ธปท. เตรียมเปิด SME Credit Portal จับคู่ SME กับแบงก์ คาดเปิด ธ.ค. 2569

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมเปิด SME Credit Portal เว็บไซต์กลางที่จับคู่ SME ซึ่งต้องการสินเชื่อ กับสถาบันการเงินที่พร้อมปล่อยกู้ ธปท. คาดว่าจะเปิดให้ใช้งานภายในเดือนธันวาคม 2569

คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. เล่ารายละเอียดของโครงการไว้ในการสัมภาษณ์พิเศษกับกองบรรณาธิการการเงินธนาคาร ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 และพูดถึงกรอบเวลาเปิดตัวอีกครั้งในงานบรรยายของ TNN16 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569

SME อยากกู้ แบงก์อยากปล่อย แต่ยังหากันไม่เจอ

ธปท. ระบุเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่าสินเชื่อ SME ติดลบต่อเนื่องมา 16 ไตรมาส ส่วนในบทสัมภาษณ์เดือนสิงหาคม ตัวเลขอยู่ที่ 14 ไตรมาส คุณวิทัยจัดเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อของ SME เป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่ ธปท. ให้ความสำคัญ

ในสัมภาษณ์ คุณวิทัยอธิบายสาเหตุจากสองฝั่ง ฝั่ง SME ส่วนใหญ่เริ่มธุรกิจด้วยเงินสดของตัวเอง พอถึงเวลาต้องลงทุนขยายกิจการก็ไม่มีช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินของธนาคาร เพราะต่างฝ่ายขาดข้อมูลของกันและกัน

ฝั่งธนาคาร คุณวิทัยระบุว่าตัวเลขหนี้เสีย (NPL) ของสินเชื่อ SME ในระบบอยู่ที่ 9.5% ทำให้ธนาคารไม่ต้องการปล่อยกู้ SME เพราะความเสี่ยงสูง หรือปล่อยกู้แต่คิดอัตราดอกเบี้ยสูง ทั้งที่ยังมี SME ที่ดีอีกมากซึ่งธนาคารปล่อยกู้ได้

ช่องว่างนี้คือสิ่งที่ SME Credit Portal ตั้งใจแก้ คุณวิทัยเรียกปัญหานี้ว่า Asymmetric Information หรือข้อมูลที่ไม่เท่ากันระหว่างผู้กู้กับผู้ปล่อยกู้ ผลคือลูกหนี้ดีหาแบงก์ไม่เจอ และแบงก์ก็หาลูกหนี้ดีไม่เจอ คุณวิทัยกล่าวว่า "ต้องแก้ไขเรื่อง Asymmetric Information เพื่อให้มีศูนย์กลางข้อมูลที่หากันเจอ" โดยต้องการให้ SME เข้าถึงสินเชื่อได้ในราคาที่เป็นธรรม และลดค่าธรรมเนียมที่เป็นต้นทุนในการเข้าถึงสินเชื่อลงด้วย

SME Credit Portal จับคู่แบบสองระดับ

SME ที่ไม่รู้ว่าควรเริ่มติดต่อสถาบันการเงินแห่งไหน จะมีเว็บไซต์กลางของ ธปท. เป็นจุดเริ่มต้น โดย ธปท. ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพให้สองฝ่ายพบกันได้ง่ายขึ้น

คุณวิทัยอธิบายว่า SME เข้าไปกรอกข้อมูลเบื้องต้นในเว็บไซต์ เช่น ประเภทธุรกิจ ที่ตั้งสถานประกอบการ และงบการเงินเบื้องต้น ธนาคารจะมี Password เข้ามาดูข้อมูลที่ SME กรอกไว้ ซึ่งเป็นข้อมูลระดับที่ 1 ถ้าธนาคารเห็นแล้วสนใจ ก็จะเข้าสู่ระดับที่ 2 ที่ SME ใส่ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้ธนาคารนำไปวิเคราะห์และพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ

เมื่อธนาคารสนใจ สามารถแจ้งมาที่ ธปท. เพื่อให้ติดต่อกับ SME รายนั้น หรือธนาคารจะติดต่อไปที่ SME โดยตรงเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมก็ได้

คุณวิทัยบอกว่า "แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า SME 10 รายที่มากรอกข้อมูลไว้จะมีแบงก์สนใจทั้งหมด อาจจะมีแค่ 3-4 รายที่ได้รับการติดต่อกลับ" ผู้ประกอบการเลือกได้ว่าจะคุยกับแบงก์ไหนต่อ และเลือกใช้โปรแกรมสินเชื่อของ ธปท. อย่าง Credit Boost หรือ SME Secure Plus หรือโปรแกรมของธนาคารเองก็ได้ เมื่อตกลงกันแล้วให้รายงานสถานะมาที่ ธปท. เพื่อเก็บเป็นข้อมูล

Nation Thailand รายงานเมื่อวันที่ 18 กันยายนว่า ตามแผนของ ธปท. ผู้ให้กู้ที่เชื่อมกับ Portal ครอบคลุมธนาคารพาณิชย์ virtual bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (non-bank) และ SME ที่ต้องการรีไฟแนนซ์ส่งคำขอตรงไปยังผู้ให้กู้ได้สูงสุด 5 ราย

Portal รองรับทั้งสินเชื่อใหม่ และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับสินเชื่อใหม่ SME รายย่อยขอเงินทุนไปปรับปรุงกิจการหรือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่วนรีไฟแนนซ์ช่วย SME ที่มีหลักประกันติดอยู่กับธนาคารเดิมจนกู้เพิ่มไม่ได้ ให้ย้ายไปธนาคารใหม่เพื่อขอวงเงินเพิ่มหรือเสริมสภาพคล่อง ขั้นถัดไป Portal จะขยายไปถึง Supply Chain Financing ให้ SME นำ Invoice มายื่นขอกู้ได้

กลไกค้ำประกันใหม่และ Data Bureau

ในงาน TNN16 คุณวิทัยระบุว่า ธปท. จะเดินหน้า 3 เรื่องภายในปีนี้ คือ SME Credit Portal กลไกค้ำประกันรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช้เงินสนับสนุนจากรัฐ และ Data Bureau ที่ทำร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อใช้ข้อมูลช่วยประเมินสินเชื่อของพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายเล็กที่หาข้อมูลยาก

ข่าว ธปท. เมื่อวันที่ 9 กันยายน ระบุว่ากลไกค้ำประกันรูปแบบใหม่ ทดลองมา 6 เดือน ปล่อยสินเชื่อได้กว่า 70,000 ล้านบาท

กลไกนี้จะทำคู่ขนานไปกับกลไกของ บสย. (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) และ ธปท. คาดว่าสินเชื่อรวมกันจะถึง 200,000 ล้านบาท โดยจะเสนอกระทรวงการคลังในอีก 3-4 เดือนข้างหน้านับจากวันที่ 9 กันยายน

ธปท. ปรับการกำกับสินเชื่อรายย่อยของ non-bank

ในสัมภาษณ์เดือนสิงหาคม คุณวิทัยพูดถึงช่องทางที่คนไทยกู้เงินรายย่อยซึ่งเปลี่ยนไปมาก โดยบอกว่า "กลุ่ม non-bank มีบัญชีลูกค้ารวมประมาณ 50 ล้านบัญชี ขณะที่บัญชีสินเชื่อรายย่อยของธนาคารพาณิชย์และธนาคารรัฐ มีประมาณ 25 ล้านบัญชี" ผู้ให้บริการกลุ่มนี้ครอบคลุมสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน บัตรเครดิต นาโนไฟแนนซ์ และช่องทางการชำระเงินต่าง ๆ

ธปท. จึงอยู่ระหว่างปรับรูปแบบการกำกับดูแลสินเชื่อรายย่อย โดยให้ความสำคัญกับ non-bank มากขึ้น ทั้งปรับโครงสร้างภายใน จัดสรรทรัพยากร และอาจพิจารณาปรับกฎหมายบางส่วน เป้าหมายคือให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมและอัตราดอกเบี้ยที่สอดคล้องกับความเสี่ยงจริง ในสัมภาษณ์ คุณวิทัยยังพูดถึงการปรับมาตรฐานค่าธรรมเนียม 19 รายการว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มความเป็นธรรมให้ลูกค้ารายย่อยที่มีอำนาจต่อรองจำกัด

Portal จะเริ่มเห็นผลเมื่อไร

คุณวิทัยคาดว่า Portal จะเริ่มเปิดใช้ได้ภายในสิ้นปี 2569 และข่าว ธปท. เมื่อ 9 กันยายนระบุว่าคาดว่าจะเปิดภายในเดือนธันวาคม สำหรับผลการใช้งาน คุณวิทัยกล่าวว่า "น่าจะเริ่มเห็นผลหรือตัวเลขการใช้งานที่ชัดเจนในปีหน้า"

แหล่งที่มา

อ้างอิง : 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

BDMS ลงทุนเพิ่มใน GNPT 170 ล้านบาท ถือหุ้นเพิ่มจาก 19.9% เป็น 55% GNPT ขึ้นเป็นบริษัทย่อย

BDMS แจ้ง ตลท. ว่า RBH บริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน GNPT 170 ล้านบาท สัดส่วนถือหุ้นจะเพิ่มจาก 19.9% เป็น 55% และ GNPT จะเป็นบริษัทย่อย...

Responsive image

บีโอไอไฟเขียว โตโยต้า ลงทุนเพิ่ม 1,490 ล้านบาท ขึ้นไลน์ผลิต รถปิกอัพไฮโดรเจน รายแรกในไทย

บีโอไออนุมัติส่งเสริมโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ลงทุน 1,490 ล้านบาท ผลิตรถปิกอัพไฮโดรเจน FCEV รุ่น New Hilux ที่บ้านโพธิ์ กำลังผลิต 3,000 คันต่อปี คาดเริ่มธันวาคม 2570...

Responsive image

สรุป 5 แนวคิด Bangkok Dialogue Notes จากเวที IMF-World Bank ที่ไทยอยากส่งต่อให้โลก

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เผยแพร่ Bangkok Dialogue Notes สรุปข้อคิดจากการประชุม IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ 5 แนวคิด พร้อมวางบทบาทไทยเป็น Trusted Connector ผู้เชื่อมโยงที่โลกไ...