รัฐบาล VS ค่า GP แพลตฟอร์ม ตอนนี้เรื่องเดินมาถึงตรงไหนแล้ว

ทุกออเดอร์ในการขายของออนไลน์ มีเงินก้อนหนึ่งที่พ่อค้าแม่ค้าไม่เคยได้จับ เพราะระบบหักทิ้งตั้งแต่ยังไม่ทันโอนเข้าบัญชี นั่นคือ ค่า GP

ตลอดปี 2569 เงินก้อนนี้บวมขึ้นเรื่อย ๆ จนบีบกำไร SME แทบไม่เหลือ ทั้งค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมใหม่ และค่าผ่อนชำระที่ปรับขึ้นถี่ยิบเพียงชั่วข้ามเดือน แรงต้านจากผู้ค้ารายย่อยจึงจุดชนวนให้ภาครัฐต้องลงมาลุยอย่างหนักหน่วงตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา

จากแค่การเตือน สู่คำสั่งเบรกห้ามขึ้นราคา สั่งปรับจริง เจรจาบิ๊กแพลตฟอร์ม (Shopee, Lazada, TikTok Shop) ยอมหั่นค่า GP ลงชั่วคราว และล่าสุดรัฐไทยกำลังเดินหน้าแตะหัวใจสำคัญที่แตะยากที่สุด คือ ระบบอัลกอริทึม

ถ้าคุณขายของบนแพลตฟอร์ม เรื่องนี้กระทบต้นทุนคุณโดยตรง แล้วตอนนี้เรื่องเดินมาถึงตรงไหนแล้ว?

GP คืออะไร และใครเป็นใครในเรื่องนี้

GP (Gross Profit) ในภาษาร้านค้าออนไลน์ หมายถึงส่วนแบ่งที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขายแต่ละออเดอร์ ในทางปฏิบัติมักรวมหลายอย่างเข้าด้วยกัน เช่น ค่าคอมมิชชันตามหมวดสินค้า ค่าธุรกรรม (Transaction Fee) และค่าโครงสร้างพื้นฐานต่อออเดอร์ ยิ่ง GP สูง กำไรที่ร้านเหลือจริงก็ยิ่งบาง

ผู้เล่นหลักในเรื่องนี้มี 4 ฝั่ง

  1. ร้านค้าและ SME: ฝั่งที่จ่าย GP และเป็นต้นเรื่องร้องเรียน
  2. กระทรวงพาณิชย์: นำโดย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ มีกรมการค้าภายในและ กกร. (คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ) ทำหน้าที่เจรจาและดูโครงสร้างต้นทุน
  3. กขค. (คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า): ฝั่งที่มีอำนาจตามกฎหมาย ออกคำสั่ง สอบสวน และปรับได้
  4. แพลตฟอร์ม: Shopee, Lazada, TikTok Shop ฝั่งอีคอมเมิร์ซ และแอปเรียกรถกับส่งอาหารที่กำลังจะถูกดูเป็นลำดับถัดไป

ค่า GP ไม่ได้เพิ่งขึ้นปีนี้

ข้อมูลที่ กขค. ตรวจพบ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์นำมาเปิดเผย ชี้ว่าการขึ้นค่าธรรมเนียมเป็นแนวโน้มต่อเนื่องหลายปี

  • Shopee ปรับขึ้นค่า GP 10 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2565 รวมเพิ่มขึ้น 433%
  • Lazada ปรับขึ้น 7 ครั้ง รวมเพิ่มขึ้น 367%
  • TikTok Shop อยู่ระหว่างตรวจสอบ
  • แอปเรียกรถและส่งของ 3 รายใหญ่ ช่วง เม.ย. ถึง ส.ค. 2569 ปรับขึ้น GP รวม 8 ครั้ง

ฐานเศรษฐกิจรายงานว่าในปี 2569 เพียงปีเดียว แพลตฟอร์มขึ้นค่าธรรมเนียมไปแล้ว 3 รอบ ก่อนรัฐจะเข้ามาเบรก

สรุป 8 เดือนแห่งการไล่บี้ จากคำสั่งเบรกชั่วคราว สู่ดีลหั่น GP 6 เดือน

แรงกดดันเริ่มปะทุช่วงต้นปี 2569 เมื่อ TikTok Shop ปรับโครงสร้างค่าคอมมิชชันพร้อมยัดค่า Commerce Growth Fee 6.42% สูงสุด 199 บาทต่อออเดอร์ ส่วน Shopee ก็ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมผ่อนชำระอีกราว 1% ทุกช่วงผ่อน เรื่องร้องเรียนจึงพุ่งเข้า กขค. จนต้องตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยเฉพาะ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม เมื่อ กขค. งัดอำนาจตามมาตรา 60 สั่งเบรกแพลตฟอร์มรายใหญ่กว่า 6 ราย ห้ามขึ้นค่า GP และค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 6 เดือน พร้อมสั่งให้ส่งโครงสร้างต้นทุนมาแจกแจง 

จากนั้นในเดือนกันยายน กขค. ก็มีการสั่งปรับแพลตฟอร์ม 1 ราย ฐานบังคับร้านค้าเข้าร่วมโปรโมชันโดยไม่ยินยอม เป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐเอาจริง

จนกระทั่งปลายเดือนตุลาคม ทุกมาตรการก็คลอดออกมาพร้อมกัน รัฐประกาศกฎหมาย Credit Term บังคับให้คู่ค้ารายใหญ่จ่ายเงิน SME ภายใน 45 วัน และสินค้าเกษตรภายใน 30 วัน 

จากนั้นวันที่ 28 ตุลาคม กระทรวงพาณิชย์ก็ปิดดีลครั้งประวัติศาสตร์ เจรจาให้ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ยอมลดค่า GP ภาคบังคับ ถอยกลับไปใช้อัตราเดิมเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นเวลา 6 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2570

ดีลลดค่า GP ครั้งนี้ รัฐคาดว่าจะช่วยประหยัดเงินให้ผู้ค้าราว 1.2 ล้านราย รวมเป็นมูลค่ากว่า 1,930 ล้านบาท โดยแต่ละแพลตฟอร์มยอมถอยลงมา ดังนี้

  • Lazada: เดิมเก็บสูงสุด 17.50% ปรับลดลงมาเหลือ 7.50% ถึง 11.60% (ลดลงสูงสุด 42.90%)
  • TikTok Shop: เดิมเก็บสูงสุด 21.94% ปรับลดลงมาเหลือ 11.24% ถึง 17.66% (ลดลงสูงสุด 35%)
  • Shopee: เดิมเก็บสูงสุด 19.26% ปรับลดลงมาเหลือ 8.03% ถึง 13.91% (ลดลงสูงสุด 33.30%)

ทว่าการได้สิทธิ์นี้มีเงื่อนไขสำคัญที่ร้านค้าต้องรู้ คือผู้ค้าบุคคลธรรมดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ส่วนนิติบุคคลต้องไม่เกิน 3.5 ล้านบาทต่อปี และทั้งสองกลุ่มต้องมีใบทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ถูกต้อง 

นอกจากนี้ ส่วนลดจะครอบคลุมเกือบทุกหมวดยกเว้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และลดเฉพาะค่าธรรมเนียมภาคบังคับอย่างค่า GP และค่าระบบเท่านั้น ไม่รวมบริการเสริมหรือแคมเปญส่งฟรีที่ร้านเลือกสมัครเพิ่มเอง โดยร้านค้าต้องเริ่มลงทะเบียนรับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

ด่านหินถัดไป เมื่อลด GP ก็ยังไม่จบถ้าไม่แตะอัลกอริทึม

แม้ค่า GP จะลดลง แต่อธิบดีกรมการค้าภายในก็ยอมรับว่านี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะหลุมพรางที่แท้จริงของการขายออนไลน์คือ อัลกอริทึม

ถ้าค่า GP คือค่าเช่าแผงในตลาด อัลกอริทึมก็คือมือที่มองไม่เห็นซึ่งเลือกว่าจะผลักร้านไหนไปอยู่หน้าทางเข้าห้าง และเตะร้านไหนไปอยู่ซอกหลืบชั้นใต้ดิน ระบบจัดอันดับสินค้าจะประเมินจากยอดขาย รีวิว และที่สำคัญที่สุดคือ เงินค่าโฆษณา ร้านทุนหนายอมทุ่มเงินซื้อแอดเพื่อให้สินค้าโผล่หน้าแรก ส่วน SME ทุนน้อยที่ไม่มีงบยิงแอด สินค้าจะจมหายทันที กลายเป็นว่าต้นทุนที่อุตส่าห์ประหยัดได้จากค่า GP อาจต้องถูกนำไปเทให้ค่าโฆษณาแทน

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม รองนายกฯ ศุภจี จึงเปิดฉากเรียกหน่วยงานด้านกฎหมาย ดิจิทัล และความมั่นคง มาเริ่มศึกษาอัลกอริทึมจัดอันดับสินค้าบนแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง ท่าทีของรัฐไม่ได้ต้องการห้ามขายโฆษณา แต่ต้องการให้เกณฑ์การจัดอันดับมีความโปร่งใส เพราะการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพและราคาของสินค้าอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าจะมองเห็นสินค้าของใครด้วย

5 เรื่องร้อนที่ต้องจับตาต่อหลังเส้นตาย 6 เดือน

ยังมีอีก 5 ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล: ETDA และ กขค. กำลังเร่งยกร่างกฎหมายฉบับถาวร โดยจะนำข้อมูลพฤติกรรมแพลตฟอร์มตลอดช่วง 6 เดือนที่ลด GP ไปใช้เป็นสารตั้งต้น
  • บทลงโทษ: กขค. เตรียมออกประกาศคุมโครงสร้างค่าธรรมเนียม หากพบแพลตฟอร์มรายใดเอาเปรียบคู่ค้า อาจมีโทษปรับสูงสุดถึง 10% ของรายได้
  • การขึ้นบัญชีเป็นบริการควบคุม: กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอให้อีคอมเมิร์ซเป็นบริการควบคุม เพื่อให้รัฐเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนและกำไรที่สมเหตุสมผลได้ลึกขึ้น
  • คิวต่อไปของแอปเรียกรถและส่งอาหาร: ภาครัฐเตรียมคลอดมาตรการลดค่าธรรมเนียมในลักษณะเดียวกัน และจะบังคับให้ส่งโครงสร้างต้นทุนให้ตรวจก่อนปรับราคาขึ้นทุกครั้ง

คำถามสำคัญหลัง 31 พฤษภาคม 2570 

เมื่อพ้นช่วงมาตรการลด GP 6 เดือน และคำสั่งห้ามขึ้นราคาของ กขค. ครบกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์ ค่าธรรมเนียมจะดีดตัวกลับขึ้นไปจุดเดิมหรือไม่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่ากฎหมายใหม่ของรัฐจะคลอดออกมาสกัดได้ทันเวลาหรือไม่

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Anthropic เลิกวัดฝีมือวิศวกรจาก ‘ข้อสอบเขียนโค้ด’ ผู้บริหารชี้คนที่ทำต้นแบบ+แก้โจทย์ธุรกิจได้ เป็นที่ต้องการกว่า

ผู้บริหาร Anthropic เลิกใช้การสัมภาษณ์เขียนโค้ดคัดคนเข้าทีม เพราะ Claude ทำได้ดีกว่าแล้ว พร้อมแนะวิศวกรมือใหม่ให้สร้างต้นแบบที่แก้โจทย์ธุรกิจในสุดสัปดาห์เดียว และใช้สายตาคนนอกให้เป...

Responsive image

8 องค์กรชั้นนำของไทย จับมือตั้ง Venture Builder Network เครือข่ายปั้นสตาร์ทอัพแห่งแรกของไทย

8 องค์กร Corporate Venture Builder ชั้นนำของไทย ผนึกกำลังจัดตั้ง Venture Builder Network (VBN) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ยกระดับมาตรฐาน และผลักดันสตาร์ทอัพไทยสู่ระดับสากล...

Responsive image

สิงห์–สหพัฒน์ ประกาศร่วมลงทุน House of Wisdom ก้าวสู่ปีที่ 4 เพื่อสนับสนุน House of Wisdom สู่ขั้นต่อไปของสโมสร แลกเปลี่ยนภูมิปัญญาและสร้างโอกาสระหว่างกัน

House of Wisdom (H.O.W.) ก้าวสู่ปีที่ 4 พร้อมการเข้าร่วมลงทุนของกลุ่มธุรกิจสิงห์และเครือสหพัฒน์ โดยมีคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ เป็นบ้านใหม่ของสโมสร...