Azimo FinTech ในอังกฤษสาย Remittance ให้ผู้ใช้ Facebook สามารถโอนเงินหากันได้ผ่าน Facebook Messenger

ข่าวที่ Facebook เปิดให้ 3rd party สาย FinTech สามารถเชื่อมต่อและทำการโอนเงินได้นั้นมีมาให้ได้ยินเรื่อยๆ อย่างช่วงหลายเดือนก่อนก็มีข่าวลือการทดสอบระบบแล้วระหว่าง Payment Vendor ยักษ์ใหญ่ในบ้านเราและ Facebook  แม้ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการก็ตาม  สำหรับต่างประเทศมีบริษัทที่ออกตัวแล้วว่าให้บริการในรูปแบบดังกล่าวได้ รายนี้เป็น Startup ในอังกฤษชื่อว่า Azimo (FinTech Startup สาย Remittance)

โดยผู้ใช้สามารถโอนเงินหาเพื่อนๆ ใน Facebook friend list ได้ วิธีการใช้งานก็คือต้องดาวน์โหลดแอปฯ ของ Azimo บน Google Play หรือ Apple Appstore ก่อน หลังจากนั้นให้เลือกการโอนเงินผ่าน Messenger และทำการเลือกชื่อของเพื่อน เพื่อนของคุณจะได้รับข้อความทาง Facebook Message ให้ทำการกรอกข้อมูลธนาคารที่ต้องการรับเงินหรือจุดรับเงิน 270,000 จุดที่กำหนดไว้ โดยค่าธรรมเนียมการโอนเงินไปประเทศแถบเอเชีย ทาง Azimo จะเรียกเก็บคือ 2% ซึ่งถ้าเทียบกับบริการ Remittance โอนเงินอื่นๆ นั้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7.97%

โดยบริการนี้มีแนวคิดที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา 2 จุดหลักๆ คือ

    1. ความผิดพลาดอันเกิดจากการใส่ข้อมูลการชำระเงิน
    2. ความล่าช้าของกระบวนการโอนเงิน

Michael Kent, CEO และผู้ก่อตั้ง Azimo กล่าวว่า การโอนเงินหาเพื่อนจะเป็นเรื่องง่ายขึ้น ถ้าพวกเขาเป็นเพื่อนกันบน Facebook โดยในทุกๆ ปีจะมีคนที่ทำงานในต่างประเทศกว่า 250 ล้านคนทั่วโลกส่งเงินกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กลับหาครอบครัว เพื่อน และใช้ในเชิงธุรกิจด้วย

ในขณะที่ยอด Facebook Messenger Monthly Active User นั้นเติบโตจนปัจจุบันสูงกว่า 1,000 ล้านคน/เดือนเข้าไปแล้ว อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงแค่ตัวเลขของผู้ใช้ทั้งหมด ยังไม่ได้ segment ลงรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายจริงๆ

facebookj messenger mau

ปัจจุบันบริการนี้ยังส่งเงินได้จากประเทศในโซนยุโรปเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในไทยสามารถรับเงินที่ปลายทางได้

ที่มา: Azimo 

ความเห็นกองบรรณาธิการ

การเปิดตัวดังกล่าวดูค่อนข้างเงียบและถ้าลองได้ดาวน์โหลดมาใช้ ก็เหมือนฟังก์ชั่นดังกล่าวหายไปในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามถือเป็นไอเดียสำหรับคนที่กำลังมองหาโซลูชั่นด้านการโอนเงินข้ามประเทศที่สะดวกสบายมากขึ้น และถ้าเกิดขึ้นบ้านเราเมื่อไหร่ คงไม่ใช่แค่คนที่ไปทำงานหรือเรียนต่อต่างแดน แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับกลุ่ม Social Commerce ด้วย เนื่องจากพ่อค้า แม่ค้าบน Facebook บ้านเรามีเยอะมาก การรับเงินและตรวจสอบรายละเอียดการชำระเงินก็จะสะดวกขึ้นจากวิธีการแบบเดิมๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเกิดหรือไม่เกิดก็ต้องดูค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บเพราะถ้าแพงเกินไปก็ไม่มีคนใช้อยู่ดี และจุดสำคัญคือกระบวนการความปลอดภัยอีกเช่นกัน

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

UK เตรียม ‘แบนโซเชียลมีเดีย’ อายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องสแกนหน้าเพื่อเข้าใช้งาน TikTok และ Instagram

อังกฤษเตรียมแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้ TikTok และ Instagram บังคับยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าและ Digital ID พร้อมคุมแชทบอต AI ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ 400 คนเตือนความเสี่ยงด้านความเป็...

Responsive image

ทำไมกองทุนในเครือ LVMH อาจเข้าซื้อ Hyrox เมื่อการแข่งจาก 650 คนสู่ 1.5 ล้านคนในเวลา 8 ปี กลายเป็นเป้าหมายการลงทุนระดับโลก

ในปี 2018 Christian Toetzke และ Moritz Fürste อดีตนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติเยอรมนีเจ้าของเหรียญโอลิมปิก จัดงาน Fitness Race ครั้งแรกที่ฮัมบูร์ก มีผู้เข้าร่วม 650 คน วันนี้ในปี 2026 Hyro...

Responsive image

Software Engineer ขอเจ้านาย ไม่ใช้ AI ได้ไหม มันขัดกับหลักศาสนา ประเด็นร้อนล่าสุดหลังพนักงานเริ่มทนไม่ไหว จนต้องหาทางออก

เมื่อพนักงานเริ่มปฏิเสธการใช้ AI ด้วยเหตุผลทางศาสนาและจริยธรรม! พบกับเบื้องหลังความขัดแย้งในที่ทำงาน และปรากฏการณ์ปั่นงานปลอมที่บริษัทต้องหันมาทบทวนใหม่...