เผยแนวคิดและวิธีพัฒนา 'ธุรกิจสายสุขภาพ' เพื่อชีวิตที่ยืนยาวของทุกคน

สำหรับหัวข้อเสวนา 'Longevity is the Next Economy for All: เปิดตำราพัฒนาธุรกิจสายสุขภาพ' วิทยากรที่ร่วมพูดคุย 3 คน ได้แก่ Janice Chia, Founder & Managing Director, Ageing Asia 2) คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย และ 3) ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรสหสาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งต่างก็นำเสนอมุมมองได้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

มุมมองด้านธุรกิจสุขภาพในระดับภูมิภาคและการเติบโตของ Silver Economy โดย Janice Chia, Founder & Managing Director, Ageing Asia

  • 1. นิยามใหม่ของ Longevity Economy 

Longevity Economy ทำให้การดูแลผู้สูงอายุไม่ได้เป็นแค่ 'ธุรกิจการดูแลผู้ป่วย (Business of care)' โดยเฉพาะในช่วง 5-10 ปีสุดท้ายของชีวิต แต่เป็นเวลาของ 'ธุรกิจแห่งชีวิต (Business of life)' เพราะคนจะอายุยืนเป็น 100-120 ปี จุดนี้จึงสร้างโอกาสให้ทุกอุตสาหกรรมได้ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ค้าปลีก หรือเทคโนโลยี

  • 2. เปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่จากช่องว่างทางเศรษฐกิจ

Janice ยกตัวอย่างคนสิงคโปร์ว่าเกษียณตอนอายุ 60 ปี แต่อาจมีชีวิตอยู่ถึง 100 ปี ทำให้เกิดช่องว่างทางการเงินและการใช้ชีวิต นี่จึงเป็นโอกาสของธุรกิจนวัตกรรม เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ที่สามารถปรับเมนูมาทำ 'อาหารอ่อนๆ ที่กลืนง่าย' สำหรับให้บริการตามร้านอาหารทั่วไป ไม่ใช่แค่ในสถานพยาบาลเท่านั้น 

  • 3. เกิดสายอาชีพใหม่และกลายเป็นคุณค่าสำคัญเมื่อได้รับการดูแลจากมนุษย์ (Human Touch) 

แม้ AI จะเข้ามาทดแทนงานบางส่วน แต่ในอุตสาหกรรม Wellness และการดูแลผู้สูงอายุ Janice บอกว่า มนุษย์จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ผู้ดูแลจะไม่ได้เป็นเพียงคนเข็นรถวีลแชร์หรือช่วยป้อนยา แต่จะยกระดับเป็น 'ครอบครัวที่สอง' ที่ทำกิจกรรมและสร้างสัมพันธ์อันดีกับผู้สูงอายุได้

  • 4. โปรเจกต์ AS55 Social Health Club ที่น่ารู้จัก 

Janice เล่าว่า AS55 Social Health Club เป็นโมเดลคลับสุขภาพและสังคมสำหรับผู้สูงอายุที่เพิ่งเปิดตัวในซิดนีย์ ออสเตรเลีย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างหาพาร์ตเนอร์ในไทยและทั่วโลกเพื่อขยายธุรกิจบริการสู่การดูแลไลฟ์สไตล์ถึงบ้าน 

มุมมองจากภาคธุรกิจประกันชีวิตและการปรับตัวรับมือโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป โดย คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย 

คุณนุสราเปิดประเด็นด้วย 'จุดยืนของธุรกิจประกันชีวิต' ที่เปลี่ยนไปจากเดิม กล่าวคือ จากที่ผู้คนเน้นจ่ายเงินเมื่อเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต เปลี่ยนมาเป็นการให้ความรู้ รับความรู้ และดูแลตัวเอง 'ก่อนป่วย' โดยส่งเสริมให้คนรักตัวเอง (Love yourself) ดูแลทั้งสุขภาพ (Health) และความมั่งคั่ง (Wealth) เพื่อให้มี Health span ที่ยืนยาว

กอปรกับการที่ผู้คนต้องรับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงขึ้น (Medical Inflation) อย่างค่ารักษาพยาบาลในไทยสูงขึ้นถึง 10-15% ต่อปี และคนไทยมักเข้าโรงพยาบาลแม้มีอาการเพียงเล็กน้อย บริษัทประกันจึงต้องหาโซลูชันร่วมกับพาร์ตเนอร์มาให้บริการ เช่น การใช้ Telemedicine, Telepharmacy หรือการส่งพยาบาลไปดูแลที่บ้าน เพื่อควบคุมต้นทุนให้อยู่วงจำกัด

ด้านความสำคัญของตัวแทนประกันกับการใช้ AI คุณนุสราย้ำว่า แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปมาก แต่สินค้าประกันชีวิตยังมีความซับซ้อน จึงต้องการ 'คน' ให้คำปรึกษาที่มีความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม ตัวแทนขายประกันยุคใหม่ต้องมี Growth Mindset ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ร่วมด้วย และต้องรู้จักใช้ AI ช่วยทำงาน ไม่เช่นนั้นอาจถูก AI แย่งงานได้

ส่วนเรื่องการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) และพาร์ตเนอร์ แบรนด์ธุรกิจประกันกำลังมองหาความร่วมมือหลากหลายด้าน เช่น การร่วมกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อทำ Senior Home ครบวงจร (เหมือนในญี่ปุ่น), การพาร์ตเนอร์กับแพลตฟอร์มดิจิทัล, Cloud, รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจอาหารสุขภาพและการดูแลเชิงป้องกัน

มุมมองในเชิงวิชาการ การวิจัย และการผสานนวัตกรรมเข้ากับธุรกิจ โดย ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรสหสาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในมุมของ ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ให้มุมมองว่า Longevity คือเทคโนโลยีและเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งส่งผลต่อนวัตกรรมด้านการวินิจฉัยและการรักษาที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกการแพทย์ จากเดิมที่โฟกัสแค่ 'คนป่วย' จะขยายไปสู่กลุ่ม 'คนที่ยังสุขภาพดีและไม่อยากป่วย' ซึ่งจะก่อให้เกิดธุรกิจและอาชีพใหม่ตามมาอีกมาก

จากนั้นให้มุมมองว่า มายด์เซ็ตของผู้ประกอบธุรกิจสายสุขภาพต้องกล้าที่จะทิ้งความรู้เดิมแล้วเรียนรู้ใหม่ (Unlearn and Relearn) มองโลกในแง่ดี พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ โดยเริ่มต้นจากการรักและดูแลตัวเองให้มีความสุข เพื่อส่งต่อความสุขนั้นสู่สังคม

และเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง การหาพาร์ตเนอร์ต้องหาคนที่มีแพสชันและเป้าหมายตรงกัน โดยสิ่งสำคัญที่สุด ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์บอกว่า ไม่ใช่การได้ร่วมงานกับคนเก่งหรือมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่คือ การได้พาร์ตเนอร์ที่รักในสิ่งที่จะทำร่วมกัน และมี Sense of purpose ในทิศทางเดียวกัน

ปิดท้ายด้วยเล่าถึง Longevity Center ว่าเป็นโปรเจกต์ใหม่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเปิดตัวภายในปีนี้ โดยเป็นโปรเจกต์ที่จะนำงานวิจัยมาปฏิบัติให้เห็นจริงในคลินิก และใช้เทคโนโลยีชีววิทยาระดับโมเลกุลมาประเมิน Health span ตลอดจนติดตามผลจากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของบุคคล ซึ่งผู้สนใจสามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการได้ในอนาคต

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AI diagnostics : การใช้ AI เพิ่มศักยภาพผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อการตรวจพบที่รวดเร็วขึ้น

ยกระดับสาธารณสุขด้วย AI diagnostics! ดร. ทอม แบกซ์เตอร์ เสนอแนวทางเปลี่ยนผลตรวจห้องแล็บเดิมๆ ให้เป็นเครื่องมือพยากรณ์ความเสี่ยงมะเร็งและโรคไตเรื้อรัง ค้นพบความผิดปกติก่อนแสดงอาการ ...

Responsive image

เข้าใจการแพทย์ 3 ยุค จาก ‘ป่วยค่อยรักษา’ สู่ ‘Biotech’ ออกแบบชีวิตไม่ให้แก่

สรุปประเด็น BioTech และ Healthspan จากหมอแอ้ว นพ.ชัชพล และ นพ.ยุทธนา เจาะลึกการแพทย์ 3 ยุค จาก 'ป่วยแล้วค่อยรักษา' สู่การออกแบบชีวิตระดับโมเลกุล เพื่อชะลอความเสื่อมและยืดอายุขัย...

Responsive image

บีไอจีแนะใช้ Low-carbon Oxygen ยกระดับบริการทางการแพทย์สู่ความยั่งยืน เสริมการเป็น Medical Hub ของประเทศไทย

Bangkok Industrial Gas (BIG) หรือ บีไอจี ธุรกิจบริการก๊าซอุตสาหกรรม ชี้ให้เห็นโอกาสในตลาด Wellness โดยเฉพาะธุรกิจโรงพยาบาลที่ต้องใช้ออกซิเจนในการรักษาผู้ป่วย ให้มาใช้ Low-carbon Ox...