
ก่อนหยิบของใส่ตะกร้า เราพลิกดูฉลากข้างขวด ดูว่าใครรับรอง เลข อย. อะไร ผลิตที่ไหน ขณะเดียวกัน เงินหลักล้านล้านบาทถูกกู้ไปสร้าง AI data center ภายใต้ฉลาก "สีเขียว" ที่ทำให้ผู้กู้สามารถกู้ได้ถูกลง แต่ฉลากนั้นกลับแทบไม่มีใครตั้งคำถามว่าใครเป็นคนแปะ มันหมายความว่าอะไร และส่งผลอะไรบ้าง
ฉลากที่ว่านี้ไม่ได้ติดบนตัวบริษัท แต่ติดบนเงินกู้แต่ละก้อน
หน้าที่ของฉลากคือบอกเราว่าเงินจะถูกใช้ไปกับอะไร เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องไล่อ่านเอกสารเอง พูดง่าย ๆ มันควรตรวจสอบแทนเรา
คำถามคือมันทำหน้าที่นั้นได้จริงหรือเปล่า
คนซื้อตราสารเหล่านี้ส่วนใหญ่คือกองทุนบำนาญ บริษัทประกัน และกองทุนที่บริหารภายใต้กรอบ ESG พูดอีกอย่างคือ เงินที่สร้าง AI data center ส่วนหนึ่งคือเงินที่เราฝากไว้กับกองทุนเหล่านี้ และเกณฑ์ที่กองทุนใช้คัด ส่วนหนึ่งก็คือฉลากที่ติดมากับตราสารนั่นเอง
ผู้พัฒนาที่ระดมทุนสร้าง AI เริ่มหันมาออกตราสารหนี้สีเขียวสำหรับ Data center ที่ระบุว่าประหยัดพลังงานมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นวิธีลดเสียงวิจารณ์และลดต้นทุนการกู้ยืม
แต่ดอกเบี้ยที่ผู้กู้จ่ายน้อยลง ก็คือดอกเบี้ยที่ผู้ซื้อได้รับน้อยลงเช่นกัน สมมติว่าตราสารธรรมดาให้ดอกเบี้ย 5% ตราสารสีเขียวของบริษัทเดียวกันอาจให้ 4.88% ส่วนต่างนั้นคือสิ่งที่ผู้ซื้อยอมสละ แลกกับความเชื่อว่าเงินจะไปทำอะไรดี ๆ
แต่ถ้าวันหนึ่งพบว่าฉลากนี้ไม่ได้ตรงกับที่โฆษณา เราก็เรียกคืนอะไรไม่ได้ สิ่งเดียวที่ปกป้องเราคือความน่าเชื่อถือของฉลากตั้งแต่แรก คำถามจึงย้อนกลับไปที่ว่าใครเป็นคนรับรอง
ในเดือนเมษายนปี 2569 ที่ผ่านมา องค์กรชั้นนำระดับโลก 9 แห่ง เพิ่งก่อตั้ง Greening AI Data Centers Coalition (GADCC) เพื่อพัฒนาเกณฑ์ว่า "สีเขียว" หมายถึงอะไรกันแน่ในบริบทของ Data Center ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนมองทะลุการฟอกเขียวได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือเงินถูกระดมไปก่อน แต่มาตรฐานกลับเพิ่งเริ่มถูกเขียน ความเคลื่อนไหวของ GADCC จึงเป็นเรื่องที่ควรติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด
สำหรับ SCBX ในฐานะกลุ่มธุรกิจการเงินที่เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญด้านสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของไทย SCBX ให้ความสำคัญกับหลักการตรวจสอบเช่นกัน ยกตัวอย่างบริษัทในเครืออย่างธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่ไม่ได้แค่ติดป้าย "สินเชื่อสีเขียว" ไว้เฉย ๆ แต่ผูกไว้กับหลักการสากลที่มีชื่อและมีคนกำหนดจริง ทั้งฝั่งสินเชื่อที่ปล่อยเอง และฝั่งตราสารหนี้ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้จัดจำหน่ายให้ลูกค้า โดยมีผู้ประเมินอิสระอย่าง Sustainalytics, DNV Business Assurance Australia Ltd. และ DNV (Thailand) Co., Ltd. เข้ามาตรวจสอบกรอบก่อนออกขายจริง
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งกลุ่ม SCBX มีการปล่อยสินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนรวมสะสมกว่า 223,487 ล้านบาท แม้ว่าตัวเลขนี้อาจยังไม่ครอบคลุมสินเชื่อสำหรับ AI data center โดยตรง แต่สิ่งที่แสดงให้เห็นคือ SCBX มีหลักการที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีตัวเลขเปิดเผยในรายงานประจำปี ไม่ใช่แค่ใช้คำว่า "สีเขียว" ลอย ๆ
ย้อนกลับไปที่ฉลากข้างขวดตอนต้น เหตุผลที่เราเชื่อเลข อย. ไม่ใช่เพราะมันพิมพ์อยู่บนฉลาก แต่เพราะเบื้องหลังมีหน่วยงานกำหนดเกณฑ์ มีคนตรวจ และมีบทลงโทษ ฉลากเขียวบนตราสารหนี้ AI data center ตอนนี้ยังมีไม่ครบทั้งสามอย่าง
เราเลือกได้ว่าจะลงทุนกับอะไร และฝากเงินไว้กับกองทุนไหน สำหรับตราสารที่เกี่ยวกับ AI data center สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือคำถาม จากเดิมที่ถามว่ามันมีฉลากไหม เป็นถามว่าเอกสารระบุปลายทางของเงินไว้หรือไม่ มีรายงานหลังใช้เงินหรือเปล่า และใครเป็นคนรับรอง ถ้าคำตอบคือไม่มี เราก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วนต่างนั้น แต่ถ้ามี การจ่ายส่วนต่างก็คุ้ม เพราะจ่ายให้กับสิ่งที่ตรวจสอบได้จริง
บทความโดย กวิสรา รุจิประภากร R&D Associate บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด