“Dialogue is not a luxury. It is an urgent necessity.” การสนทนาไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่มันคือความจำเป็นเร่งด่วน

นี่คือประโยคเปิดหัวที่ทรงพลังที่สุดจาก World Economic Forum (WEF) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Davos 2026 ซึ่งกำลังจะเปิดฉากขึ้นในสัปดาห์หน้า (19-23 มกราคม) ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ปีนี้ไม่ใช่การประชุมธรรมดา แต่ถูกยกให้เป็น Most Consequential Annual Meeting หรือการประชุมที่ส่งผลกระทบต่อโลกมากที่สุดครั้งหนึ่ง ทำไมทั่วโลกถึงต้องจับตา ? และการประชุมในปีนี้เรากำลังจะได้รู้เกี่ยวกับอะไร ? บทความนี้ Techsauce สรุปมาให้ฟังแล้ว !
ไฮไลต์ที่สำคัญของวันนี้ คือ การประกาศยืนยันเข้าร่วมงานของ Donald J. Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะบินตรงมาขึ้นเวที Special Address ด้วยตัวเอง
การมาของ Trump ในปี 2026 มีนัยสำคัญมหาศาล เพราะโลกกำลังจับตาดูว่านโยบาย America First จะเขย่ากระดานเศรษฐกิจโลกอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ He Lifeng รองนายกรัฐมนตรีจีน และ Ursula von der Leyen หญิงเหล็กแห่งยุโรป (EU) บนเวทีเดียวกัน
นี่ไม่ใช่แค่การมาจับมือถ่ายรูป แต่คือการที่เราจะได้ฟังเรื่องของ Geoeconomics (ภูมิเศรษฐศาสตร์) ที่จะกำหนดทิศทางสงครามการค้าและ Supply Chain ของโลกในปีนี้
ในฝั่งเทคโนโลยี ปีนี้ Davos ขนทัพตัวตึงระดับโลกมาเพื่อย้ำว่า AI คือวาระแห่งชาติ ได้แก่
การที่สองยักษ์ใหญ่นี้มาเจอกันในงานประชุมผู้นำโลก สะท้อนว่า AI ได้ข้ามผ่านช่วง Hype มาสู่ช่วง Key Measures หรือตัวชี้วัดความสำเร็จทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้แล้ว
โลกกำลังจับตามองรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านนโยบายการเงิน นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก (Fed, ECB) จะไปทางไหนต่อ และนโยบายการคลังของรัฐบาลต่างๆ จะรับมือกับหนี้สาธารณะอย่างไร
สิ่งที่จะเกิดขึ้นในงาน: จะมีการพูดคุยเรื่อง Soft Landing vs Hard Landing ของเศรษฐกิจโลกปี 2026 รวมถึงความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อระลอกใหม่
มีการใช้คำว่า Geoeconomic แทน Geopolitics เพื่อเน้นย้ำว่า การเมืองระหว่างประเทศตอนนี้กระทบกระเป๋าเงินโดยตรง ทั้งเรื่องสงครามการค้า, การกีดกันทางเทคโนโลยี, และความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน
สิ่งที่จะเกิดขึ้นในงาน: การหารือเรื่องการย้ายฐานการผลิตและการสร้างพันธมิตรทางการค้าใหม่ ๆ
นี่คือไฮไลต์สูงสุด ผู้จัดงานระบุชัดเจนว่า AI คือ Key Measures to reach หรือตัวชี้วัดความสำเร็จของยุคสมัย ปีนี้จะเลิกคุยแค่ว่า AI คืออะไร แต่จะคุยว่าจะใช้อย่างไรให้เกิดผลจริง และจะกำกับดูแลอย่างไรสิ่งที่จะ
เกิดขึ้นในงาน: การนำเสนอ Use Case จริง, ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน, และจริยธรรม AI
ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ทั้งภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไว กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ปีนี้ Davos ทำลายสถิติเดิมด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่สะท้อนว่า โลกกำลังต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน
นี่คือเวทีเดียวที่เราจะได้เห็น ผู้นำระดับสูงกว่า 3,000 คน จาก 130 ประเทศ มารวมตัวกันในที่เดียว โดยมี ประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาลถึง 65 ท่าน (รวมผู้นำกลุ่ม G7 ถึง 6 ประเทศ) และกองทัพ CEO จากบริษัทชั้นนำกว่า 850 คน
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของงาน Davos 2026 แบบเกาะติด ตั้งแต่วันที่ 19-23 มกราคมนี้ ได้ที่ทุกช่องทางของ Techsauce
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด