นักวิจัยออกมาเตือน AI กำลัง ‘ทำลายคณิตศาสตร์’ หลังผลลัพธ์ตรวจสอบยาก-ขาดที่มา

AI ทุกวันนี้ไม่ได้เก่งแค่เรื่องคิดเลขหรือหาสถิติพื้นฐาน แต่ล้ำหน้าถึงขั้นช่วยแก้โจทย์ซับซ้อนและเริ่มมีแนวโน้มว่าจะสร้างข้อพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ใหม่ๆ ได้เอง ทำให้หลายฝ่ายเริ่มหันมาถกกันว่าวงการคณิตศาสตร์พร้อมรับมือกับเรื่องนี้แล้วหรือยัง 

ซึ่งล่าสุดนักคณิตศาสตร์ 16 คน พร้อมผู้ร่วมลงนามอีกกว่า 130 คน ได้ร่วมกันออกเอกสาร Leiden Declaration ที่พูดถึงผลกระทบของ AI ต่อวงการคณิตศาสตร์ โดยเอกสารนี้ไม่ได้ออกมาเพื่อแบนหรือต่อต้าน AI แต่แก่นสำคัญคือการตั้งคำถามว่าการใช้ AI อย่างรับผิดชอบควรมีหน้าตาเป็นอย่างไรในศาสตร์ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความถูกต้องและความโปร่งใส 

ทำไมวงการคณิตศาสตร์ถึงกังวลเรื่อง AI

ผู้ทำเอกสารนี้มองว่าหากปล่อยให้ AI เข้ามามีบทบาทโดยไร้กติกามันอาจทำให้วงการสูญเสียจุดยืนของตัวเองไป ซึ่งนี่คือ 3 ข้อกังวลหลัก ๆ ที่ทำให้นักคณิตศาสตร์กังวลเกี่ยวกับเอไอ 

  • ตรวจสอบยาก เส้นแบ่งไม่ชัดเจน: ปกติการพิสูจน์ทฤษฎีต้องผ่านการถกและตรวจสอบอย่างละเอียดจากคนในวงการ แต่ถ้า AI เป็นผู้สร้างข้อพิสูจน์ขึ้นมา คำถามคือเราจะเอากระบวนการเดิมไปตรวจสอบงานของ AI ได้อย่างไร
  • สตาร์ทอัปเน้นปั่นกระแส: บริษัท AI หลายแห่งรีบเคลมผลงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจจนบางครั้งผลลัพธ์อาจจะถูก บางครั้งผลลัพธ์อาจจะถูก แต่ในมุมคณิตศาสตร์ถือว่าไม่ได้น่าสนใจหรือแปลกใหม่อะไร ซึ่งปัญหาคือเมื่อรีบปล่อยข่าวโดยไม่ผ่านการตรวจสอบให้ดี หากพบข้อผิดพลาดทีหลังการตามแก้ข่าวและทำความเข้าใจใหม่เป็นเรื่องที่ยากมาก
  • ดูดข้อมูลไปใช้ แต่ไม่ให้เครดิตมนุษย์: AI เรียนรู้จากการดูดข้อมูลงานวิจัยทางวิชาการไปใช้ประมวลผล แต่กลับไม่ระบุที่มาว่าดึงแนวคิดมาจากนักวิจัยคนไหน ซ้ำร้ายบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ยังมักปิดบังกระบวนการทำงานของ AI ตัวเองอีกด้วย

ทางออกและกติกาที่ควรจะเป็นคืออะไร

เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ ในเอกสารจึงได้เสนอแนวทางปฏิบัติดังนี้:

  • เปิดเผยความโปร่งใส: นักวิจัยต้องระบุให้ชัดเจนว่ามีการใช้ AI ในขั้นตอนใดของงานวิจัยบ้าง
  • ยกระดับการตรวจสอบให้มากขึ้น: กระบวนการตรวจผลงานต้องเข้มงวดและรัดกุมขึ้นกว่าเดิม สำหรับงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ AI
  • ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: รัฐควรสนับสนุนระบบประมวลผลสาธารณะ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและไม่ปล่อยให้บริษัทเทคฯ ที่มีทุนหนาผูกขาดวงการวิจัยอยู่ฝ่ายเดียว

AI เป็นแค่เครื่องมือ แต่มนุษย์ต้องเป็นคนขับเคลื่อนอยู่

แม้จะมีความกังวลเยอะ แต่นักคณิตศาสตร์ก็ยอมรับว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากหากใช้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่าท้ายที่สุดแล้วคณิตศาสตร์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องขับเคลื่อนด้วยมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เอกสารฉบับนี้จึงไม่ใช่ข้อสรุปตายตัว แต่เป็นการโยนหินถามทางเพื่อกระตุ้นให้คนในวงการหันมาตกลงกันว่าอะไรคือมาตรฐานที่ควรยึดถือ

อ้างอิง: gizmodo

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Software Engineer ขอเจ้านาย ไม่ใช้ AI ได้ไหม มันขัดกับหลักศาสนา ประเด็นร้อนล่าสุดหลังพนักงานเริ่มทนไม่ไหว จนต้องหาทางออก

เมื่อพนักงานเริ่มปฏิเสธการใช้ AI ด้วยเหตุผลทางศาสนาและจริยธรรม! พบกับเบื้องหลังความขัดแย้งในที่ทำงาน และปรากฏการณ์ปั่นงานปลอมที่บริษัทต้องหันมาทบทวนใหม่...

Responsive image

โลกร้อนแตะ 1.37°C แล้ว นักวิทยาศาสตร์ 70 คนยืนยัน และกำลังนับถอยหลังทะลุ 1.5°C ในอีกราว 4 ปี สัญญาณที่บอกว่าโลกกำลังเสียสมดุล

รายงาน IGCC 2026 โดยนักวิทยาศาสตร์กว่า 70 คนเผยโลกร้อนจากฝีมือมนุษย์แตะ 1.37°C ในปี 2025 คาดทะลุ 1.5°C ภายในราวปี 2030 ขณะที่งบคาร์บอนเหลือเพียง 130 กิกะตัน หรือราว 3 ปีในอัตราการป...

Responsive image

CSII จุฬาฯ ได้รับเลือกเป็นสถาบันเดียวจากไทย ติดกลุ่ม 49 สถาบันทั่วโลก ร่วม Innovation Sandbox เปลี่ยนอนาคตอุดมศึกษา

ล่าสุด Chulalongkorn School of Integrated Innovation (CSII) ได้รับคัดเลือกเป็นสถาบันเดียวจากไทย เข้าร่วม Future Universities Alliance Innovation Sandbox โครงการเรียนรู้ร่วมกันระยะเ...