ถอดวิสัยทัศน์ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ยุคที่ธุรกิจต้องการ 'Social License to Operate' และ 'เงินทุน' ไม่ได้ไหลเข้าบริษัทที่มุ่งแต่จะทำกำไรสูงสุด

สรุปวิสัยทัศน์สำคัญที่ คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวบนเวทีสัมมนา 'Capital with Porpose 2026 : Unlocking ESG Value through Green Finance' ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ทำไมความยั่งยืน (Sustainability) จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำ PR หรือทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็น 'ทางรอด' และกลไกสำคัญในการได้มาซึ่ง 'ใบอนุญาตทางสังคม (Social License to Operate)' ที่เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

จาก Shareholder Capitalism สู่ยุค Stakeholder Capitalism

พูดถึง 'ความสำเร็จทางธุรกิจ' คนฟังอาจนึกถึงทฤษฎีการแข่งขันอย่าง 'Five Forces Model' ของ Michael Porter หรือการสร้างกำไรสูงสุด (Maximum Profit) เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น แต่ในโลกปัจจุบัน คุณวิทัยบอกว่า บริบทของการทำธุรกิจและการลงทุนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 

โดยคุณวิทัยชี้ให้เห็นว่า โลกยุคใหม่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับบริษัทที่ทำ 'กำไรสูงสุด' ในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ธุรกิจต้องสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value - CSV) ซึ่งต้องมี 'กำไรที่เหมาะสม' ผสานความใส่ใจต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) เข้าไปในเนื้อแท้ของการทำธุรกิจ บริษัทจึงจะเติบโตและยืนระยะได้ ต่อด้วยการย้ำว่า ความยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องของต้นทุน แต่คือ 'การลงทุน' เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว 

กระแสเงินทุนในปัจจุบันจึงเป็น Capital with Purpose คือ เงินทุนจะไม่ไหลไปหาธุรกิจที่ได้กำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว แต่จะไหลไปสู่ธุรกิจที่ตอบสนองด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU CBAM) ซึ่งกำหนดให้ผู้ส่งออกต้องเสียภาษีหากกระบวนการผลิตมีการปล่อยคาร์บอนสูง ซึ่งมีการประเมินว่า หากไม่มีมาตรการมารองรับเรื่องนี้ สินค้าไทยในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอาจสูญเสียโอกาสในการส่งออกถึง 24% 

เรื่องนี้จึงสะท้อนว่า มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็น 'ใบอนุญาตทางสังคม (Social License to Operate)' ที่ชี้ชะตาว่า คุณจะสามารถทำธุรกิจในตลาดโลกได้หรือไม่

กลไกสนับสนุน Green Finance และการเปิดตัว Green Stablecoin

เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน แบงก์ชาตินำ Thailand Taxonomy มาใช้เป็นกรอบจัดสรรเงินลงทุน เพื่อให้สินเชื่อไหลไปสู่ธุรกิจที่ส่งเสริมความยั่งยืน โดยที่ผ่านมามีการปล่อยสินเชื่อเพื่อการปรับตัว (Financing Transition) ไปแล้วกว่า 160,000 ล้านบาท รวมถึงสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือ SME และกลุ่มธุรกิจโรงแรมอีกราว 35,000 ล้านบาท

อีกเรื่องที่น่าจับตาในมิติของนวัตกรรมทางการเงิน ธปท. เตรียมเปิดให้สถาบันการเงินสามารถทำธุรกิจเกี่ยวกับ Green Stablecoin ในอนาคตอันใกล้ โดยจะประกาศนโยบายเกี่ยวกับ 'Thai Stablecoin' ซึ่งมีแนวทางที่จะอนุญาตให้สถาบันการเงินสามารถเข้ามาประกอบธุรกิจหรือทำธุรกรรมบางส่วนแบบค่อยเป็นค่อยไป

สำหรับความเชื่อมโยงในด้านการสนับสนุนสิ่งแวดล้อมนั้น คุณวิทัยกล่าวว่า "ส่วนหนึ่งของธุรกิจที่เราจะเปิดให้สถาบันการเงินทำได้ก็คือ GE ที่เกี่ยวกับเรื่องคาร์บอน" 

หมายความว่า ธปท. จะเปิดโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินทำธุรกิจเกี่ยวกับ 'Green Stablecoin' เพื่อรองรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ 'คาร์บอน' ได้ ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนระบบนิเวศการเงินสีเขียวในอนาคตของ ธปท.

ปฏิรูปโครงสร้าง กวาดล้าง 'เศรษฐกิจสีเทา'

คุณวิทัยเน้นย้ำว่า ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยลดลงเหลือเพียง 2.7% ซึ่งการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ทั้งยังชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีคนวิเคราะห์ปัญหามากมาย แต่ขาด 'การลงมือทำจริง' ธปท. จึงเดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการจัดการ เศรษฐกิจสีเทา หรือ เศรษฐกิจใต้ดิน (Grey Economy) ร่วมกับการลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ว่าจะเป็น

  • การคุมเข้มการทำธุรกรรมทองคำแท่งที่ผิดปกติ เพื่ออุดช่องโหว่เรื่องการฟอกเงิน
  • การจำกัดการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดปริมาณธุรกรรมเงินสดรายใหญ่ลงได้ 35%
  • การปราบปรามบัญชีม้าที่ใช้รับเงินโอนผิดกฎหมาย

"แม้มาตรการเหล่านี้จะไม่ได้ทำให้ปัญหาคอร์รัปชันหมด 100% แต่เป็นการสร้างรากฐานที่ดีขึ้น และทำให้การทำธุรกิจสีเทายากลำบากขึ้นในระยะยาว" คุณวิทัยกล่าวในตอนท้ายและยังย้ำด้วยว่า 

ความยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการประกาศเป้าหมาย Net Zero ไม่ได้เกิดจากการเซ็น MOU และไม่ได้เกิดจากการทำ PR แต่จะเกิดขึ้นได้ จากการลงมือทำ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ครม. เห็นชอบหลักการ Startup Act ปลดล็อกข้อจำกัดระดมทุนสตาร์ตอัปไทย อนุญาตให้บริษัทจำกัดถือหุ้นตนเองได้

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัปหรือ Startup Act เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 เปิดทางให้ปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนและการบริหารหุ้นให...

Responsive image

iFLYTEK ยกระดับองค์กรไทย! เปิดตัวโซลูชัน AI โลคัลไลซ์ในงาน Techsauce Global Summit 2026

สรุปนวัตกรรม AI จากบูธ iFLYTEK ในงาน Techsauce Global Summit 2026 ครบทั้ง 7 โซลูชัน ตั้งแต่จอแปลภาษา, Stars MaaS, Astron Agent, Enterprise AI Agents, GuideX, WallEX ไปจนถึง All-in-...

Responsive image

ญี่ปุ่นยื่นลงทุนไทย 1.13 แสนล้านบาท 302 โครงการโตขึ้นเท่าตัว BOI ชี้ค่ายรถ-อิเล็กทรอนิกส์เลือกปักหลักไทย ดันไทยสู่ฮับฮาร์ดแวร์อนาคตแห่งอาเซียน

บีโอไอเผยปี 2568 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอส่งเสริมการลงทุนในไทย 302 โครงการ มูลค่ากว่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว พร้อมเจาะโครงการใหญ่ของอีซูซุ มาสด้า มิตซูบิชิ ฮอนด้า มูราตะ...