MIT เปิดตัวสายรัดข้อมืออัลตราซาวด์ จับการขยับนิ้วครบ 22 องศาอิสระ สั่งงานมือหุ่นยนต์แบบเรียลไทม์

การเลื่อนหน้าจอมือถือที่เราทำกันวันละหลายร้อยครั้ง ต้องอาศัยการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ 34 มัด ข้อต่อ 27 จุด และเส้นเอ็นกับเอ็นยึดอีกกว่า 100 เส้นในมือข้างเดียว ความซับซ้อนระดับนี้เองที่ทำให้การเลียนแบบมือมนุษย์กลายเป็นโจทย์ที่วงการหุ่นยนต์ยังแก้ไม่ตกมาหลายสิบปี และล่าสุดทีมวิศวกรจาก MIT ก็เพิ่งหาทางลัดใหม่เจอ นั่นคือไม่ต้องสร้างมือหุ่นยนต์ให้ฉลาดเอง แต่ให้มัน 'ยืมความคล่องแคล่วจากมือมนุษย์' ผ่านสายรัดข้อมือเส้นเดียว

ทีมวิจัยจาก MIT พัฒนาสายรัดข้อมืออัลตราซาวด์ (Ultrasound Wristband) ที่ติดตามการเคลื่อนไหวของมือได้ครบ 22 องศาอิสระ (Degrees of Freedom) ซึ่งครอบคลุมการงอ เหยียด และเอียงของทุกข้อนิ้วรวมถึงนิ้วโป้ง แล้วส่งข้อมูลไปควบคุมมือหุ่นยนต์ได้แบบเรียลไทม์ด้วยความหน่วงเพียงราว 120 มิลลิวินาที งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Electronics เมื่อเดือนมีนาคม 2026 โดยจุดเด่นคือไม่ต้องใช้กล้อง ไม่ต้องสวมถุงมือเซนเซอร์ และไม่ต้องติดอุปกรณ์ใด ๆ ที่นิ้วมือเลย ทุกอย่างจบที่ข้อมือจุดเดียว

อ่านการขยับนิ้วจากเส้นเอ็นใต้ผิวหนัง เหมือนดูสายชักหุ่นกระบอก

หลักการทำงานของอุปกรณ์ชิ้นนี้เริ่มจากข้อสังเกตง่าย ๆ ว่า ทุกครั้งที่นิ้วขยับ เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อในแขนท่อนล่างจะเลื่อนตัวเป็นแบบแผนเฉพาะของท่าทางนั้น ๆ ทีมวิจัยจึงฝังตัวแปลงสัญญาณอัลตราซาวด์ (Ultrasound Transducer) ขนาดเล็กเรียงเป็นวงรอบข้อมือ คอยถ่ายภาพความเคลื่อนไหวภายใต้ผิวหนังอย่างต่อเนื่อง แล้วใช้โมเดลการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) แปลงภาพเหล่านั้นกลับมาเป็นตำแหน่งของนิ้วทั้งห้าและฝ่ามือ

คุณ Gengxi Lu หนึ่งในทีมวิจัยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดผ่าน MIT News ว่า 'เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อในข้อมือก็เหมือนสายชักที่ดึงหุ่นกระบอก ซึ่งก็คือนิ้วของเรา ทุกครั้งที่ถ่ายภาพสถานะของเส้นสายเหล่านั้น เราก็จะรู้สถานะของมือทันที'

เทคโนโลยีนี้ต่อยอดมาจากงานที่ห้องแล็บของศาสตราจารย์ Xuanhe Zhao อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลของ MIT พัฒนามาก่อนหน้า นั่นคือสติกเกอร์อัลตราซาวด์ (Ultrasound Sticker) ที่ย่อส่วนหัวตรวจอัลตราซาวด์แบบที่ใช้ในโรงพยาบาลให้เล็กลงจนแปะติดผิวหนังได้ ตัวสายรัดข้อมือรุ่นนี้มีขนาดพอ ๆ กับสมาร์ทวอทช์ ส่วนชุดอิเล็กทรอนิกส์ประมวลผลมีขนาดใกล้เคียงโทรศัพท์มือถือ และทำงานแบบไร้สายทั้งระบบ

จุดที่ทำให้แนวทางนี้น่าสนใจคือมันอุดช่องโหว่ของวิธีเดิม ๆ ได้เกือบหมด ระบบติดตามมือที่ใช้กล้องจะล้มเหลวทันทีเมื่อนิ้วถูกบังจากมุมกล้อง ถุงมือเซนเซอร์ก็จำกัดการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติและใส่ทำงานนาน ๆ ไม่ไหว ส่วนวิธีอ่านสัญญาณไฟฟ้าจากกล้ามเนื้อก็ถูกสัญญาณรบกวนรอบตัวกวนได้ง่าย และละเอียดไม่พอจะแยกการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ระหว่างทาง เช่น บอกได้แค่ว่านิ้วโป้งกับนิ้วชี้จีบเข้าหากันหรือแยกออกจากกัน แต่จับเส้นทางการเคลื่อนที่ระหว่างนั้นไม่ได้ ขณะที่ภาพอัลตราซาวด์มองทะลุเข้าไปเห็นกลไกจริงใต้ผิวหนังโดยตรง

แม่นพอจะสะกดภาษามือได้ครบ 26 ตัวอักษร เล่นเปียโนผ่านมือหุ่นยนต์ก็ยังไหว

ทีมวิจัยทดสอบระบบกับอาสาสมัคร 8 คน และพบว่าสายรัดข้อมือติดตามการเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่องแม่นยำถึงขั้นที่อาสาสมัครทุกคนสะกดตัวอักษรภาษามืออเมริกัน (American Sign Language หรือ ASL) ได้ครบทั้ง 26 ตัว โดยระบบจดจำได้ถูกต้องทั้งหมด

ส่วนเดโมที่เรียกเสียงฮือฮาคือการให้ผู้สวมใส่ควบคุมมือหุ่นยนต์จากระยะไกลแบบหุ่นกระบอกไร้สาย เมื่อคนชี้นิ้ว หุ่นยนต์ก็ชี้ตาม เมื่อคนทำท่าดีดนิ้วเล่นเปียโน นิ้วหุ่นยนต์ก็กดคีย์ออกมาเป็นเพลงง่าย ๆ ได้จริง แถมยังบังคับให้มือหุ่นยนต์ชู้ตลูกบาสจิ๋วลงห่วงบนโต๊ะได้อีกด้วย และด้วยสายรัดเส้นเดียวกันนี้ ผู้ใช้ยังหยิบจับวัตถุเสมือนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ เช่น จีบนิ้วเพื่อย่อขยายโมเดลสามมิติ

ตัวเลขความหน่วง 120 มิลลิวินาทีมีความหมายมากกว่าที่เห็น เพราะอยู่ในช่วงที่มนุษย์รับรู้ว่า 'ตอบสนองทันใจ' สำหรับงานควบคุมด้วยมือ ทีมวิจัยจึงมองว่าระบบนี้พร้อมสำหรับการควบคุมหุ่นยนต์ทางไกล (Teleoperation) ที่ให้มนุษย์บังคับหุ่นยนต์ทำงานในพื้นที่อันตราย พื้นที่ปลอดเชื้อ หรือจุดที่คนเข้าไม่ถึง

เป้าหมายที่ใหญ่กว่าการบังคับหุ่นยนต์ คือการสร้างคลังข้อมูลสอนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์

ความคล่องแคล่วของมือยังเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดข้อหนึ่งของวงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ขนาดบริษัทที่ระดมทุนมหาศาลและผลิตหุ่นยนต์เป็นพันตัวอย่าง Nvidia และ Hyundai ที่กำลังเร่งดันหุ่นยนต์เข้าสู่โรงงาน ก็ยังติดกับดักเรื่องการหยิบจับชิ้นงานละเอียด สายรัดข้อมือของ MIT จึงอาจกลายเป็นเทคโนโลยีสะพานเชื่อมที่ให้มนุษย์ 'ให้ยืมมือ' ของตัวเองแก่หุ่นยนต์ไปก่อน ระหว่างรอให้ความสามารถด้านการหยิบจับแบบอัตโนมัติพัฒนาตามมา

ศาสตราจารย์ Zhao เล่ากับ AP ว่าเป้าหมายปลายทางคือการใช้อุปกรณ์นี้เก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวมือมนุษย์ปริมาณมหาศาล 'ลองนึกภาพคนทำงานบ้าน เราใช้ข้อมูลจากระบบของเราฝึกหุ่นยนต์ให้ทำงานบ้านแบบเดียวกันด้วยการขยับมือที่คล่องแคล่วแบบนั้นได้เลย' พร้อมเสริมว่าเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพเข้ามาแทนที่ระบบติดตามมือในโลกความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality หรือ VR) และความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality หรือ AR) ได้ทันที และยังป้อนข้อมูลฝึกฝนปริมาณมหาศาลให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้อีกทาง

งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (National Institutes of Health หรือ NIH) มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ (National Science Foundation หรือ NSF) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และมูลนิธิวิจัยแห่งชาติสิงคโปร์ ส่วนผสมของแหล่งทุนสะท้อนความสนใจจากทั้งฝั่งการแพทย์และความมั่นคง เพราะการบังคับหุ่นยนต์ทางไกลด้วยมือที่แม่นยำมีกรณีใช้งานชัดเจนทั้งการผ่าตัด การเก็บกู้วัตถุระเบิด และการจัดการสารอันตราย

ยังเป็นต้นแบบในห้องแล็บ แต่ทิศทางชัดว่ามือมนุษย์อาจกลายเป็นรีโมตคอนโทรลตัวต่อไป

ต้องย้ำว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ยังเป็นต้นแบบงานวิจัย ไม่ใช่สินค้าที่เตรียมวางขาย และการทดลองกับอาสาสมัคร 8 คนก็เป็นเพียงการพิสูจน์แนวคิดเท่านั้น โจทย์ที่เหลือทั้งต้นทุนการผลิต ความทนทาน และคำถามสำคัญว่าโมเดลจะใช้ได้กับมือของคนทั่วไปที่มีสรีระต่างกันโดยไม่ต้องฝึกระบบใหม่ทีละคนหรือไม่ ยังไม่มีคำตอบในเปเปอร์ฉบับนี้ ซึ่งทีมวิจัยเองก็วางแผนย่อส่วนฮาร์ดแวร์ให้เล็กลงอีก พร้อมเก็บข้อมูลจากอาสาสมัครที่มีขนาดและรูปทรงมือหลากหลายขึ้นเพื่อให้ระบบใช้ได้กับทุกคน

แต่ในฐานะการพิสูจน์ว่าอะไรเป็นไปได้บ้าง อุปกรณ์สวมใส่ที่เปลี่ยนมือมนุษย์ทุกคนให้กลายเป็นตัวควบคุมหุ่นยนต์ โดยไม่ต้องแตะต้องมือเลยแม้แต่นิดเดียว ก็นับเป็นก้าวที่มีความหมายมากในจังหวะที่ทั้งอุตสาหกรรมกำลังตามหาวิธีที่มนุษย์จะสื่อสารกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เพราะคำตอบสุดท้ายอาจไม่ใช่หน้าจอหรือจอยสติ๊ก แต่เป็นมือของเราเองที่ถูกอ่านผ่านผิวหนัง

ที่มา: The Next Web, MIT News, ABC News, Nature Electronics

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

นักวิจัยพัฒนา AI ตรวจโลหิตจางผ่าน 'ดวงตา' ไม่ต้องใช้เข็มเจาะเลือด ตอนนี้อยู่ระหว่างการทดสอบ

นักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีตรวจภาวะโลหิตจางแบบไม่ต้องใช้เข็ม โดยใช้การถ่ายวิดีโอบริเวณตาขาวร่วมกับ AI เพื่อประเมินระดับเม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบินในร่างกาย แนวทางนี้ยังไม่สามารถแทนการตรวจ...

Responsive image

จีนอนุมัติ 'ชิปฝังสมอง' ตัวแรกของโลกที่ใช้งานได้ ช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหวมือและแขน ก้าวสำคัญของ BCI

จีนอนุมัติการใช้งานเทคโนโลยีชิปเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ หรือ BCI แบบฝังในร่างกายเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งนี่คือก้าวสำคัญของวงการประสาทเทคโนโลยีและอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้ป่วยอ...

Responsive image

เลือดหยดเดียว รู้ผลใน 30 นาที: เปิดเบื้องหลัง 'SERS-TB' นวัตกรรมรามาน AI ฝีมือคนไทย ที่จะตัดวงจร 'วัณโรคแฝง' ภัยเงียบของคน 1 ใน 4 ของโลก

สวทช. โดยเนคเทค จับมือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 7 ทดสอบภาคสนามนวัตกรรมตรวจเลือดพกพาที่หลอมรวม Raman Spectroscopy เข้ากับ ...