จีนสกัด ‘ยูเรเนียม’ จากน้ำทะเลสำเร็จ ช่วยแก้โจทย์เชื้อเพลิงขาดแคลนถาวร พร้อมปูทางสู่ Unlimited Energy ภายใน 30 ปี

พลังงานนิวเคลียร์กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งในฐานะแหล่งพลังงานฐานที่สำคัญ แต่คำถามคลาสสิกคือ ‘เชื้อเพลิงจะพอใช้ไปอีกนานแค่ไหน?’ ล่าสุด จีนได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศความสำเร็จในการสกัด ‘ยูเรเนียม’ จากน้ำทะเลได้ในระดับกิโลกรัม ภายใต้สภาพแวดล้อมจริงกลางทะเลจีนใต้ นี่ไม่ใช่แค่งานวิจัยในห้องแล็บ แต่เป็นการทดสอบภาคสนามที่อาจเปลี่ยนสมการพลังงานโลกไปตลอดกาล

ก้าวข้ามจากห้องแล็บสู่ทะเลจริง

รายงานจาก IT Home ระบุว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันนิวเคลียร์ของจีนประสบความสำเร็จในการสกัดยูเรเนียมน้ำหนักรวม 1,000 กรัม (1 กิโลกรัม) จากน้ำทะเลได้สำเร็จ การทดสอบนี้ดำเนินการบนแพลตฟอร์มนอกชายฝั่งในทะเลจีนใต้ ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายทางธรรมชาติของจริง ทั้งกระแสน้ำ การกัดกร่อนของเกลือ และปัญหาโลกแตกอย่าง Biofouling หรือการที่มีสิ่งมีชีวิตในทะเลมาเกาะติดอุปกรณ์

นี่ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่สำคัญ เพราะการทดลองส่วนใหญ่ในอดีตมักหยุดอยู่แค่ระดับกรัม หรือทำในสภาวะจำลองที่ไม่โหดร้ายเท่าทะเลจริง การได้มาซึ่ง 1 กิโลกรัมนี้จึงเป็น ‘Proof of Concept’ ที่จับต้องได้ว่าเทคโนโลยีนี้ทำงานได้จริงนอกห้องปฏิบัติการ

ทำไมต้องเอายูเรเนียมจากน้ำทะเล?

แม้บนบกจะมีเหมืองยูเรเนียมอยู่หลายแห่ง แต่ปริมาณสำรองนั้นมีจำกัดและกระจายตัวอยู่ในไม่กี่ประเทศ ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ข้อมูลระบุว่ายูเรเนียมบนบกที่คุ้มค่าต่อการขุดเจาะมีอยู่เพียงไม่กี่ล้านตัน ซึ่งแม้จะเพียงพอสำหรับร้อยปีข้างหน้า แต่ก็ถือเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป (Finite Resource)

ในทางกลับกัน มหาสมุทรคือคลังสมบัติที่แท้จริง คาดการณ์ว่ามีแร่ยูเรเนียมละลายอยู่ในน้ำทะเลทั่วโลกสูงถึง 4.5 พันล้านตัน! แถมยังมีกระบวนการทางธรณีวิทยาที่เติมเต็มแร่ธาตุเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา ถ้ามนุษย์สามารถดึงมันออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะมีเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้ไปได้อีกเป็นพันๆ ปี หรือที่จีนเปรียบเปรยว่าเป็นเป้าหมายสู่ ‘Unlimited Battery Life’ ภายในปี 2050

ความท้าทายระดับ 0.003 PPM

ฟังดูดี แต่ทำไมเราถึงยังไม่ทำกันเป็นอุตสาหกรรม? คำตอบคือ ‘ความเจือจาง’ ความเข้มข้นของยูเรเนียมในน้ำทะเลนั้นต่ำมาก อยู่ที่ประมาณ 0.003 ส่วนในล้านส่วน (ppm) เท่านั้น การจะรวบรวมให้ได้ 1 กิโลกรัม ต้องผ่านกระบวนการจัดการกับน้ำทะเลปริมาณมหาศาล ต้องใช้วัสดุดูดซับที่มีความจำเพาะเจาะจงสูงมาก เพื่อจับแค่อะตอมของยูเรเนียมโดยไม่ไปจับแร่ธาตุอื่นๆ ที่มีอยู่เพียบในน้ำทะเล

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ‘คุ้มไหม?’

แม้จีนจะโชว์ศักยภาพด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมทางทะเล แต่สิ่งที่ขาดหายไปในรายงานชิ้นนี้คือ ‘ต้นทุน’ ไม่มีการเปิดเผยว่าต้องใช้พลังงานเท่าไหร่ในการสกัดยูเรเนียม 1 กิโลกรัมนี้ และค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการทำเหมืองบก (ซึ่งตอนนี้ราคาตลาดยังไม่สูงมาก) เป็นอย่างไร หากต้นทุนการสกัดแพงกว่าราคาตลาด 10 เท่า เทคโนโลยีนี้ก็ยังเป็นได้แค่แผนสำรองทางยุทธศาสตร์ มากกว่าจะเป็นโซลูชันทางธุรกิจ

การที่จีนตั้งเป้าหมาย ‘Unlimited Battery Life’ หรือความมั่นคงทางเชื้อเพลิงนิวเคลียร์สูงสุดภายในปี 2050 สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ต้องการลดการพึ่งพาการนำเข้าทรัพยากร แม้วันนี้การสกัดยูเรเนียมจากทะเลอาจยังดูเป็นเรื่องไกลตัวในเชิงพาณิชย์ แต่ความสำเร็จระดับ 1 กิโลกรัมนี้คือสัญญาณเตือนว่า เทคโนโลยีกำลังขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงไปอีกก้าว และหากจีนแก้โจทย์เรื่องต้นทุนได้เมื่อไหร่ แผนที่พลังงานโลกอาจจะต้องถูกเขียนใหม่ทันที

ที่มา: Tech Radar

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Mahidol x Harvard Hackathon 2026: จากเวทีแข่งขันสู่กลไกขับเคลื่อนประเทศไทยบนแผนที่นวัตกรรมสุขภาพโลก

Mahidol x Harvard Health Systems Innovation Lab Hackathon 2026 คือความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลกับ Harvard T.H. Chan School of Public Health นำโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหล...

Responsive image

ทำไมไทยต้องสร้าง AI ของตัวเอง? เจาะความร่วมมือ 'กระทรวง อว. x MIT Media Lab' ให้เด็กไทยเรียนรู้ได้ดีที่สุด เพื่อออกแบบอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

สรุปจากงานเสวนาหัวข้อ AI: The Invisible Architect of Future Industry เวทีแลกเปลี่ยนนโยบายและแนวทางการผลักดันอุตสาหกรรม AI โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่...

Responsive image

Quantum Battery ตัวแรกของโลก ชาร์จเต็มในเสี้ยวควอดริลเลียนวินาที ยิ่งแบตใหญ่ ยิ่งชาร์จเร็ว เก็บพลังงานนานกว่าตอนชาร์จ 1 ล้านเท่า

ทีม CSIRO ร่วมกับ University of Melbourne และ RMIT เปิดตัว Quantum Battery ตัวแรกของโลก ชาร์จด้วย Laser ในเวลาเพียง 1 Femtosecond แต่เก็บประจุได้นานกว่าเวลาชาร์จ 1 ล้านเท่า และยิ่ง...