ถอดรหัส Brand Love เมื่อ ‘ความจริงใจ’ คือกลยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุดในสมรภูมิธุรกิจความงาม

ถอดรหัส Brand Love เมื่อ ‘ความจริงใจ’ คือกลยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุด ในสมรภูมิธุรกิจความงาม

ในยุคที่ตลาดความงามถูกนิยามว่า "Hyper-competitive" ด้วยจำนวนแบรนด์ในไทยที่มากถึง 11,000 แบรนด์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกกระจาย การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รัก หรือ Brand Love จึงไม่ใช่แค่การตลาด แต่คือการอยู่รอด

คุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO ศรีจันทร์ และคุณชยานิสา การุณกร ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสาร บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย จำกัด ได้มาแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ในการสร้าง “Brand Love” ผ่านหัวข้อ Cultivating Brand Love in a Hyper-competitive Market  ซึ่งก่อนเริ่มคุณรวิศได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่าหัวใจของแบรนด์ต้องเริ่มจาก “ความจริงใจ” 

เมื่อแบรนด์คือ ‘คน’ และความเชื่อคือ ‘หัวใจ’

คุณรวิศเริ่มด้วยการฉายภาพของโลกการตลาดยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากยุคที่แบรนด์สามารถทุ่มงบประมาณไปกับแคมเปญโฆษณาทางโทรทัศน์ เพียงไม่กี่ครั้งต่อปี แล้วนั่งรอผลลัพธ์ มาสู่ยุคที่ทุกอย่างต้องฉับไวและวัดผลได้แทบจะทันที

สมัยก่อน เราทำ TVC หรือโฆษณาทางโทรทัศน์เสร็จแล้วก็แค่รอดูผล แต่ยุคนี้พอปล่อยแคมเปญตอนเช้า อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องมาดูแล้วว่าจะปรับอะไรตอนบ่าย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วที่แบรนด์ต้องเผชิญ แต่แทนที่จะวิ่งไล่ตามทุกเทรนด์อย่างไร้ทิศทาง คุณรวิศกลับเสนอให้ย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้น คือการมอง “แบรนด์ให้เป็นเหมือนคนคนหนึ่ง” เป็นคนที่มีตัวตน มีนิสัย มีความเชื่อและที่สำคัญที่สุดคือมี "Why" หรือเหตุผลในการดำรงอยู่

นอกจากนี้ยังเล่าจุดเปลี่ยนที่สำคัญของศรีจันทร์ ซึ่งเกิดจากบทสนทนากับเพื่อนชาวญี่ปุ่นเกี่ยวกับแบรนด์ Shiseido เพื่อนคนนั้นบอกว่า “ในฐานะคนญี่ปุ่น เขารู้สึกภูมิใจที่มีแบรนด์นี้อยู่” คำพูดนี้จุดประกายให้คุณรวิศกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ศรีจันทร์จะอยู่ไปเพื่ออะไร นอกเหนือจากการสร้างยอดขาย จนได้ข้อสรุปเป็น “Why” ที่ชัดเจน นั่นคือ การเป็นแบรนด์ที่คนไทยภาคภูมิใจ

ความเชื่อนี้ไม่ได้เป็นแค่สโลแกน แต่เป็นแนวทางในการตัดสินใจของแบรนด์ คุณรวิศได้ยกตัวอย่างว่าทีมงานต้องปฏิเสธสินค้าล็อตใหญ่ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน แม้ว่าข้อผิดพลาดนั้นลูกค้าจะไม่มีทางสังเกตเห็นก็ตาม ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้แลกมาด้วยต้นทุนมหาศาล แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าแบรนด์จริงใจกับตัวเองและกับลูกค้า

สำหรับผม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเชื่อของแบรนด์ ทุกแบรนด์บนโลกใบนี้ ถ้าความเชื่อนั้นส่งต่อไปไม่ได้ลูกค้าจะรู้ทันทีและแบรนด์ก็จบ 

เมื่อแบรนด์มี “Why” ที่ชัดเจน การสื่อสารและการกระทำทุกอย่างก็จะสะท้อนความเชื่อนั้นออกมาเอง คุณรวิศเน้นว่าการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าไม่ได้มีแค่การขาย แต่ต้องแสดงความใส่ใจอย่างจริงใจด้วย

เขายกตัวอย่างโมเมนต์ที่น่าประทับใจในงานเปิดตัวพรีเซนเตอร์ ที่ทีมผู้บริหารลงไปดูแลแฟนคลับที่มารอท่ามกลางอากาศร้อนด้วยตัวเอง และสิ่งที่สร้างเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามคือ การ์ดขอบคุณที่เขาเซ็นด้วยลายมือตัวเองจำนวน 2,000 ใบ เพื่อมอบให้กับแฟนคลับ “7 วันนั้นแทบไม่ได้ทำอะไรเลย ปวดนิ้วมาก แต่เราต้องทำเอง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เล็กๆ ที่ช่วยสร้างให้แบรนด์มีความแข็งแรงขึ้นมาได้”

นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Brand Love ไม่ได้เกิดจากแคมเปญการตลาดที่ยิ่งใหญ่เสมอไป แต่มักจะเกิดจากความรู้สึกเล็กๆ ที่ลูกค้าสัมผัสได้ว่า "แบรนด์นี้ใส่ใจเราจริงๆ"

‘Trust ’ คือขุมทรัพย์ใหม่ของแบรนด์

มุมมองของคุณรวิศสอดคล้องกับแนวคิดของคุณชยานิสา การุณกร ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสาร บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ชี้ว่า “ความไว้วางใจคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในโลกธุรกิจ” ความไว้วางใจในยุคนี้ไม่ได้มาจากคำรับรองของสถาบันวิจัยเหมือนในอดีต แต่เกิดจากการพิสูจน์ตัวเองของแบรนด์ และจากการบอกต่อระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง

คุณชยานิสาให้นิยามความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าว่าเป็นเหมือน "เพื่อนสนิท" ที่รู้ใจ อยู่เคียงข้างในเวลาที่ต้องการและไม่ล้ำเส้นจนน่ารำคาญเกินไป ซึ่ง L’Oréal ได้ใช้เทคโนโลยีและ Data เชิงลึก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ เช่น การใช้ Skin Analyzer ผ่าน LINE เพื่อให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล ซึ่งไม่ใช่แค่การขายของ แต่คือการมอบความรู้และสร้างความเข้าใจให้ลูกค้าดูแลตัวเองได้ดีขึ้น

เราไม่ได้ตั้งใจไปรบกวนลูกค้า เราแค่อยากสื่อสารกับเขาในเวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลือจากเรา 

สรุป

ผู้บริหารทั้ง 2 ท่านสรุปตรงกันว่าในโลกที่เปลี่ยนเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายระยะสั้นอย่างยอดขาย กับเป้าหมายระยะยาวอย่างการสร้างแบรนด์ คุณรวิศย้ำคำพูดของ Warren Buffett ว่า “ชื่อเสียงใช้เวลา 20 ปีในการสร้าง แต่ใช้เวลาแค่ 5 นาทีในการทำลาย” ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้แบรนด์ต้องระมัดระวังทุกการกระทำ

ท้ายที่สุด ไม่ว่าเทคโนโลยีอย่าง CRM จะล้ำสักแค่ไหน เครื่องมือเหล่านี้ก็เป็นแค่ส่วนช่วยให้แบรนด์ส่งต่อความจริงใจไปถึงลูกค้าได้ดีขึ้น ส่วนหัวใจของการสร้าง Brand Love ยังเหมือนเดิม นั่นคือการมี Why ที่ชัดเจน ทำทุกอย่างสอดคล้องกับความเชื่อและสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้ลูกค้ารู้สึกว่า “แบรนด์นี้คือเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา”

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

มหิดลขึ้นอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทย ใน ShanghaiRanking 2026 ขยับสู่ช่วง 501–600 ของโลก

มหาวิทยาลัยมหิดลครองอันดับ 1 ของประเทศไทยจากการจัดอันดับ ShanghaiRanking (ARWU) 2026 และขยับขึ้นมาอยู่ในช่วงอันดับ 501–600 ของโลก จากช่วงอันดับ 601–700 เมื่อปี 2025...

Responsive image

Anthropic สารภาพในเอกสาร IPO เคยตรวจไม่ทันว่า AI แอบพัฒนาตัวเอง จนมันเกิดขึ้นไปแล้วถึงตรวจพบ

Anthropic ผู้พัฒนา Claude ยอมรับในเอกสาร IPO ว่าเคยตรวจไม่ทันว่า AI ก้าวกระโดดตอนไหน เผยความเสี่ยง RSI หรือสภาวะที่ AI อาจพัฒนาตัวเองได้เร็วกว่าระบบควบคุมของมนุษย์...

Responsive image

Alphabet ออกหุ้นกู้ยูโร 6,000 ล้านยูโร ยอมจ่ายดอกเบี้ยพุ่ง สวนทางหุ้นร่วง สู้ศึก AI

Alphabet (Google) ออกหุ้นกู้สกุลเงินยูโร 6,000 ล้านยูโร แบ่งขาย 7 ชุด จ่ายผลตอบแทนสูงสุด 5.25% แม้ต้องแบกรับต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้นหลังหุ้นร่วงหนัก...