ยอดลงทุนใน FinTech เติบโตอย่างก้าวกระโดด 5 วิธีที่ภาครัฐฯ และ Ecosystem Builder สามารถช่วยสนับสนุนได้

 

Jamie Dimon , Chairman และ CEO ของ JPMorgan Chase กล่าวว่า “ Silicon Valley มี startups เป็นร้อยๆ ที่มีศักยภาพ กำลังพัฒนาธุรกิจสายการเงิน โดยเข้ามาแก้ปัญหาในโลกธุรกิจเดิมที่มีอยู่" เมื่อมันฮฮตฮิตขนาดนี้ แต่ก็แน่นอนไม่ใช่ว่าไม่มีอุปสรรค วันนี้เราเลยนำบทความจาก Sheel และ Eddie พาร์ทเนอร์แห่ง 500Startups ซึ่งให้คำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับภาครัฐฯ และเอกชนที่อยู่ใน Ecosystem ว่าเราจะช่วย FinTech Startup ให้เติบโตอย่างไรได้บ้าง

 

สถิติการลงทุนในธุรกิจ FinTech 

Quarterly-Global-Financing-Trends-to-VC-Backed-Fintech-Companies-768x374

แม้ถ้าดูในตาราง อัตราการลงทุนเป็นไปอย่างก้าวกระโดดก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าการลงทุนนั้นกระจายตัวในทุกที่ทั่วโลก

ตัวอย่างเช่น ในไตรมาสแรกของปี 2016 บริษัท FinTech สัญชาติจีน ได้รับเงินลงทุนกว่า 2.4 พันล้าน (แม้ว่าเงินส่วนใหญ่จะมาจาก 2 ดีลใหญ่ก็ตาม ) ในขณะที่บริษัทที่เหลือในเอเชียได้รับเพียง 200 ล้านเท่านั้น

กลับกันในทวีปยุโรป จำนวนดีลที่ประสบความสำเร็จมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณเงินลงทุนกลับไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นตาม ทั้งนี้แม้เงินทุนจะคล่องตัวแต่ศักยภาพของบริษัทก็ไม่น่าพึงพอใจนัก

เพราะอะไรกัน ?

จากการที่ 500 Startups ได้ไปลงทุนในบริษัท Fintech กว่า 130 บริษัทใน 15 ประเทศทั่วโลก เราได้ค้นพบความท้าทายหลักๆ 3 ข้อที่กลุ่มผู้พัฒนา FinTech ต้องเจอ

ความท้าทาย 3 ประการสำหรับ FinTech

1.กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ มักจะไม่เป็นมิตรกับเหล่า FinTech

กฎระเบียบในภาคการเงินมักจะไม่ชัดเจนหรือมีความซับซ้อนสูง รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับกฎระเบียบนั้นใช้เวลานาน

อย่างเช่นในสหรัฐฯ มีกฎระเบียบที่แตกต่างกันถึง 48 แบบ (ต่างกันออกไปในแต่ละรัฐฯ อีกด้วย)  ในการรับรองธุรกิจการทำธุรกรรมทางการเงิน ในหลายรัฐต้องมีประกันพันธบัตรของแต่ละรัฐและนั่นอาจจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายกว่า 1 ล้านเหรียญฯ สิ่งนี้ทำให้ FinTech หลายบริษัทไม่สามารถเติบโตได้

2.สถาบันการเงินอาจจะสร้างข้อจำกัดให้กับ Fintech Startup ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ

เมื่อไม่นานมานี้ในสหรัฐอเมริกา มีธนาคารหลายแห่งที่ไม่ค่อยอยากเชิญผู้ก่อตั้ง FinTech Startup ในการพบปะหรือประชุมร่วมกันเท่าไหร่นัก

