นักวิทย์พบวิธี ‘ฟื้นข้อเข่าเสื่อม’ จัดการถึงระดับเซลล์ ทดสอบในหนูพบการฟื้นตัว เดิน-ลงน้ำหนักดีขึ้น

ข้อเข่าเสื่อม

ปกติแล้วกระดูกอ่อนในข้อเข่าเป็นเนื้อเยื่อที่ซ่อมยากที่สุดในร่างกาย เมื่อสึกหรอหรือบางลงแทบจะไม่มีโอกาสฟื้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ นี่คือต้นเหตุที่ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับโรคข้อเสื่อม ปวดเข่าเรื้อรัง จนสุดท้ายต้องไปจบที่การผ่าตัดใส่ข้อเทียม

แต่ล่าสุดมีงานวิจัยที่เป็นข่าวดีมาก เพราะนักวิทย์พบวิธีทำให้เนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่เสื่อมในหนูกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งสเต็มเซลล์อย่างที่เคยเชื่อกัน เพียงแค่ไป ‘ปิดสวิตช์’ เอนไซม์ตัวหนึ่งที่สัมพันธ์กับความเสื่อมตามวัย แถมยังเริ่มเห็นสัญญาณดี ๆ แบบเดียวกันนี้ใน กระดูกอ่อนของมนุษย์จากการผ่าตัดเข่า ซึ่งผลลัพธ์นี้กำลังสั่นคลอนความเชื่อเดิมที่ว่า ‘ข้อเข่าพังแล้วพังเลย’

ตัวการร้ายที่ทำให้เข่าเสื่อมตามวัย

เมื่อเราแก่ตัวลง กระดูกอ่อนในข้อเข่า ที่คอยรองรับแรงกระแทกจะค่อย ๆ บางลงเรื่อย ๆ ซึ่งต่างจากผิวหนังหรือเลือดที่ร่างกายสร้างใหม่ได้เองตลอดเวลา เพราะเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน ไม่มีระบบ ‘รีเฟรช’ ตัวเองแบบนั้น

นักวิจัยพบว่าตัวการสำคัญคือเอนไซม์ชื่อ 15-PGDH ซึ่งจะเพิ่มปริมาณขึ้นตามอายุจนถูกขนานนามว่าเป็น ‘เอนไซม์เร่งความเสื่อม’ เมื่อเทียบเข่าหนูเด็กกับหนูแก่ พบว่าหนูแก่มีเอนไซม์ตัวนี้มากกว่าถึง 2 เท่า และจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นอีกถ้ามีการบาดเจ็บ (เช่น เอ็นเข่าฉีก) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคข้อเสื่อม

หน้าที่หลักของเอนไซม์ตัวนี้คือ ‘คอยสลายสารที่ช่วยซ่อมแซมร่างกาย’ ก่อนหน้านี้เคยลองยับยั้งมันในหนูแก่แล้วพบว่ากล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงขึ้น นักวิจัยจึงสงสัยว่าถ้าลองทำแบบเดียวกันกับ กระดูกอ่อนในข้อเข่า ผลจะออกมาเป็นอย่างไร

แค่หยุดเอนไซม์ตัวเดียว กระดูกอ่อนก็ฟื้นได้ทีมวิจัยลองให้ยาเพื่อไปหยุดการทำงานของเอนไซม์ 15-PGDH ในหนูแก่ทั้งแบบกินและแบบฉีดเข้าข้อเข่า ผลที่ได้คือน่าทึ่งมาก เนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่เคยบางและขรุขระเริ่มกลับมาหนาตัวขึ้น ที่สำคัญคือมันงอกกลับมาเป็น กระดูกอ่อนคุณภาพดีที่เรียบเนียนและเหมือนของเดิม ไม่ใช่พังผืดแข็ง ๆ ที่มักเกิดขึ้นเวลาแผลหาย

นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันข้อเสื่อมหลังอุบัติเหตุได้ โดยหนูที่เอ็นเข่าฉีกได้รับยานี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 เดือน มีอาการดีกว่าหนูที่ไม่ได้รับยา หนูสามารถเดินได้เกือบปกติและลงน้ำหนักขาได้ดีขึ้น สะท้อนว่าอาการปวดลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ไม่ได้สร้างเซลล์ใหม่ แต่ ‘ปลุก’ เซลล์เก่าให้ตื่น

สิ่งที่ทำให้นักวิจัยเซอร์ไพรส์ที่สุดคือ งานนี้ไม่มีสเต็มเซลล์มาเกี่ยวข้องเลย

จากการศึกษาพบว่าเมื่อเราแก่หรือบาดเจ็บ เซลล์กระดูกอ่อนเดิมในข้อเข่าจะเปลี่ยนไปทำหน้าที่ทำลายตัวเองและสร้างสารอักเสบออกมาแทน แต่พอเราไปยับยั้งเอนไซม์ 15-PGDH ปุ๊บ พฤติกรรมเซลล์จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เซลล์ที่เคยทำลายจะลดลง ส่วนเซลล์ที่ช่วยสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

สรุปสั้น ๆ คือ กระดูกอ่อนในข้อเข่า ไม่ได้สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนแต่เป็นการ ‘เปลี่ยนพฤติกรรมเซลล์เดิม’ ให้กลับมาทำหน้าที่ดี ๆ อีกครั้งนั่นเอง

ความหวังในมนุษย์

เพื่อให้มั่นใจว่าวิธีนี้จะใช้กับคนได้จริง นักวิจัยได้นำเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนของมนุษย์จากคนไข้ที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามาทดสอบ โดยให้ยาสั่งปิดเอนไซม์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าเอนไซม์ตัวร้ายลดลง การอักเสบและการสลายตัวของกระดูกอ่อนในข้อเข่าลดลงและเริ่มเห็นสัญญาณการสร้างโครงสร้างเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนใหม่ขึ้นมา

แม้จะยังต้องทดสอบอีกหลายขั้นตอนกว่าจะใช้รักษาคนได้จริง ๆ แต่วิธีนี้ก็ช่วยเปิดทางไปสู่การรักษาโรคข้อเสื่อมที่แก้ปัญหาจากต้นเหตุจริง ๆ ไม่ใช่แค่กินยาแก้ปวดไปวัน ๆ เหมือนเมื่อก่อน

อ้างอิง: zmescience

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก Dragon Copilot เมื่อ Microsoft ใช้ AI "ฟัง" หมอคุยกับคนไข้ แล้วคืนเวลาให้หมอกลับไปรักการรักษาอีกครั้ง

Techsauce มีโอกาสได้พูดคุยกับ Maria หลังเซสชันสาธิต Dragon Copilot และนี่คือภาพของเครื่องมือที่ Microsoft บอกว่ากำลังจะเปลี่ยนวิธีคิดการทำงานของหมอและพยาบาลทั่วโลก รวมถึงโอกาสของไท...

Responsive image

MIT เผยงานวิจัยล่าสุด ลำไส้แยกแบคทีเรีย ‘ดี-ร้าย’ ได้ อาจช่วยต่อยอดสู่การรักษาโรคในอนาคต

งานวิจัยล่าสุดของ MIT เผยให้เห็นวิธีที่เซลล์ประสาทในลำไส้ใช้แยกแยะแบคทีเรียดีและร้ายได้แล้ว โดยพบว่ากุญแจสำคัญคือ ‘สารที่เคลือบอยู่บนผิวของแบคทีเรีย’...

Responsive image

นักวิจัย Northwestern สร้าง 'เซลล์ประสาทเทียม' ส่งสัญญาณคุยกับสมองจริงได้ เปิดทางฟื้นฟูการได้ยิน การมองเห็น การเคลื่อนไหว

คนที่สูญเสียการได้ยิน การมองเห็น หรือการเคลื่อนไหว ปัจจุบันมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ปัญหาใหญ่คือ สัญญาณที่อุปกรณ์ส่งไปยังสมองยังไม่เหมือนของจริง สมองจึงตอบสนองได้ไม...