โค้กเตรียมใช้ Blockchain คุมความโปร่งใส การบังคับใช้แรงงานในโรงงานผลิตน้ำตาล

บริษัท Coca-Cola Co และ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ประกาศความร่วมมือ นำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้บันทึกข้อมูลและควบคุมด้านการใช้แรงงานทั่วโลก โดยถือเป็นโปรเจคใหญ่ครั้งแรกของหน่วยงานรัฐอเมริกาที่นำ Blockchain มาช่วยแก้ปัญหาสังคม

บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มหลายราย ต้องตกอยู่ภายใต้ความกดดัน และถูกจับตามองเรื่องการบังคับใช้แรงงาน โดยเฉพาะในประเทศที่มีโรงงานผลิตน้ำตาลจากอ้อย

KnowTheChain (KTC) หน่วยงานที่ก่อตั้งโดย Humanity United ในสหรัฐอเมริกา ได้เผยข้อมูลจากการศึกษาเมื่อปีที่แล้วว่า บริษัทอาหารและเครื่องดื่มชื่อดังทั้งหลายที่เรารู้จักกันดี ส่วนใหญ่ไม่สามารถแก้ปัญหาด้านแรงงานได้

โดยระบุว่า หนึ่งในบริษัทที่ถูกตรวจสอบจาก KTC อย่าง บริษัท Coca-Cola จะทดลองนำ Blockchain มาปฎิวัติระบบ Supply Chain ในโรงงานผลิตน้ำตาลใน 28 ประเทศของตน ตั้งแต่การควบคุมการใช้แรงงานเด็ก การใช้แรงงานบังคับ และความถูกต้องของสิทธิในที่ดิน ภายในปี 2020

โปรเจคนี้ได้รับความร่วมจาก Blockchain Trust Accelerator (BTA) องค์กรไม่แสวงผลกำไร ในการช่วยพัฒนาระบบ Blockchain เพื่อบันทึกสัญญาจ้างและข้อมูลของคนงาน ให้มีความโปร่งใสมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท Tech อย่าง The Bitfury Group ที่มาช่วยสร้างแพลตฟอร์ม Blockchain และ บริษัท Emercoin ที่มาช่วยให้บริการอีกด้วย

อ้างอิงภาพและเนื้อหา  Reuters

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

อ.เชน เปิด 8 ยุทธศาสตร์ อว. พลิกไทยสู่ประเทศรายได้สูง

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดฉากแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธาน...

Responsive image

Microsoft ประกาศลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ในไทย ยกระดับ Cloud และ AI สู่อนาคตเศรษฐกิจดิจิทัล

Microsoft ประกาศลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในประเทศไทย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และ AI ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI ในเอเชีย...

Responsive image

OpenAI เปิด ChatGPT Pro แพลน 100 ดอลลาร์ เติมช่องว่างราคาที่หายไป เพราะ Codex โตเร็วเกินคาด

OpenAI เปิดตัวแพ็กเกจ ChatGPT Pro ใหม่ราคา $100/เดือน อัปเกรดขีดจำกัดการเขียนโค้ด (Codex) เพิ่มขึ้น 5 เท่า...