บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้นำการให้บริการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมระดับโลก ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” ร่วมลงนามในสัญญาเช่าระยะยาว 15 ปี กับ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“เซ็นทรัล รีเทล” หรือ “Central Retail”) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกไทย เพื่อพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า Omnichannel ขนาดพื้นที่กว่า 75,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ภายในโครงการเฟรเซอร์สพร็อพเพอร์ตี้โลจิสติกส์เซ็นเตอร์ (บางพลี) พร้อมยกระดับสู่การเป็น “โลจิสติกส์แคมปัสระดับเวิลด์คลาส” (World-Class Logistics Campus) แห่งแรกของไทย

คุณโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเซ็นทรัล รีเทล เพื่อพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า Omnichannel แห่งนี้ ซึ่งถือเป็นโครงการระดับแฟล็กชิพที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของ FPT ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม ผ่านการดำเนินงานที่ยึดความต้องการของลูกค้าและคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric and Human Centric) จึงได้รับความเชื่อมั่นจากพันธมิตรชั้นนำในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของ FPT ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาโรงงานและคลังสินค้า แต่เป็นผู้มอบประสบการณ์อันทรงคุณค่าให้แก่ลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอีกด้วย”

เฟรเซอร์ส เชื่อมั่นว่าความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการพัฒนาอาคารแบบ Build-to-Suit คุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากลที่มีมาอย่างยาวนานของ FPT จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเสริมความแข็งแกร่งให้กับเซ็นทรัล รีเทล ทั้งในเรื่องทำเลที่ตั้งที่เป็นทำเลยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ในการยกระดับโครงการแห่งนี้สู่การเป็น “โลจิสติกส์แคมปัสระดับเวิลด์คลาส” ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินงานและควบคุมต้นทุนด้านโลจิสติกส์ การวางระบบจัดการภายในอาคารที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ พร้อมส่งมอบอาคารอนุรักษ์พลังงาน ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เต็มพื้นที่หลังคาโครงการ และอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว หรือ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design by U.S. Green Building Council) ตลอดจนการออกแบบอาคารให้มีความยืดหยุนต่อการใช้งานพร้อมรองรับการเติบโตทางธุรกิจของลูกค้า พร้อมด้วยโซนจัดเก็บสินค้าที่มีความสูงมากกว่า 25 เมตร พร้อมความสามารถในการรับน้ำหนักได้มากถึง 10 ตันต่อตารางเมตร เพื่อรองรับการติดตั้งระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (Automated Storage and Retrieval Systems หรือ ASRS) รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ ในอนาคต ได้ตามความต้องการของลูกค้า

ดร. ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “เซ็นทรัล รีเทล ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกไทย ที่มุ่งขับเคลื่อนองค์กรเพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่าและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยศูนย์กระจายสินค้า Omnichannel แห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญในการส่งมอบบริการที่สร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของการซื้อขายผ่านช่องทาง Omnichannel ในทุกกลุ่มธุรกิจค้าปลีกของเซ็นทรัล รีเทล”

ปัจจุบัน Omnichannel ของ Central กำลังเติบโตขึ้นมากทั้งกลุ่มสินค้าแฟชั่น ฮาร์ดไลน์ และอาหาร จึงมองเห็นโอกาสวางแผนระยะยาวด้วยการพัฒนา E-Logistic สอดรับกับทิศทางการดำเนินธุรกิจเพื่อก้าวขึ้นเป็น ผู้นำค้าปลีกที่เป็น Omnichannel เต็มรูปแบบ

ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่เปิดตัวนี้จะรองรับสินค้าหลากหลายประเภทจากแบรนด์ภายในเครือเซนทรัล รีเทล รองรับการกระจายสินค้าทั้งบนหน้าร้านและออนไลน์ โดยเซนทรัลมีเป้าหมายยกระดับในด้าน E-Commerce อย่างเป็นรูปธรรมด้วยการตั้งเป้าสูงสุดที่การส่งสินค้าหลังจากสั่งซื้อภายในวันเดียวกัน

เซ็นทรัล รีเทล ตั้งเป้าหมายให้โลจิสติกส์แคมปัสระดับเวิลด์คลาสแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางในการเก็บและกระจายสินค้าของบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ทั่วประเทศ อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท ร้านค้าในกลุ่มเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (ซีเอ็มจี) และรวมไปถึงเพาเวอร์บาย

RELATED ARTICLE

Responsive image
Responsive image

8 ภาพยนตร์และสารคดีจาก Netflix ที่นักลงทุนทุกคนควรดู

8 ภาพยนตร์และสารคดีจาก Netflix ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ เป็นเครื่องเตือนใจ และให้ความผ่อนคลายกับผู้ประกอบการหลาย ๆ คนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจนี้...

Responsive image

10 อันดับมหาเศรษฐีไทยปี 2020

Forbes ได้เผย 50 อันดับอภิมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 202 โดยพี่น้องเจียรวนนท์ยังครองอันดับ 1 เช่นเดิม โดยหลังจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินของ 50 มหาเศรษฐีมีมูลค่าอยู่ที่ 1.32 แสนล้านเหรียญ (4...