
สมรภูมิเทคโนโลยีที่ดุเดือดที่สุดในศตวรรษที่ 21 ไม่มีอาวุธนี้ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า ‘ชิป AI’ อีกแล้ว ล่าสุดมีรายงาน Exclusive จาก Reuters ระบุว่า ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok กำลังเดินหมากตาสำคัญด้วยการซุ่มพัฒนาชิป AI ของตัวเองภายใต้ชื่อโปรเจกต์ ‘SeedChip’ และกำลังเปิดโต๊ะเจรจากับ Samsung Electronics เพื่อเป็นฐานการผลิต หวังลดการพึ่งพา Nvidia และฝ่าวงล้อมสงครามการค้า
แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า การเจรจาระหว่าง ByteDance และ Samsung ไม่ใช่แค่เรื่องของการจ้างผลิตทั่วไป แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ ‘การเข้าถึงชิปหน่วยความจำ’ ซึ่งในขณะนี้เปรียบเสมือนทองคำหายากในยุคที่ทั่วโลกต่างเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI
หากดีลนี้สำเร็จ ByteDance คาดว่าจะได้รับชิปตัวอย่าง (Sample Chips) ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2026 นี้ โดยตั้งเป้าการผลิตในปีนี้ไว้อย่างน้อย 100,000 หน่วย และอาจขยายเพดานไปถึง 350,000 หน่วย ชิปเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นภารกิจ Inference หรือการประมวลผลผลลัพธ์จากโมเดล AI ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรันระบบอัลกอริทึมแนะนำคอนเทนต์ของ TikTok และบริการอื่นๆ
ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนมหาศาล แหล่งข่าวระบุว่าในปี 2026 นี้ ByteDance เตรียมงบประมาณไว้สูงถึง 160,000 ล้านหยวน (ประมาณ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อทุ่มให้กับ AI โดยเฉพาะ
แม้ว่าเงินกว่าครึ่งจะยังคงต้องจ่ายให้กับ Nvidia เพื่อซื้อชิปรุ่น H200 มาพยุงระบบ แต่ส่วนที่เหลือคือการเดิมพันกับการสร้างบ้านของตัวเองผ่านโปรเจกต์ SeedChip ซึ่งบริษัทหวังว่าจะเข้ามาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความเสถียรให้กับระบบในระยะยาว
แม้โฆษกของ ByteDance จะออกมาเบรกข่าวนี้โดยระบุว่าข้อมูลเรื่องการทำชิปเองนั้นไม่ถูกต้อง แต่ในวงการเทคโนโลยี การปฏิเสธลักษณะนี้มักเกิดขึ้นเมื่อโปรเจกต์ยังเป็นความลับขั้นสุดยอด หรือรายละเอียดบางอย่างยังไม่นิ่ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าแรงขับเคลื่อนสำคัญของเรื่องนี้คือ ‘ความมั่นคง’ การที่สหรัฐฯ ออกมาตรการกีดกันการส่งออกชิปขั้นสูงไปยังจีน ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกรอย่าง Alibaba (ชิป Zhenwu) และ Baidu (ชิป Kunlunxin) ต้องเร่งสร้างทางรอดของตัวเอง และ ByteDance ก็ไม่อาจตกขบวนนี้ได้
Zhao Qi ผู้บริหารระดับสูงของ ByteDance ยอมรับกับพนักงานอย่างตรงไปตรงมาว่า โมเดล AI ของบริษัทอย่าง ‘Doubao’ ยังคงตามหลังผู้นำโลกอย่าง OpenAI แต่การลงทุนครั้งนี้คือคำมั่นสัญญาว่าบริษัทจะไม่ยอมแพ้
การมีชิปเป็นของตัวเอง จะช่วยให้ ByteDance ปรับแต่งฮาร์ดแวร์ให้เข้ากับซอฟต์แวร์ของตนเองได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านวิดีโอสั้น อีคอมเมิร์ซ และบริการคลาวด์ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดเงิน แต่คือการกุมชะตาชีวิตทางเทคโนโลยีของตนเองไว้ในกำมือ ไม่ให้ขึ้นอยู่กับลมปากของซัพพลายเออร์หรือนโยบายระหว่างประเทศอีกต่อไป
ที่มา: Reuters
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด