระล้นมือ อยากลุกขึ้นมาทำสิ่งใหม่?

คำถามที่เป็นกำแพงใหญ่ที่สุดของทุกองค์กรคือ “พนักงานงานล้นมืออยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมาคิดของใหม่?” หากผู้นำตอบคำถามนี้ไม่ได้ นวัตกรรมจะกลายเป็นเพียงงานฝากที่พนักงานทำตามหน้าที่แต่ไร้จิตวิญญาณ

ซึ่งโดยปกติแล้วในวงการแพทย์ บุคลากรทุกคนต้องมีการอบรมเพื่อรักษาใบประกอบวิชาชีพ และอัปเดตความรู้อยู่แล้ว คุณอัฐจึงใช้จุดนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ โดยการเปลี่ยนชั่วโมงการอบรมแบบเดิมที่เน้นการนั่งฟัง Lecture มาเป็นการทำ Workshop นวัตกรรมแทน วิธีนี้ทำให้พนักงานไม่ต้องเสียเวลาส่วนตัวเพิ่ม แต่ได้ใช้เวลาที่ต้องใช้อยู่แล้วมาคิดและสร้าง แทนการฟังและจำ

ดังนั้น คุณอัฐ ชี้ว่า การจะทำให้คนหน้างานสละพลังงานมาทำนวัตกรรม ต้องเริ่มจากการให้เขาเห็นว่า นวัตกรรมนี้ทำเพื่อใคร? 

หากคำตอบคือ ทำเพื่อหัวหน้า หรือทำเพื่อรางวัล พลังจะหมดไวมาก แต่คุณอัฐย้ำว่าต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าไอเดียของเขาจะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ลดความผิดพลาด หรือช่วยให้เพื่อนร่วมงานทำงานได้สบายขึ้น เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าผลลัพธ์จะย้อนกลับมาช่วยตัวเขาเอง ความเหนื่อยล้าจะถูกแทนที่ด้วยความสนุก เพราะเขากำลังออกแบบอนาคตการทำงานของตัวเอง

ทลายกำแพงระบบปิด สู่การเป็น App Store แห่งวงการสุขภาพ

หนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของ HealthTech ในประเทศไทยคือระบบ HIS (Hospital Information System) ซึ่งเปรียบเสมือนกำแพงหนาสูงที่ Startup เข้าไม่ถึง คุณอัฐมองเห็นโอกาสในการทำลายข้อจำกัดนี้เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด

คุณอัฐมีวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยน HIS จากซอฟต์แวร์ที่แพงมหาศาล ให้กลายเป็นสมาร์ทโฟนของโรงพยาบาล ที่มี API มาตรฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้ Startup ไทยนำเทคโนโลยีเฉพาะทาง เช่น ระบบ AI วิเคราะห์ภาพถ่ายรังสี, ระบบ Dashboard ติดตามอาการคนไข้โรคเรื้อรัง หรือแม้แต่ระบบจ่ายเงินที่ลื่นไหล มาปลั๊กอินได้ทันที โดยที่โรงพยาบาลไม่ต้องไปเสียเงินจ้างพัฒนาใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ศูนย์

คุณอัฐมองว่า สิ่งที่ Startup ขาดไม่ใช่ไอเดีย แต่คือ Data และ Users คุณอัฐจึงเปิดบ้านให้เครือพญาไท-เปาโลเป็นสนามทดลองขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลจริง ภายใต้ความปลอดภัยระดับสูง เพื่อให้ Startup ได้เห็นพฤติกรรมผู้ใช้จริง ๆ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสล้มเหลวและช่วยให้ Startup ไทยสามารถสเกลไปแข่งในระดับโลกได้โดยมี Use Case ที่แข็งแกร่งรองรับ

สุดท้ายต้องวัดผลให้ขาด และกล้าตัดจบเพื่อไปต่อ

หลายคนอาจมองว่านวัตกรรมคือการลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ แต่สำหรับคุณอัฐ นวัตกรรมคือ ธุรกิจ นั่นแปลว่ามันต้องมีแผนที่ชัดเจนและเห็นผลตอบแทนที่จับต้องได้ 

นวัตกรรมที่ดีในมุมของคุณอัฐ ไม่ใช่แค่ทำเสร็จแล้วใช้ได้แค่ในแผนกเดียวหรือตึกเดียว แต่มันต้องมีศักยภาพที่ขยายผลไปใช้ได้ทั้งเครือโรงพยาบาล หรือแม้แต่ขายให้คนนอกได้ด้วย

ตัวอย่างเห็นภาพที่คุณอัฐยกมาเล่า คือ แอปฯ รวบรวมความรู้ทางการแพทย์กว่า 400 หลักสูตร ตอนแรกอาจจะสร้างมาเพื่อสอนพนักงานในบ้าน แต่พอระบบมันดีและเนื้อหาเจ๋งจริง ปัจจุบันมันกลายเป็นธุรกิจใหม่ที่ขายลิขสิทธิ์ความรู้ให้กับหน่วยงานข้างนอกได้ด้วย

นอกจากนี้ในโลกของนวัตกรรมไม่ใช่ทุกไอเดียจะไปถึงฝั่งฝัน หน้าที่สำคัญของผู้นำยุคใหม่คือการเป็นกรรมการที่ต้องคอยเช็กตลอดเวลาว่า...

โปรเจกต์ไหนมีอนาคต? -> ไปต่อ
โปรเจกต์ไหนได้แค่เริ่มตัน? -> พอแค่นี้
โปรเจกต์ไหนดีนะ แต่ยังไม่ถึงเวลา? -> พักไว้ก่อน

ดังนั้น ความกล้าที่จะหยุดโปรเจกต์ที่ดูแล้วไม่คุ้มค่า คือทักษะที่สำคัญมาก เพราะถ้าเรามัวแต่เสียดายของ หรือเสียดายเวลาที่ลงไปแล้ว เราจะเสียทรัพยากรและพลังงานของทีมไปเปล่า ๆ การกล้าตัดส่วนเกินทิ้ง จะทำให้องค์กรเหลือแรงไปทุ่มกับสิ่งที่ใช่จริง ๆ เพื่อให้เกิดการเติบโตแบบก้าวกระโดดนั่นเอง

ข้อมูลจาก Session: Design Thinking in Healthcare: ออกแบบ Longevity ตอบโจทย์ทั้ง "คนไข้" และ "คนทำงาน" โดยคุณอัฐ ทองแตง ประธานคณะผู้บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

'Healing is the New Luxury' เมื่อ ททท. ดันไทยสู่ Global Wellness Destination

เจาะลึกยุทธศาสตร์ ททท. บนเวที Techsauce Healthspan Festival 2026 กับการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็น 'Global Wellness Destination' เพื่อคว้าเค้กก้อนโตจากตลาดเศรษฐกิจเชิงสุขภาวะโล...

Responsive image

Health Tech ปี 2026 กำลังไปทางไหน? เจาะ 3 เทรนด์อนาคตที่ VC ระดับโลกจับตามอง

ในยุคที่เทคโนโลยีด้านสุขภาพกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด คำถามสำคัญคืออนาคตของวงการสุขภาพจะมุ่งหน้าไปทางไหน ? จากเวทีงาน Techsauce Healthspan Festival 2026...

Responsive image

เมื่ออากาศสะอาด คือรากฐานของสุขภาพดียืนยาว เจาะลึกวิธีจัดการอากาศในอาคาร พร้อมนวัตกรรมสู้ PM 2.5 เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

เจาะลึกวิกฤต PM 2.5 และความจริงที่ว่าหลบฝุ่นในบ้านอาจไม่ปลอดภัย เผยแนวทางจัดการคุณภาพอากาศในอาคารด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสลายเชื้อโรค เพื่อสุขภาพที่ดีจากงาน Techsauce 2026...