ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงหลักพันนี้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความไม่รู้ตัวของคน ทั้งในแง่ของผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ว่าตัวเองติดแล้ว และคนธรรมดาที่เข้าใกล้ผู้ติดเชื้อแบบไม่ทันระวัง 

คำถามสำคัญคือเราจะหยุดวงจรนี้ได้อย่างไร? นอกจาก Social Distancing แล้ว “การที่ผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงออกมาประกาศเตือนกันเองให้สาธารณชนได้รับรู้ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำได้ไวและมีประสิทธิภาพสูง”

บริษัทพัฒนาซอร์ฟแวร์สัญชาติไทยอย่าง Senna Labs เห็นความสำคัญของกลไกที่ขับเคลื่อนโดยประชาชนเพื่อประชาชนด้วยกันเอง จึงเร่งพัฒนาเว็บไซต์รายงานตัวผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยง โดยเจ้าตัวสามารถเข้าไปอัพเดทอาการ สถานที่ที่ได้เดินทาง เพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงประวัติการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวได้ และสำหรับกลุ่มเสี่ยงเองก็สามารถรายงานตัวและประเมินอาการตนเองเบื้องต้น เพื่อรับบริการปรึกษาคุณหมอออนไลน์จากสตาร์ทอัพพันธมิตรอย่าง Dr. A-Z เพื่อลดการเดินทางไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น

แพลตฟอร์มของเราแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร?

มีบริษัทที่พัฒนา Dashboard แจ้งเตือนจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมากที่ต้องดึงข้อมูลมาจากระบบกลาง ซึ่งกว่าจะรายงานตัวเข้าสู่ระบบตรงนี้ต้องใช้เวลา แต่เราคิดว่าเชื้อโรคเป็นเรื่องที่ไม่อาจรอคอยกันได้ จึงได้สร้างช่องทาง http://covid-19.sennalabs.com/ ขึ้นมาให้ผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงมารายงานตัวเอง หากผู้ป่วยสมัครใจที่จะแสดงข้อมูลการเดินทางเพื่อให้ผู้อื่นได้เฝ้าระวัง ซึ่งความรวดเร็วของข้อมูลตรงนี้เองสามารถช่วยให้ ประชาชนทั่วไปรับมือกับความเสี่ยงได้ทันท่วงที ทำให้ส่วนแสดงผล หรือ Dashboard ของเราแสดงข้อมูลจากสองส่วน ทั้งประชาชนด้วยกันเอง และจากระบบข้อมูลกลาง

ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่เราต้องการมากที่สุดก็คือ ข้อมูลจากผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงด้วยกันเอง ดังนั้นทาง Senna Labs จึงอยากขอความร่วมมือว่า ใครก็ตามที่รับการตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อ รวมถึงกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ เป็นสมาชิกครอบครัวผู้ป่วย หรือมีประวัติเกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อ และอยู่ในสถานที่ที่เป็นข่าว อยากเชิญชวนให้เข้ามาแจ้งข้อมูลกับเราเพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง และความปลอดภัยของคนรอบตัว ทั้งนี้สำหรับกลุ่มเสี่ยงเมื่อประเมินในระบบแล้วหากเข้าข่ายเฝ้าระวังก็สามารถใช้บริการปรึกษาคุณหมอออนไลน์ได้

จุดเริ่มต้นของโปรเจ็คนี้?

ตั้งแต่ Covid เข้ามาในไทย พนักงานทุกคนก็ตื่นตัวกันมาก เพราะออฟฟิศของเราตั้งอยู่ใน CentralWorld ซึ่งเป็นบริเวณใจกลางเมืองที่คนพลุกพล่านตลอด จนกระทั่งวันนึงที่ตึกของเราเป็นข่าว ก็ทำให้ผู้บริหาร Senna Labs คุณริก อภิชัยรักษ์ ได้ออกมาปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของพนักงานเป็น Work from Home นอกจากนั้นยังเป็นผู้ริเริ่มผลักดันให้เกิดโปรเจ็คเพื่อสังคมนี้ขึ้นมาอีกด้วย โดยมองว่านอกจากจะช่วยเหลือผู้อื่นได้แล้ว ยังถือเป็นโอกาสฝึกฝืมือของทีมงานรุ่นใหม่ที่มีอายุเฉลี่ยรวมกันไม่ถึง 28 ปี และสำหรับฟีเจอร์แรกที่ปล่อยออกมา เราใช้เวลาภายใน Sprint เดียว เพียงแค่ 4 วันเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นความภูมิใจของบริษัทฯเป็นอย่างมาก


RELATED ARTICLE

Responsive image

4 เทคนิค Work From Home ให้เวิร์คแบบไม่เข้าออฟฟิศ จากคนไทยที่เคยทำงานกับ Startup ในกรุงเบอร์ลิน

แชร์เทคนิค Work From Home ให้เวิร์คแบบไม่เข้าออฟฟิศ จากคนไทยที่เคยทำงานกับ Startup ในกรุงเบอร์ลิน...

Responsive image

Work from Home อย่างไร ไม่ให้ปวดร้าว

เคล็ดลับง่ายๆ ในการที่จะเป็นตัวช่วยปรับโต๊ะทำงานจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ Notebook เพื่อลดอาการปวดในระหว่างการ Work from Home...

Responsive image

ผู้บริหาร MQDC เน้นย้ำถึงโอกาสและความก้าวหน้าของนวัตกรรมไทย ในประเทศอินเดีย

คุณเอมี่หรือคุณจุฬามาศ จิตรปฏิมา ผู้อำนวยการเอ็มคิวดีซี อินเดีย (MQDC India) ย้ำถึงศักยภาพของประเทศอินเดียที่มีต่อผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ภายในงานสัมมนาพิเศษเรื่องซึ่งจัดขึ้นเนื่องใ...