@cosme store ร้านเครื่องสำอางชื่อดังจากญี่ปุ่น ประกาศปิดตัวในไทย 10 พ.ย. นี้

@cosme store ร้านเครื่องสำอางมัลติแบรนด์ชื่อดังจากญี่ปุ่นของบริษัท ไอสไตล์ จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศยุติการให้บริการถาวรสำหรับสาขาในประเทศไทยทั้งหมดภายในวันที่ 10 พ.ย. 64 รวมไปถึงช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ใน Facebook และแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่าง Lazada ในหมวด Lazmall ซึ่งจะปิดระบบรับออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 64 

@cosme store

โดยก่อนจะปิดให้บริการ @cosme store ได้จัดแคมเปญส่งเสริมการขาย “คอสเม่ สโตร์ ลดอำลา จัดไฮ่สูงสุด -90%” ตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. - 10 พ.ย. 64 เพื่อตอบแทนลูกค้าในไทยที่เข้ามาอุดหนุนสินค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สามารถติดตามรายละเอียดได้ใน Facebook Fanpage @cosme Thailand

เดิม @cosme store เป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ทำรีวิว และรวบรวมข้อมูลเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ซึ่งนอกจากจะทำรีวิวผลิตภัณฑ์เสริมความงามแล้ว ยังมีการจัดอันดับเครื่องสำอางและสกินแคร์ โดยอาศัยฐานข้อมูลผู้ใช้ขนาดใหญ่ Big Data เพื่อสร้างผลลัพธ์ให้มีความน่าเชื่อถือ และตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากที่สุด จากกลยุทธ์ดังกล่าว เว็บไซต์ @cosme store จึงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคสูงเป็นอันดับต้น ๆ  ต่อมาจึงได้ต่อยอดจากแพลตฟอร์มออนไลน์ สู่ร้านค้าในรูปแบบ Brick and Mortar Store ซึ่งกระจายไปทั่วญี่ปุ่นถึง 28 สาขา และมีสาขาในต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกงและไต้หวัน 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จีนประกาศวาระแห่งชาติ ชูธง Employment-First สร้างตำแหน่งงานใหม่ให้ประชาชน เป้าหมายคือ ลดการว่างงานยุค AI

เจาะลึกยุทธศาสตร์ Employment-First ของจีน พลิกวิกฤตคนว่างงานพุ่ง ด้วยการเปลี่ยนเทคโนโลยี AI ให้กลายเป็นผู้สร้างงานพร้อมดันเศรษฐกิจทางทะเลเป็นขุมทรัพย์ใหม่...

Responsive image

HBR เตือนองค์กรที่ใช้ AI แบบสุดทาง ระวัง 'งานสวยแต่ข้างในกลวง'

ช่วงนี้หลายบริษัทพยายามนำ AI เข้ามาช่วยทำงาน เพราะหวังว่าจะช่วยลดต้นทุนและทำให้งานเสร็จไวขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ได้สวยอย่างที่คิด...

Responsive image

นอร์เวย์สั่งแบน AI ในชั้นประถม หวั่นเด็กข้ามขั้นการเรียนรู้ หลังเด็กนอร์เวย์ 1 ใน 4 อ่านหนังสือไม่ผ่านเกณฑ์

รัฐบาลนอร์เวย์สั่งถอดปัญญาประดิษฐ์ออกจากชั้นประถมแทบทั้งหมด เริ่มเปิดเทอมสิงหาคม 2026 หลังพบเด็ก 1 ใน 4 อ่านหนังสือไม่ผ่านเกณฑ์ OECD และบทเรียนจากการแจก iPad ปี 2016 พร้อมแบ่งการใช...