KTB-AIS-OR เปิดตัว “CLICX” Virtual Bank รายแรกของไทย เจาะกลุ่มฟรีแลนซ์-อาชีพอิสระ คล่องตัว เข้าถึงง่าย และเข้าใจชีวิตจริง

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคของ “Virtual Bank” อย่างเต็มรูปแบบ หลัง CLICX หรือ “คลิกซ์” ประกาศเดินหน้าสู่การเป็นธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของประเทศ ภายใต้ความร่วมมือของ 3 องค์กรขนาดใหญ่ ได้แก่ KTB, AIS และ OR พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ “Bank in One CLICX” ที่ต้องการยกระดับ FinTech ไทย ผ่านแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตของคนไทยยุคใหม่

ตอบโจทย์ชีวิตการเงินที่เปลี่ยนไป

การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของระบบการเงินไทย ในวันที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คนจำนวนมากไม่ได้มีรายได้ประจำในรูปแบบเดิมอีกต่อไป ฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระ พ่อค้าออนไลน์ และผู้ประกอบการรายเล็ก กลายเป็นกลุ่มสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่หลายคนยังเข้าไม่ถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับตัวเอง เนื่องจากระบบธนาคารแบบดั้งเดิมยังอ้างอิงจากเอกสารรายได้ สลิปเงินเดือน หรือประวัติเครดิตในรูปแบบเดิมเป็นหลัก

CLICX มองว่า นี่คือช่องว่างสำคัญของระบบการเงินไทย และเป็นโอกาสในการออกแบบบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่เข้าใจ “ชีวิตจริง” ของผู้คนมากขึ้น

ขยายโอกาสทางการเงินให้คนไทย

นางสาวสุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป้าหมายของ CLICX คือการทำให้บริการทางการเงินเข้าถึงง่าย คล่องตัว และเท่าเทียมมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนที่ระบบการเงินเดิมอาจยังดูแลได้ไม่ครอบคลุม

“ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของระบบการเงิน ที่บริการทางการเงินควรเป็นมากกว่าการเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรม แต่ควรเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงโอกาสทางการเงินที่ดีขึ้นได้จริง” นางสาวสุพรกล่าว

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ปัจจุบันคนไทยกว่า 63% ยังอยู่ในกลุ่มที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้ไม่เต็มศักยภาพ ขณะที่กว่า 80% มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตไม่เกิน 6 เดือน หากเกิดเหตุไม่คาดคิดหรือรายได้หยุดชะงัก ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยจำนวนมากยังต้องการบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่น เข้าใจรูปแบบรายได้ที่หลากหลาย และสอดคล้องกับชีวิตยุคดิจิทัลมากขึ้น

ผสานจุดแข็ง KTB, AIS และ OR

ภายใต้ความร่วมมือของ KTB, AIS และ OR ทาง CLICX ระบุว่า การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นจากการผสานจุดแข็งของทั้ง 3 องค์กร ทั้งความเชี่ยวชาญด้านการเงิน เทคโนโลยีดิจิทัล และความเข้าใจไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค เพื่อสร้างแพลตฟอร์มทางการเงินที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของคนไทยมากกว่าเดิม

แนวคิดสำคัญของ CLICX คือการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาช่วยออกแบบบริการทางการเงินให้เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม โดยมองว่าศักยภาพทางการเงินของผู้คน ไม่ควรถูกตัดสินจากข้อมูลเครดิตแบบเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ควรสะท้อนจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและวินัยทางการเงินในชีวิตจริงด้วย

CLICX ระบุว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ “Bank in One CLICX” บริษัทต้องการทำให้เรื่องการเงินกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและจัดการได้ง่ายขึ้น ผ่านประสบการณ์การใช้งานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ตั้งแต่การออม การใช้จ่าย การบริหารเงิน การเข้าถึงสินเชื่อ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานแต่ละคน

เปิดฟีเจอร์ “เลขบัญชีเลือกได้”

อีกหนึ่งจุดที่ได้รับความสนใจ คือการเปิดตัวฟีเจอร์ “เลขบัญชีเลือกได้” ซึ่ง CLICX ระบุว่าเป็นครั้งแรกของวงการธนาคารไทย ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกหรือกำหนดเลขบัญชีของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเลขมงคล เลขเสริมการเงิน เลขตอง เลขมังกร เบอร์สวย หรือเลขที่ตรงกับเบอร์โทรศัพท์ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางการเงินที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานมากขึ้น

ฟีเจอร์ดังกล่าวเตรียมเปิดให้ใช้งานในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ ก่อนที่ CLICX จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายน 2569

มุ่งสู่แพลตฟอร์มการเงินเพื่อคนไทย

นอกจากการพัฒนาบริการทางการเงินรูปแบบใหม่แล้ว CLICX ยังย้ำถึงการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยระบุว่า ความโปร่งใสและความปลอดภัยของข้อมูลจะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของแพลตฟอร์ม

ทั้งนี้ CLICX มองว่า เป้าหมายระยะยาวของบริษัทไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็น Virtual Bank รายใหม่ของประเทศไทย แต่คือการสร้างแพลตฟอร์มทางการเงินที่ช่วยให้คนไทยมี Financial Well-being ที่ดีขึ้น เข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น และสามารถเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในอนาคต

CLICX เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมผลักดันแนวคิด “โดยคนไทย เพื่อคนไทย” สู่บทใหม่ของวงการการเงินดิจิทัลไทยอย่างเต็มรูปแบบ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

chatchawat duangvijit
chatchawat duangvijit
2 m. ago

ต้องโหลด application อะไรหรือเปล่าครับ

RELATED ARTICLE

Responsive image

บีโอไอเร่งปั้นไทยเป็นฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก รับเม็ดเงินลงทุนกว่า 8 หมื่นล้าน

บีโอไอเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ (Photonics) เทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุค AI ล่าสุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีโครงการขอรับการส่งเสริมแล้วถึง 79...

Responsive image

depa-IBM-กระทรวงดีอี รวมตัวดึงนักวิจัย มหาลัย ผู้พัฒนาเทค และหน่วยงานรัฐ สร้าง Quantum Ecosystem ให้ประเทศไทย

เมื่อคอมพิวเตอร์ทั่วไปถอดรหัสใช้ 4.7 พันล้านปี แต่ควอนตัมทำเสร็จใน 8 ชม. เจาะลึกบทบาท depa x IBM ดัน Thailand Quantum Readiness ปูทางสร้าง Ecosystem ในก่อนสายเกินแก้...

Responsive image

อว. เปิดแนวทาง Talent Mobility เปิดทางอาจารย์ นักวิจัย และบุคคลากร ย้ายข้ามมหาวิทยาลัยได้โดยสิทธิและความก้าวหน้าไม่สะดุด

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ออกประกาศแนวทางการเคลื่อนย้ายหรือการแลกเปลี่ยนบุคลากร พ.ศ. 2569 เปิดทางให้อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในสังกัดไปปฏิบัติงานช...