อุตสาหกรรม Big Data & AI โตต่อเนื่อง แต่ BDI ระบุ 'ขาดกำลังคน' เป็นวิกฤตเงียบ จำกัดการเติบโต

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยผลการสำรวจตลาดอุตสาหกรรม Big Data และ AI ของประเทศไทย ประจำปี 2568 พบว่า มูลค่าตลาดพุ่งแตะ 41,858 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า 18% ขณะที่ ปัญหา 'ขาดแคลนบุคลากร' ยังเป็น 'วิกฤตเงียบ' ที่ต้องเร่งแก้ไข BDI ประกาศเดินหน้าแพลตฟอร์ม D2 เปิดให้บริการเต็มรูปแบบปี 2569 พร้อมเปิดตัว ThaiLLM โมเดลใหญ่สุดภายในเดือนนี้

อุตสาหกรรม Big Data & AI โตต่อเนื่อง แต่มี 'วิกฤตเงียบ' จำกัดการเติบโต

ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการโดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งภาครัฐและเอกชนมากกว่า 400 แห่ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและน่าเชื่อถือ ซึ่งการประเมินครั้งนี้ใช้วิธี Ratio-based Market Sizing พบว่า มูลค่าตลาดอุตสาหกรรม Big Data และ AI ของประเทศไทยในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 41,858 ล้านบาท จากข้อมูลปฐมภูมิกว่า 367 องค์กร ในอุตสาหกรรมวิเคราะห์ผู้ประกอบการใน Value Chain 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์ม ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และโซลูชัน และผู้ให้บริการที่ปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล 

โดยมูลค่า 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ในตลาด Big Data และ AI ของประเทศไทย ปี 2568 ที่พุ่งแตะ 41,858 ล้านบาท มาจาก

  • ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์ม มีมูลค่า 37,157 ล้านบาท 
  • ผู้ให้บริการที่ปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล มีมูลค่า 3,761 ล้านบาท 
  • ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และโซลูชัน มีมูลค่า มีมูลค่า 941 ล้านบาท

ข้อมูลที่ได้สะท้อนมูลค่าตลาดจากฝั่งผู้ให้บริการ (Supply Side) อย่างครอบคลุม และความต้องการในฝั่งผู้รับบริการ (Demand Side) รวมถึงมีการยืนยันผลการสำรวจผ่านผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมแล้ว

การสำรวจในครั้งนี้ยังได้คาดการณ์มูลค่าตลาด Big Data และ AI ของไทยในอนาคต 2 ปีนับจากนี้ (พ.ศ. 2569 – 2570) โดยคาดการณ์ภายใต้ 3 สถานการณ์ ได้แก่ สถานการณ์ที่ 1 (Baseline) จากผลการสำรวจข้อมูลผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมการลงทุนจริงของภาคธุรกิจ มีอัตราเติบโตเฉลี่ย 18.74% ต่อปี โดยในปี 2569 คาดการณ์มูลค่าอยู่ที่ 47,397-58,957 ล้านบาท และปี 2570 คาดการณ์มูลค่าอยู่ที่ 53,668-83,462 ล้านบาท สถานการณ์ที่ 2 อ้างอิงแนวโน้มตลาดโลก (CAGR 13%) และ สถานการณ์ที่ 3 อ้างอิงการขยายตัวของตลาดดิจิทัลไทย ซึ่งแสดงศักยภาพการเติบโตสูงสุด

ศ. ดร.ธีรณี กล่าวอีกว่า จากการสำรวจพบอุปสรรคสำคัญของอุตสาหกรรม โดยอันดับ 1 คือ ขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งขององค์กรระบุเป็นปัญหาสำคัญที่สุดผลการสำรวจความต้องการบุคลากรในปี 2568 พบว่า ทุกกลุ่มผู้ประกอบการต้องการแรงงานที่มีทักษะด้าน Business Analysis และ Data Science ในระดับสูง โดยผู้ประกอบการกลุ่มที่ปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลต้องการทักษะ Business Analysis สูงถึงร้อยละ 55.05 ขณะที่กลุ่มซอฟต์แวร์และโซลูชันต้องการทักษะ Data Science ร้อยละ 48.65 และ Data Engineering ร้อยละ 45.95 สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมต้องการบุคลากรที่มีทั้งทักษะเชิงเทคนิคและความเข้าใจธุรกิจควบคู่กัน 

นอกจากนี้ ยังพบอุปสรรคด้าน ต้นทุนการลงทุนที่สูง โดยเฉพาะสำหรับ SMEs ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีความซับซ้อนในการบูรณาการเข้ากับระบบเดิม (Legacy System) และ ความกังวลในการตีความและการปฏิบัติตามระเบียบ เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

BDI เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผ่าน 4 ภารกิจหลัก และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า BDI เดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านข้อมูลและ AI ผ่านภารกิจสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การพัฒนาระบบการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) หรือ Data Integration and Intelligence Platform (D2) ซึ่งเป็นพื้นที่กลางสำหรับการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตร โดยข้อมูลที่เชื่อมโยงสามารถนำไปใช้ประโยชน์จริง ทั้งในการพัฒนานโยบายแบบมุ่งเป้า การบริหารจัดการ แพลตฟอร์มนี้ยังสนับสนุนให้เกิดการใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างเป็นระบบมีมาตรฐาน พร้อมยกระดับความสามารถด้านการวิเคราะห์และการตัดสินใจของ, ภาครัฐ โดยมีแผนดำเนินงานตามลำดับ ได้แก่ 1) การออกแบบมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานในปี 2568 2) การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2569 และ 3) การต่อขยายบริการด้านปัญญาประดิษฐ์ในปี 2570

นอกจากนี้ BDI ยังได้พัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลระดับชาติ เพื่อเสริมขีดความสามารถของไทยในการรับมือสถานการณ์วิกฤต สนับสนุนการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ การเตรียมพร้อมรับมือ และการบริหารจัดการภาวะวิกฤตภายใต้หลักธรรมาภิบาลข้อมูลที่เคร่งครัด ทั้งด้านความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยใช้องค์ความรู้ด้านข้อมูลเป็นฐานสำคัญในการคาดการณ์ ติดตาม และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที

ในมิติของปัญญาประดิษฐ์ BDI ได้ร่วมกับพันธมิตรผลักดันโครงการ ThaiLLM ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยแบบ Open Source / Open License โดยล่าสุดได้เผยแพร่โมเดลพื้นฐานขนาด 8B พารามิเตอร์ และโมเดลขนาด 30B พารามิเตอร์ ไปแล้ว ส่วนโมเดลขนาดใหญ่ที่สุดจะเปิดให้สาธารณะเข้าถึงภายในเดือนมกราคม 2569 พร้อมทั้งร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในการพัฒนาโมเดลเฉพาะทางด้านการแพทย์สำหรับการคัดกรองอาการเบื้องต้น โดยคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้งานระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระบุคลากรและเพิ่มโอกาสเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้

และอีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือ การพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศ โดย BDI จัดทำหลักสูตรออนไลน์และกิจกรรมเสริมทักษะด้านข้อมูลและ AI เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน บุคลากรภาครัฐ และภาคเอกชน เข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างทั่วถึง สนับสนุนการสร้างแรงงานที่มีทักษะรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัล และวางพื้นฐานเชิงโครงสร้างด้านทรัพยากรมนุษย์ให้กับประเทศไทยในระยะยาว 

ตัวอย่างหลักสูตรที่ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและเริ่มเรียนได้ฟรี เช่น 3 หลักสูตรด้าน AI 

  • หลักสูตรที่ 1 ทำความรู้จักกับ NotebookLM (Introduction to NotebookLM) 
    เรียนรู้การใช้งาน NotebookLM ตั้งแต่พื้นฐาน แนวคิดการทำงาน การจัดการแหล่งข้อมูล การเขียน Prompt และการสร้างสื่อการเรียนรู้ เช่น รายงาน วิดีโอ และไฟล์เสียง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการใช้ AI ช่วยจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ
    เหมาะสำหรับ: ประชาชนทั่วไป ครู ผู้สอนดิจิทัล เยาวชน และผู้สนใจเริ่มต้นใช้งาน AI เพื่อช่วยจัดการข้อมูล 
    ลงทะเบียนได้ที่: https://dcc.bde.go.th/user/digitalskill/coursedetail/1391

