Proxima กับภารกิจรักษาโรคที่เคยเป็นไปไม่ได้ พัฒนายายุคใหม่ จัดการความสัมพันธ์ของโปรตีน เปิดทางรักษามะเร็ง โรคภูมิคุ้มกัน และโรคเสื่อมตามวัย


ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้มนุษย์สามารถรักษาโรคร้ายได้มากขึ้น แต่ภายใต้ความสำเร็จเหล่านั้น ยังมีข้อจำกัดที่ไม่มีใครมองไม่เห็นซ่อนอยู่ นั่นคือโปรตีนจำนวนมหาศาลที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรค แต่ไม่สามารถพัฒนาเป็นยาได้ด้วยเทคโนโลยีแบบเดิม โปรตีนกลุ่มนี้ถูกเรียกรวมว่า “Undruggable” และมีสัดส่วนมากกว่า 95% ของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายมนุษย์

ข้อจำกัดนี้ทำให้โรคอย่างมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงโรคที่เกิดจากความเสื่อมตามวัย ยังรักษาได้เพียงบางส่วน หรือรักษาได้แต่ต้องแลกมาด้วยผลข้างเคียงสูง Proxima คือบริษัท AI biotech ที่กำลังพยายามเปลี่ยนสมการนี้ ด้วยการใช้ AI และข้อมูลโครงสร้างโปรตีน เพื่อเปิดทางสู่การรักษาโรคที่เคยเป็นไปไม่ได้

บริษัท AI-native ที่มองชีววิทยาในฐานะ ‘ระบบ’

Proxima ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 ภายใต้ชื่อ VantAI และถูกออกแบบมาให้เป็น AI-native biotech ตั้งแต่วันแรก โดยวาง AI เป็นแกนกลางของกระบวนการค้นพบยา บริษัทเริ่มต้นภายใต้เครือของ Roivant ซึ่งเป็น Venture Builder ด้าน Health Tech ระดับโลกที่เชี่ยวชาญการก่อตั้งและพัฒนาบริษัทยาและไบโอเทค โดยนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาสร้างเป็นธุรกิจจริง

VantAI แยกตัวออกมาเป็นอิสระในปี 2023 และรีแบรนด์เป็น “Proxima” เพื่อสะท้อนการโฟกัสที่ชัดเจนในด้าน Proximity-based medicines

ความแตกต่างสำคัญของ Proxima แทนที่จะมองโปรตีนเป็นเป้าหมายเดี่ยว ๆ แบบยาในอดีต Proxima เลือกมองร่างกายมนุษย์ในฐานะเครือข่ายของโปรตีนจำนวนมากที่ทำงานประสานกันตลอดเวลา และความผิดปกติของระบบนี้เองที่นำไปสู่การเกิดโรค

Proximity-Based Medicines ยาจัดการความสัมพันธ์ระหว่างโปรตีน

ยาแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่มุ่งเข้าไป 'ปิด' หรือ 'เปิด' โปรตีนตัวใดตัวหนึ่ง แต่ในหลายกรณี โรคไม่ได้เกิดจากโปรตีนตัวเดียวทำงานผิดพลาด แต่เกิดจาก ความสัมพันธ์ระหว่างโปรตีนหลายตัวที่ผิดจังหวะ

แนวคิด Proximity-based medicines ของ Proxima จึงมุ่งพัฒนายาที่เข้าไปควบคุมว่าระหว่างโปรตีนควรทำงานร่วมกันอย่างไร ยากลุ่มนี้ครอบคลุมถึงโมเลกุลยาอย่าง Molecular Glues และ PROTACs ที่สามารถควบคุมความสัมพันธ์ของโปรตีนในเซลล์ ดึงโปรตีนเข้าหากัน แยกออกจากกัน หรือเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เพื่อให้เซลล์จัดการปัญหาด้วยกลไกของตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของการค้นพบยายุคถัดไป เพราะสามารถเข้าถึงเป้าหมายที่ยาแบบเดิมไม่เคยทำได้

NeoLink และ Neo AI โครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้เข้าใจโปรตีน

อุปสรรคใหญ่ของ Proximity-based medicines ในอดีต คือการขาดข้อมูลโครงสร้างของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างโปรตีน ซึ่งมีการอธิบายเชิงโครงสร้างน้อยกว่า 5% เท่านั้น

Proxima แก้โจทย์นี้ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง ได้แก่ 

  • NeoLink คือเทคโนโลยีที่สร้างข้อมูลโครงสร้างสามมิติของโปรตีนคอมเพล็กซ์ในระดับ Proteome-scale ทำให้สามารถ ‘มองเห็น’ การทำงานร่วมกันของโปรตีนในบริบทจริงของเซลล์
  • Neo AI คือชุดโมเดล AI ที่ใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการออกแบบโมเลกุลขนาดเล็ก เช่น Molecular glues และ PROTACs เพื่อควบคุมปฏิสัมพันธ์ของโปรตีนอย่างแม่นยำ

แพลตฟอร์มแบบ End-to-end นี้ช่วยให้การออกแบบยาก้าวพ้นจากการลองผิดลองถูก ไปสู่การออกแบบบนพื้นฐานของกลไกจริง ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และย่นระยะเวลาการค้นพบยาอย่างมีนัยสำคัญ

Proxima อธิบายภารกิจของตนว่าเป็นการ “Rewiring cellular circuitry” หรือการจัดวงจรการทำงานของเซลล์ใหม่ แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรคมะเร็งหรือโรคภูมิคุ้มกัน แต่ยังขยายไปถึง Age-related diseases หรือโรคที่เกิดจากความเสื่อมตามอายุ โดยมุ่งเข้าไปแก้ปัญหาในระดับโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของความเสื่อม 

ความร่วมมือระดับโลกและก้าวแรกสู่คลินิก

แนวคิดของ Proxima ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องทดลอง ก่อนการรีแบรนด์เป็น Proxima ในนาม VantAI บริษัทได้สร้างความร่วมมือกับบริษัทยาระดับโลกหลายราย เช่น Johnson & Johnson, Bristol Myers Squibb และ Blueprint Medicines ซึ่งต่อมาถูกเข้าซื้อกิจการโดย Sanofi โดยหลายโครงการที่ Proxima พัฒนาร่วมกับพันธมิตรกำลังเดินหน้าเข้าสู่การทดลองทางคลินิก และโปรแกรมแรกคาดว่าจะเริ่มทดสอบในมนุษย์ได้ภายในปี 2026 นี้

ระดมทุน Seed 80 ล้านดอลลาร์

ในเดือนมกราคม ปี 2026 ที่ผ่านมา Proxima ประกาศปิดรอบระดมทุน Seed มูลค่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในรอบ Seed ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของวงการ AI biotech ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และสะท้อนความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนจากทั้งฝั่งนักลงทุนเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยา

การระดมทุนรอบนี้นำโดย DCVC กองทุนที่ขึ้นชื่อด้านการลงทุนในเทคโนโลยีแนวหน้า และมี NVentures หน่วยลงทุนของ NVIDIA เข้าร่วม พร้อมด้วยนักลงทุนรายอื่นอย่าง Braidwell และ Roivant ซึ่งเป็นบริษัทแม่เดิมที่ Proxima แยกตัวออกมา

รอบนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนจนกลายเป็นรอบที่ Oversubscribed หรือมีนักลงทุนแสดงความต้องการเข้าร่วมลงทุนมากกว่าเงินที่บริษัทตั้งใจจะรับ สะท้อนว่าตลาดมอง Proxima เป็นผู้เล่นสำคัญในอนาคตของการค้นพบยารูปแบบใหม่

เงินทุนที่ได้จะถูกนำไปใช้เร่งพัฒนา Proximity-based medicines รุ่นแรกของบริษัท รวมถึงขยายแพลตฟอร์มด้านข้อมูลและ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการค้นพบกลไกการรักษาใหม่ ๆ ในโรคที่เคยรักษาได้ยาก เช่น มะเร็ง โรคภูมิคุ้มกัน และโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมตามวัย พร้อมปูทางให้โครงการวิจัยหลายรายการก้าวเข้าสู่การทดลองทางคลินิกในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

Proxima และอนาคตการแพทย์

Proxima ไม่ได้สัญญาว่าจะรักษาทุกโรคได้ในทันที แต่กำลังวางรากฐานให้การพัฒนายาเปลี่ยนจากการมองเป้าหมายเดี่ยว ไปสู่การเข้าใจชีววิทยาในระดับเครือข่าย

หากอนาคตของการแพทย์คือการรักษาที่แม่นยำ ปลอดภัย และแก้ปัญหาที่ต้นตอจริง การผสาน AI เข้ากับความเข้าใจเรื่องปฏิสัมพันธ์ของโปรตีนในแบบที่ Proxima กำลังทำ อาจเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าการแพทย์แผนปัจจุบันในทศวรรษถัดไป

อ้างอิง: BusinessWire, DCVC, Preqin

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

อายุยาวถึง 100 ปี ดียังไง ในสังคมเอเชีย ฟัง Janice Chia กับแนวคิด Longevity Ecosystem

เมื่อชีวิต 100 ปีไม่ใช่เรื่องไกลตัว Janice Chia ชี้ทางรอดสังคมเอเชียด้วย Longevity Ecosystem รื้อโครงสร้างพึ่งลูกหลาน สู่พึ่งพาตัวเอง ในตลาด Silver Economy มูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์...

Responsive image

รวมอุปกรณ์ Wearable แห่งปี 2026 เมื่อ AI บุกถึงห้องน้ำและห้องนอน เปลี่ยนวิถีดูแลสุขภาพให้สะดวกยิ่งขึ้น

เจาะลึกเทรนด์ Health Tech พบกับอุปกรณ์ Wearable ที่น่าสนใจในปีนี้ ตั้งแต่ส้วมอัจฉริยะ กระจกวิเคราะห์อายุขัย ไปจนถึงสายรัดข้อมือ AI ไร้หน้าจอ ที่จะเปลี่ยนวิถีการดูแลสุขภาพของคุณไปตล...

Responsive image

ส่อง 9 พฤติกรรมที่ทำให้แก่เร็ว พร้อมวิธีชะลอวัยกับ ดร.ข้าว ต้นสมบูรณ์

ดร.ข้าวชี้ว่าหลายคนเริ่มดูแลสุขภาพด้วยความเคร่ง จนกลายเป็นความเครียดโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ในความเป็นจริง สุขภาพที่ดีไม่ควรเริ่มจากการฝืนชีวิต เพราะทันทีที่เรากดดันตัวเอง ร่างกายจะหลั...