
หนึ่งในข้อจำกัดใหญ่ที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้ามาโดยตลอดคือเรื่องของเวลาในการชาร์จ แต่ดูเหมือนว่าอุปสรรคนี้กำลังจะถูกทลายลงอย่างจริงจัง เมื่อ BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีนได้เดินหน้าทดสอบโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จระดับ Megawatt ในเมือง Shenzhen อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอาจเปลี่ยนนิยามของการเติมพลังงานให้ใกล้เคียงกับการแวะปั๊มน้ำมันมากกว่าที่เคยเป็นมา
ระบบที่ BYD กำลังทดสอบอยู่นี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "Flash Charging" โดยสถานีต้นแบบที่ตั้งอยู่ใน Shenzhen สามารถจ่ายกำลังไฟได้สูงสุดถึง 1,500 กิโลวัตต์ ต่อพอร์ตการชาร์จ ซึ่งตัวเลขนี้มากกว่า 3 เท่าของสถานีชาร์จเร็วระดับ Ultra-Rapid ที่ดีที่สุดที่มีให้บริการในอเมริกาเหนือและยุโรปในปัจจุบัน
ผลที่ได้จากพลังงานขนาดนี้คือความสามารถในการเพิ่มระยะวิ่งให้รถยนต์ที่รองรับได้ถึง 249 ไมล์ หรือราว 400 กิโลเมตร ในเวลาเพียง 5 นาที เทียบได้กับเวลาที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการเติมน้ำมันเต็มถัง สิ่งนี้อาจเป็นก้าวกระโดดสำคัญที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่เป็นไปได้จริงสำหรับผู้ใช้กลุ่มกว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังกังวลเรื่องระยะเวลาในการชาร์จ

จากภาพที่ Car News China เผยแพร่ สถานีทดสอบแห่งนี้ใช้ หัวชาร์จแบบ Liquid-Cooled ที่ช่วยระบายความร้อนในระหว่างการจ่ายกระแสไฟสูง พร้อมกับโครงยึดแบบ T-Shape ที่ออกแบบมาให้รถยนต์หลายคันเข้าจอดและชาร์จพร้อมกันได้ในคราวเดียว โดยไม่จำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้นาน
รูปแบบของสถานีนี้ดูคล้ายปั๊มน้ำมันทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ BYD ที่ต้องการลดความแตกต่างระหว่างการเติมน้ำมัน และการชาร์จไฟให้เหลือน้อยที่สุด นอกจากนี้ระบบยังออกแบบมาให้เริ่มชาร์จได้ภายใน 10 วินาที หลังเสียบปลั๊ก โดยไม่ต้องสแกน QR Code ให้ยุ่งยาก
สถานี Flash Charging นี้เปิดให้บริการแก่รถ BYD ในประเทศที่ติดสัญลักษณ์ "Flash Charge" ทุกรุ่น ซึ่งครอบคลุมหลายโมเดลในไลน์อัพรุ่นใหม่ รวมถึงรถภายใต้แบรนด์หรู Denza ที่เป็นแบรนด์ในเครือของ BYD ด้วย การชำระเงินทำได้ผ่านหน้าจอ Infotainment ในตัวรถ หรือผ่านแอปพลิเคชัน Android ที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับระบบนี้โดยตรง ซึ่งทำให้ขั้นตอนทั้งหมดสะดวกและรวดเร็วมากขึ้นอีกขั้น
นอกจากความเร็วในการชาร์จแล้ว อีกจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเรื่องของ ราคา ที่สถานีทดสอบแสดงอยู่ที่เพียง 1.3 หยวนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือราว 6 บาท ซึ่งเมื่อคำนวณต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จะอยู่ที่ประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 500 บาทต่อครั้ง เท่านั้น
ตัวเลขนี้ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับราคาชาร์จเร็วในประเทศตะวันตก เช่น ในสหราชอาณาจักรที่การชาร์จเร็วสำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 70 ปอนด์ต่อครั้ง ทำให้ Flash Charging ของ BYD ดูน่าสนใจทั้งในแง่ความเร็วและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ในแง่ของแผนระยะยาว รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า BYD ตั้งเป้าขยายสถานี Flash Charging ในรูปแบบที่บริหารเองโดยตรงมากกว่า 4,000 สถานี ทั่วประเทศจีน และหากรวมเครือข่ายพาร์ตเนอร์อย่าง XiaoJu Charging และผู้ให้บริการรายอื่น ตัวเลขรวมอาจขยายออกไปได้ถึง 15,000 สถานี ในอนาคต แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการก็ตาม
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน Tesla ก็เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จของตนเองเช่นกัน โดยประกาศเพิ่มสถานี "Megacharger" อีก 64 แห่งใน 15 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา โดย Texas นำด้วย 19 สถานี ตามมาด้วย California อีก 17 สถานี สถานีเหล่านี้ออกแบบมาสำหรับรถบรรทุกไฟฟ้า Tesla Semi โดยเฉพาะ สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 1.2 เมกะวัตต์ และชาร์จรถบรรทุกให้ถึง 60% ในเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งเป้าหมายหลักคือการสร้างเส้นทางชาร์จที่เชื่อมต่อได้จากฝั่งตะวันออกไปจนถึงฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงรถ EV สำหรับผู้บริโภคทั่วไป Tesla ยังคงตามหลัง BYD อยู่มาก เนื่องจาก V4 Supercharger ล่าสุดของ Tesla รองรับได้เพียง 500 กิโลวัตต์ ในขณะที่ Flash Charging ของ BYD อยู่ที่ 1,500 กิโลวัตต์ ซึ่งเร็วกว่าถึง 3 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น ในไลน์อัพรถของ Tesla ปัจจุบัน มีเพียง Cybertruck เท่านั้นที่สามารถชาร์จได้ใกล้เคียงระดับ 500 กิโลวัตต์ ทว่า Cybertruck กลับกำลังเผชิญกับยอดขายที่ซบเซาอยู่ในขณะนี้
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ BYD ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยีชาร์จไฟให้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่าบริษัทจากจีนกำลังนำหน้าในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม EV ระดับโลก ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพแบตเตอรี่ ความเร็วในการชาร์จ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม หากระบบนี้ถูกนำมาใช้งานจริงในวงกว้าง ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ข้อโต้แย้งเรื่อง "ชาร์จนาน" ของรถ EV กลายเป็นเรื่องของอดีตไปอย่างถาวร
ที่มา: Tech Radar, Car News China
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด