ADA เผยบทบาทของ data ในปี 2020 เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทาง MarTech ของประเทศ | Techsauce

ADA เผยบทบาทของ data ในปี 2020 เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทาง MarTech ของประเทศ

ทุกวันนี้เราผ่านช่วงของการพูดว่า data นั้นมีความสำคัญมากแค่ไหนกันมาแล้ว นักการตลาดทุกคนรู้ดีว่า data หรือ ข้อมูล เป็นสิ่งจำเป็นในการวางแผนการตลาดตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น หลายๆ ธุรกิจเริ่มปรับตัวมาใช้ data กันแล้วตั้งแต่ร้านค้าปลีก จนถึงบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ โดยในปี 2020 ที่จะถึงนี้ data จะยิ่งทวีความสำคัญ และซับซ้อนมากยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านต่างๆอย่าง AI, IoT และ Machine learning รวมถึงการแข่งขันที่ดุเดือด และความกระหายในการใช้ data ของธุรกิจ จะทำให้จำนวนของข้อมูลที่มีอยู่ในระบบนั้น มีมากกว่า 44 zettabytes (หรือ 44,000,000,000,000,000,000,000 bytes) และการวิเคราะห์ข้อมูลจะมีความลึกซึ้ง รวดเร็วเกินขีดความสามารถของสมองมนุษย์ในการประมวลผล ผลพลอยได้ก็คือ ผู้บริโภคจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนจากการวิเคราะห์ของระบบสมองกล ความต้องการต่างๆ จะถูกตอบสนองอย่างรวดเร็วแบบทันทีและในท้ายที่สุด ผู้บริโภคจะไม่ให้ความสนใจกับแบรนด์ที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ และเข้าถึงพวกเขาได้อีกต่อไป

นายศุภกิตติ์ ลิ้มบุญทรง ผู้อำนวยการบริหาร เอดีเอ ประเทศไทย บริษัทโฆษณาดิจิทัลครบวงจร ผู้เชี่ยวชาญด้าน data ในเครือเอเชียต้า กรุ๊ป จากประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 นี้ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการทำการตลาดในประเทศไทยเป็นอย่างมาก และเป็นสิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัวรับมือได้แก่

1. การจัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยระบบอัตโนมัติ นั่นคือ ในปี 2020 การจัดเก็บ และวิเคราะห์ data จะใช้การดำเนินการโดยมนุษย์น้อยลง แต่จะถูกบริหารจัดการด้วย AI หรือ ระบบอัตโนมัติมากขึ้น รวมไปถึงการวิเคราะห์ insight ต่างๆของผู้บริโภคด้วยเช่นเดียวกัน เพราะการดึงข้อมูลบางอย่างมีความยากเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ อีกทั้งระบบอัตโนมัติยังสามารถทำงานได้รวดเร็วกว่ามาก อีกทั้งเป็นการประหยัดต้นทุนในการจ้างนักวิเคราะห์อีกด้วย

2. IoT ทั่วโลกจะมีการผลิต Data ออกมาจำนวนมหาศาล มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือ IoT มากกว่า 2 หมื่นล้านเครื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นแหล่งผลิต data อย่างดี ดังนั้น ในปีหน้าเราจะเห็นการเชื่อมโยง และการดึงข้อมูลจาก IoT ทั้งหลายเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ครอบคลุมมากขึ้น เป็นการพัฒนาประสิทธิภาพ, ความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล และการนำข้อมูลที่เกิดขึ้นมาใช้ประโยชน์มากขึ้น

3. data มีมูลค่า ปัจจุบันดาต้าเป็นสิ่งที่มีค่า สามารถขายเพื่อทำกำไรได้ โดยในอนาคตเชื่อว่า บริษัทใหญ่ๆ กว่า 90% จะมีการสร้างกำไรจากข้อมูลที่มีการเก็บรวบรวมไว้ในรูปแบบของ Data as a Service (DaaS) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูง และเข้าถึงได้กับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ ทำให้การบริการนี้จะยิ่งเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้การแชร์ข้อมูลหรือการให้บริการด้านข้อมูลนั้นมีมากขึ้นในรูปแบบของ real-time และทำให้แต่ละองค์กรสามารถนำข้อมูลที่ได้นี้มาทำให้งานเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4. เทคโนโลยีผู้ช่วยส่วนตัว เทคโนโลยีนี้กำลังมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2020 นี้ผู้สูงอายุจะเริ่มปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี โดยประมาณ 5% ของคนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมี Personal Healthcare Robot เป็นของตนเอง ซึ่งจะยังมีการเจริญเติบโตของตลาดนี้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

5. Smart City คือเมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย และชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการ และการบริหารจัดการเมือง กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยในระยะเวลาอันสั้นนี้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาคือการเก็บข้อมูลที่ต้องมีประสิทธิภาพรวมถึงการจัดการข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลนี้ให้กับประชาชนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการพัฒนาเมืองให้ดียิ่งขึ้นนี้จะสามารถช่วยในด้านของความปลอดภัย จนไปถึงในด้านของสาธารณสุข โดยในปี 2020 นั้นมีการคาดการณ์ว่าจะมีการนำหุ่นยนต์ไปช่วยในด้านการแพทย์มากยิ่งขึ้น

6. ความปลอดภัยด้านข้อมูล การรั่วไหลของข้อมูลจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม หากไม่ได้รับการป้องกัน และบริหารจัดการที่ดี ซึ่งจำเป็นจะต้องสร้างกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่รัดกุมในอนาคต อย่างไรก็ตามผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตจะต้องมีความรอบคอบมากขึ้นด้วย เวลาเข้าใช้เวบไซต์ หรือบริการต่างๆบนอินเตอร์เน็ตเช่นเดียวกันกับ องค์กรต่างๆ ที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล และระมัดระวังในเรื่องของการใช้ ซอฟแวร์หรือต้องมีงบสำหรับป้องกันข้อมูลองค์กรไม่ให้รั่วไหลด้วย

7. การเก็บข้อมูลในรูปแบบเสียง คาดการณ์ว่าในปี 2020 จะมีการเก็บข้อมูลในรูปแบบเสียงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนักวิเคราห์จะมีข้อมูลที่หลากหลายเพื่อการวิเคราะห์ที่เจาะลึกเพิ่มมากขึ้น คาดการณ์ว่า การค้นหาด้วยเสียง หรือ Voice Search Optimisation (VSO) จะมีสัดส่วนมากขึ้นถึง 50% และการสั่งซื้อสินค้าด้วยเสียง หรือ voice-commerce จะมีมูลค่าการตลาดกว่า 4 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในปี 2020 เลยทีเดียว   

นายศุภกิตติ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นแน่นอนในปีหน้า นั่นก็คือ data ยังคงมีความสำคัญ และจะยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อย เพราะการนำดาต้ามาใช้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับการตลาดได้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตามการใช้ดาต้าต้องอาศัยการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เพื่อจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

RELATED ARTICLE

Responsive image

BITKUB M SOCIAL ค่าสมาชิกเริ่มต้น 12,000 ต่อปี มีอะไรให้ใช้บริการบ้าง

BITKUB M SOCIAL ดิจิทัลคอมมูนิตี้แห่งแรกของเมืองไทยที่จะเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยน ความรู้ การจัดสัมมนาและการประชุม ทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล สนับสนุนในการส...

Responsive image

Jack Dorsey จะลาออก จาก CEO ของ Twitter

Jack Dorsey ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Twitter จะลาออกจากตำแหน่ง CEO ของ Twitter โดยมีผลทันที...

Responsive image

ETDA ประกาศผล EasySign คว้าสุดยอดนวัตกรรม e-Office พลิกโฉม SMEs ไทยสู่ดิจิทัล กับ Hackathon: Finding the Best Enabler

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) จับมือ พาร์ทเนอร์ 15 หน่วยงาน จัดใหญ่ Hackathon: Finding the Best En...