รู้จัก Teal Wand อุปกรณ์ตรวจ ‘มะเร็งปากมดลูกที่บ้าน’ ผ่านการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ แล้ว

Teal Wand อุปกรณ์ตรวจ ‘มะเร็งปากมดลูกที่บ้าน’

ถือเป็นข่าวดีสำหรับวงการสุขภาพผู้หญิง เมื่อองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติ ‘Teal Wand’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เก็บตัวอย่างเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเองที่บ้านตัวแรก และตอนนี้ได้วางจำหน่ายครบทั้ง 50 รัฐในอเมริกาแล้ว

อุปกรณ์นี้ออกแบบมาสำหรับผู้หญิงอายุ 25-65 ปี ที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็งปากมดลูกใน ‘ระดับทั่วไป’ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางใหม่ของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (ACS) และกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ที่สนับสนุนให้มีทางเลือกการตรวจคัดกรองที่บ้านได้

ทำไมถึงต้องมีชุดตรวจที่บ้าน

ปัญหาคลาสสิกที่ทำให้ผู้หญิงอเมริกากว่า 1 ใน 4 ละเลยการตรวจมะเร็งปากมดลูก คือ ไม่มีเวลาและนัดหมอยาก เนื่องจากภาวะขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ Kara Egan ซีอีโอของ Teal Health ผู้ผลิตอุปกรณ์ระบุว่าอุปกรณ์นี้จะมาช่วยแก้ปัญหานี้และเพิ่มอัตราการตรวจคัดกรองให้สูงขึ้น

ใช้งานอย่างไร และแม่นยำแค่ไหน?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำเองจะชัวร์เท่าหมอทำให้ไหม? ซึ่งจะบอกว่าการใช้งาน Teal Wand นั้นง่ายมาก เป็นการ ‘เก็บตัวอย่างแบบแห้ง’ คือไม่ต้องใช้น้ำยาให้ยุ่งยาก เมื่อผู้ใช้ใช้ไม้สอดเข้าไปเก็บตัวอย่างเสร็จก็สามารถแพ็กใส่กล่องส่งไปรษณีย์กลับไปที่ห้องแล็บ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาเซลล์ผิดปกติหรือเชื้อ HPV ได้เลย

ในด้านความแม่นยำ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ JAMA ยืนยันว่า ผลการตรวจด้วยตัวเองที่บ้าน ตรงกับการไปให้หมอตรวจที่คลินิกถึง 95.2% แถมผู้ร่วมทดสอบกว่า 90% ยังบอกเหมือนกันว่าอุปกรณ์นี้ใช้งานง่ายและคู่มือที่ให้มาเข้าใจไม่ยาก

สำหรับขั้นตอนการซื้อและราคาในสหรัฐฯ ชุดตรวจนี้จะไม่สามารถเดินไปซื้อหรือกดสั่งเองได้ทั่วไป ต้องให้แพทย์เป็นคนสั่งจ่ายให้เท่านั้น ซึ่งถ้าไม่สะดวกเดินทางไปที่โรงพยาบาลสามารถใช้บริการปรึกษาแพทย์ผ่านออนไลน์ (Telehealth) ได้ และเมื่อแพทย์ประเมินออกใบสั่งให้แล้ว บริษัทก็จะจัดส่งชุดตรวจมาให้ถึงหน้าบ้าน ส่วนค่าใช้จ่ายหากใช้สิทธิประกันสุขภาพที่ร่วมรายการจะอยู่ที่ 99 ดอลลาร์ (ราว 3,500 บาท) แต่ถ้าไม่มีประกันจะอยู่ที่ 249 ดอลลาร์ (ราว 8,800 บาท)"

แม้จะมีชุดตรวจที่บ้าน แต่ก็ยังมีข้อควรระวังบางประการ คือ:

  • ถ้าเจอความผิดปกติ ต้องไปหาหมอ: หากผลแล็บออกมาว่ามีความผิดปกติ คุณก็ยังต้องไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจเชิงลึกอยู่ดี เช่น การส่องกล้องดูปากมดลูก หรือตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ
  • ไม่เหมาะกับคน ‘เสี่ยงสูง’: อุปกรณ์นี้เหมาะกับคนที่มีความเสี่ยงระดับทั่วไปเท่านั้น หากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น มีเชื้อ HPV ฝังลึก, ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปากมดลูก ควรไปให้แพทย์ตรวจและติดตามผลอย่างใกล้ชิดจะดีกว่า
  • อย่าลืมตรวจสุขภาพด้านอื่น: การไม่ได้ไปเจอหมอเลย อาจทำให้เราพลาดโอกาสในการปรึกษาปัญหาสุขภาพอื่นๆ ไปด้วย

สรุป

ถึงแม้ Teal Wand จะไม่ได้มาแทนที่การพบแพทย์แบบ 100% แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนี้ เพราะ ‘การเก็บตัวอย่างตรวจเองที่บ้าน ก็ยังดีกว่าการปล่อยปละละเลยไม่ยอมตรวจอะไรเลย’ ซึ่งในหลายประเทศอย่างออสเตรเลียและสวีเดนก็มีการใช้วิธีนี้มาหลายปีแล้ว การที่สหรัฐฯ เริ่มใช้ระบบนี้อย่างเป็นทางการ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายขึ้นมาก

อ้างอิง: forbes

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SPEAR-H Accelerator เบื้องหลังโครงการที่ช่วย Health Tech ไทย พาของดี ไปสู่ของที่ระบบใช้จริง

ระยะห่างระหว่าง 'ผ่านการทดสอบในแล็บ' กับ 'ใช้งานได้จริงในโรงพยาบาล' คือช่วงที่นวัตกรรมไทยจำนวนมากสะดุดและไปต่อไม่ได้ ในธุรกิจ Health Tech ระยะห่างนี้ยาวกว่าที่หลายคนคิด...

Responsive image

AI ออกแบบสัญญาณกระตุ้นสมองให้ ‘ดวงตาเทียม’ แม่นขึ้น เรียนรู้สมองคนว่าตอบสนองยังไง แล้วค้นหาสัญญาณที่จะได้ผลตามเป้า

ทีมวิจัย UCSB, ETH Zurich และ Miguel Hernández ใช้ Deep Learning ออกแบบสัญญาณกระตุ้นสมองให้อุปกรณ์ดวงตาไบโอนิก ผลทดสอบในผู้เข้าร่วมวัย 27 ปีพบว่าแม่นยำกว่าวิธีมาตรฐานและใช้กระแสไฟน...

Responsive image

Fitbit ซิงก์เข้า Apple Health ได้แล้ว ก้าว การนอน สัญญาณชีพ ไหลเข้าครบ

Google Health 5.05 เพิ่มการซิงก์ข้อมูลสองทางกับ Apple Health ทำให้ข้อมูล Fitbit ทั้งการออกกำลังกาย การนอน สัญญาณชีพ และจำนวนก้าว ส่งเข้า Apple Health ได้โดยตรง ปิดฉากยุคต้องพึ่งแอป...