  • หลักสูตรที่ 2 NotebookLM สำหรับการวิเคราะห์วิดีโอ YouTube และไฟล์เสียง (Analyzing Multimedia Content with NotebookLM)
    เจาะลึกการใช้ NotebookLM วิเคราะห์สื่อมัลติมีเดีย ทั้งวิดีโอ YouTube และไฟล์เสียง สามารถสรุปเนื้อหา ดึงประเด็นสำคัญ วิเคราะห์คีย์เวิร์ด และนำไปต่อยอดเป็นสื่อการเรียนรู้ งานสอน งานวิจัย หรืองานนำเสนอได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    เหมาะสำหรับ: ประชาชนทั่วไป นักเรียน ครู ผู้สอนดิจิทัล นักวิชาการ และผู้ที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอหรือเสียงอย่างรวดเร็ว 
    ลงทะเบียนได้ที่: https://dcc.bde.go.th/user/digitalskill/coursedetail/1394

  • หลักสูตรที่ 3 ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ยุคใหม่ ด้วย Generative AI (Cultural Product Design with Generative AI)
    เปิดโลกการสร้างสรรค์ด้วย Generative AI ตั้งแต่การทำความเข้าใจเครื่องมืออย่าง ChatGPT และ Gemini การเขียน Prompt เพื่อการออกแบบ ไปจนถึงการนำ AI มาช่วยสร้างภาพ งานออกแบบ และต่อยอดวัฒนธรรมไทยสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย
    เหมาะสำหรับ: ประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการ OTOP ครู ผู้พัฒนาสื่อ นักเรียน–นักศึกษา และผู้สนใจด้านการออกแบบ 
    ลงทะเบียนได้ที่: https://dcc.bde.go.th/user/digitalskill/coursedetail/1396

ปิดท้ายด้วยข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

"อนาคตของ Big Data และ AI ไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เราซื้อ แต่ขึ้นอยู่กับ 'คน' ที่เราสร้าง หากเราสามารถพัฒนาคน สร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง และมีนโยบายที่ชัดเจน ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลาง Big Data และ AI ของภูมิภาคอาเซียน" 

ดร.สุนทรีย์ กล่าวทิ้งท้ายโดยให้ข้อเสนอแนะแนวทางเชิงนโยบาย 2 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น (1-3 ปี) ควรปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายเพื่อการแบ่งปันข้อมูล เร่งรัดพัฒนาบุคลากรกลุ่ม Missing Middle และสร้างมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย AI ระดับประเทศ ส่วน ระยะกลาง (4-5 ปี) ควรส่งเสริม Sovereign AI โดยให้ภาครัฐเป็นลูกค้ากลุ่มแรก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยั่งยืน และยกระดับกรอบกฎหมายให้รับผิดชอบต่ออัลกอริทึม

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

พบ ‘สารบำรุงผิว’ ชนิดใหม่ ซ่อนอยู่ในกากรำข้าว ทดลองแล้วล็อกความชุ่มชื้นได้ดี ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว

กากรำข้าวที่ได้จากกระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าวถูกใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริมมาอย่างยาวนาน แต่ล่าสุดนักวิจัยญี่ปุ่นค้นพบว่าวัตถุดิบนี้ยังซ่อน ‘สารบำรุงผิว’ ชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีใคร...

Responsive image

สรุปความเสี่ยงโลกจาก Global Risks Report 2026 เมื่อโลกกำลังก้าวสู่ ‘ยุคแห่งการแข่งขัน’ อย่างเต็มรูปแบบ

สรุปภาพรวมความเสี่ยงระดับโลกจาก Global Risks Report 2026 ของ World Economic Forum วิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงระยะสั้น กลาง และยาว ตั้งแต่สงคราม เศรษฐกิจ ข้อมูลเท็จ AI ไปจนถึงสภาพอาก...

Responsive image

เปิดรายชื่อ ทีมไทยแลนด์ บุก Davos 2026 รองนายกฯ เอกนิติ นำทัพรัฐ-เอกชน โชว์วิสัยทัศน์ดึงทุนเข้าไทย

นับเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของเศรษฐกิจไทยต้อนรับปี 2026 เมื่อ ‘ทีมไทยแลนด์’ จัดทัพใหญ่เตรียมบินสู่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมเวทีระดับโลกอย่าง World Economic Forum...