ระวังหัวหน้าแย่เงียบ เช็ก 3 ลักษณะผู้นำ ‘ยอดแย่’

เช็กด่วนมีคนแบบนี้เป็นหัวหน้าอยู่หรือเปล่า ! 3 ลักษณะหัวหน้าแย่เงียบ ที่ไม่สังเกตอาจดูไม่ออกแต่ส่งผลร้ายแรงต่ออนาคตการทำงานของคุณแบบไม่รู้ตัว

3 ลักษณะหัวหน้าแย่เงียบ

สิ่งที่น่ากลัวกว่าเจอหัวหน้าที่ไม่ดี คือ การไม่รู้ตัวว่ากำลังเจอกับหัวหน้าที่ไม่ดีอยู่ เพราะหัวหน้าแย่ๆ ไม่ได้มาในรูปแบบขี้โวยวาย ก้าวร้าว หรือจู้จี้จุกจิกอย่างเดียวเสมอไป 

Kevin Legg ผู้ก่อตั้ง SAGE สถาบันชั้นนำด้านการฝึกอบรมในองค์กร เผยว่า เราสามารถสังเกต ‘หัวหน้าแย่เงียบ’ ได้จาก 3 ลักษณะต่อไปนี้

ให้อิสระ แต่ไม่ใส่ใจ 

การให้อิสระแก่ลูกทีมถือเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่บางครั้งมันก็มีเส้นบางๆ กั้นระหว่างความเปิดกว้างและความไม่เอาใจใส่ ซึ่ง Legg ยกตัวอย่างว่า หากคุณอยู่ในเหตุการณ์ตึงเครียดและต้องการคำแนะนำ แต่หัวหน้าของคุณกลับไม่สามารถให้คำแนะนำกับคุณได้ แต่เลือกที่จะบอกให้คุณกลับคิดต่อและอาจจะพูดประมาณว่า "คุณสามารถมาหาฉันได้ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ" ซึ่งการที่คุณเข้ามาขอคำแนะนำนั่นก็หมายความว่าคุณต้องการความช่วยเหลืออยู่แล้ว

Legg ชี้ว่าหัวหน้าที่ปล่อยปละละเลยแบบนี้แย่กว่าหัวหน้าที่จู้จี้จุกจิกและคอยจ้องจับผิดเสียอีก เพราะพวกเขาไม่สามารถให้คำแนะนำหรือพัฒนาคุณให้เก่งขึ้นได้ด้วยซ้ำ ในระยะสั้นอาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ในระยะยาวพนักงานใต้บังคับบัญชาจะไม่อยู่กับหัวหน้าแบบนี้ยาวและลาออกจากบริษัทเพื่อหาโอกาสที่ดีกว่าในการเติบโตและพัฒนาตัวเอง

พูดมากเกินไป

‘มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ’ คือลักษณะเด่นของเรื่องที่หัวหน้าประเภทนี้ชอบพูด เพราะการเข้าประเด็นเลยอาจทำให้พวกเขาไม่ได้โชว์วิสัยทัศน์ (แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นก็ตาม) อาจดูเหมือนลักษณะของหัวหน้าทั่วไปที่ไม่ได้ส่งผลเสียมากมาย 

แต่ความจริงแล้วเมื่อพนักงานเริ่มเบื่อที่จะฟัง เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่หัวหน้าจะพูดต่อไปไม่ใช่สาระสำคัญ พวกเขาก็จะเลิกสนใจคำพูดเหล่านี้ ซึ่งอาจทำให้พวกเขาพลาดข้อมูลสำคัญและส่งผลเสียต่อการทำงาน หรือพลาดโอกาสได้รับคำแนะนำและประสบการณ์ที่มีค่าไป

ติดเล่นเกินไป

คุณสามารถเป็นหัวหน้าที่เป็นมิตรได้ แต่สิ่งสำคัญคืออย่าติดเล่นมากเกินไป บ่อยครั้งที่หัวหน้าพยายามวางตัวเป็นเพื่อนกับลูกน้อง ซึ่ง Legg ชี้ว่าการวางตัวแบบนี้สามารถสร้างปัญหาภายในทีมได้ เพราะเมื่อเมื่อหัวหน้าทำตัวเหมือนเพื่อนมากเกินไป อาจทำให้ทั้งพนักงานและหัวหน้าไม่รู้ว่าควรปฏิบัติอย่างไร เนื่องจากเส้นแบ่งระหว่างเจ้านาย-ลูกน้องไม่ชัดเจน

นำไปสู่ปัญหา ‘เลือกปฏิบัติและลำเอียง’ ทั้งในเรื่องการมอบหมายงาน หรือแม้แต่ตัดสินใจเลื่อนตำแหน่ง เพราะหัวหน้าอาจตัดสินใจช่วยเหลือพนักงานที่ตนสนิทก่อนคนอื่นๆ ได้ และเมื่อความสัมพันธ์แบบเพื่อนเกิดขึ้นแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่จะกลับไปสู่ความสัมพันธ์แบบเจ้านาย-ลูกน้องตามปกติ

แต่ถึงอย่างไรการที่มีเจ้านายไม่ดีก็เป็นความโชคดีในความโชคร้าย ที่ทำให้พนักงานได้เรียนรู้การเป็นหัวหน้าที่ดี แล้วลูกน้องจะเรียนรู้เรียนรู้จากสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างไร?

การรู้ว่าอะไรไม่ควรทำก็มีประโยชน์พอๆ กับการรู้ว่าต้องทำอะไร - Kevin Legg

เช่น หากคุณอยู่กับหัวหน้าพูดมากเกินไปในการประชุม คุณอาจเรียนรู้ที่จะให้คนอื่นพูดและแบ่งปันความคิดของพวกเขาแทน จะเห็นว่าการได้เรียนรู้และสัมผัสกับรูปแบบเหล่านี้ไม่ใช่แค่เป็นปัญหาแต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่สามารถช่วยให้คุณเติบโตและกลายเป็นผู้นำที่ดีขึ้นได้ในอนาคต

อ้างอิง : cnbc

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

32 เครือข่ายร่วมกับ NIA อว. สร้าง 'Medical Innovation Hub' ลดพึ่งพาต่างชาติ ด้วยการสร้างและส่งออกนวัตกรรมการแพทย์เอง

NIA เปิดตัว 32 ภาคีเครือข่ายที่ร่วมยกระดับไทยจาก 'ผู้ให้บริการทางการแพทย์และผู้รับจ้างผลิต' สู่ 'ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ (Medical Innovation Hub)' ที่สามารถออกแบบ พัฒนา และต่อยอด...

Responsive image

ททท. จับมือ Visa เปิดตัว Visa Destinations ดันไทยสู่จุดหมายระดับโลกที่เที่ยวง่าย จ่ายคล่อง

วีซ่าจับมือ ททท. ดันไทยเป็นตลาดแรกและประเทศเดียวในเอเชียแปซิฟิกที่ได้สถานะ Visa Destinations ระดับประเทศ ยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ ครอบคลุม 8 เมืองหลั...

Responsive image

Grab หั่น GP เหลือ 9% สมัครร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Grab Thailand ขานรับนโยบายรัฐหั่น GP เหลือ 9% พร้อมอัดสินเชื่อร้านอาหารสูงสุด 2 ล้านบาท และแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ 10 เด้ง ดันยอดขายฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ อ่านขั้นตอนสมัครที่นี่...