เมื่อมีธนาคารบางแห่งเริ่มเข้าไปสร้างสัมพันธ์กับ FinTech Startup การเข้าไปนั้นคือเข้าไปด้วยแนวคิดในการหาจุดได้เปรียบในการแข่งขันกับธนาคารอื่นผ่านการร่วมมือและเอา Startup มาเป็นของตัวเอง ซึ่งอาจเป็นการฉุดรั้งศักยภาพที่แท้จริงของ startup นั้นๆ เช่นว่า VISA ถูกบังคับให้ใช้ได้เฉพาะกับลูกค้าและร้านค้าบางราย แทนที่จะใช้ได้ทั่วไป

3. ลูกค้าอาจจะยังไม่พร้อมปรับมาใช้ FinTech

การได้ลูกค้าถือเป็นงานยากสำหรับ FinTech - การลิสต์รายชื่อลูกค้าจำนวนมาก เป็นเรื่องง่ายไปโดยทันที เมื่อเทียบกับความพยายามในการเปลี่ยนให้คนเปลี่ยนพฤติกรรม  

ธนาคารในสหรัฐอเมริกา ใช้เงินกว่า 500 เหรียญฯ ในการ acquire ลูกค้าหนึ่งคน และ Startup ก็เช่นเดียวกัน ต้องเจอกรณีดังกล่าว ไม่เหมือนกับบางอุตสาหกรรมที่มี Viral Coefficient ที่สูง สำหรับ Fintech แล้ว มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนเพื่อให้ได้ลูกค้ารายที่ล้าน มากกว่าที่ใช้เพื่อที่จะได้ลูกค้ารายที่พัน 

ความท้าทายเหล่านี้ ไม่สามารถจะแก้ไขได้ในเวลาอันสั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะทำอะไรไม่ได้เลย 500 Startups จึงแนะนำ

5 วิธีที่รัฐบาลและ Startup Ecosystem Builder สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเหล่า FinTech 

1. สร้าง “regulatory sandbox” ขึ้น เพื่อที่จะให้โอกาสเหล่า startups ได้มีพื้นที่ในการทดลองไอเดียใหม่ๆ โดยไม่มีกฎระเบียบใดๆ เข้ามายุ่มย่าม

การใช้กฎระเบียบข้อบังคับกับ startups ที่พึ่งตั้งต้น ซึ่งระยะก่อนที่บริษัทเหล่านั้นจะเจอตลาดที่เหมาะสม และมีขนาดธุรกิจที่อยู่ตัว ดูเหมือนจะเป็นสิงที่ไม่จำเป็นทั้งการควบคุมความเสี่ยงเชิงระบบหรือการคุ้มครองผู้บริโภคก็ตามเพราเป็นการปิดกั้นการเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ  การงดเว้นระเบียบข้อบังคับบางประการกับ startups ในช่วงตั้งต้นจะทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และการทดลองที่น่าสนใจ Financial Conduct Authority (FCA) ของอังกฤษดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว และ Australian Securities & Investments Commission (ASIC) ก็กำลังจะทำสิ่งที่คล้ายๆ กัน  รวมถึงที่สิงคโปร์ด้วย

2. ทำการเช็คว่าผลิตภัณฑ์และบริการของ FinTech ใหม่ๆ ที่ดูมีแววรุ่ง เพื่อดูว่ามีกฎข้อบังคับใดๆ ที่จะส่งผลต่อ FinTech กลุ่มนี้หรือไม่

การลดระยะเวลากระบวนการตรวจสอบระเบียบข้อบังคับที่ส่งผลต่อ fintech จากหลักปีมาเป็นหลักเดือน จากเดือนเป็นสัปดาห์ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับ FinTech ได้อย่างมหาศาล และนั่นอาจชี้เป็นชี้ตาย การอยู่รอดของธุรกิจ startup นั้นๆ ได้เลยทีเดียว เพราะ Startup นั้น Runway สั้นกว่าองค์กรขนาดใหญ่มาก

3. สร้างระบบหรือคู่มือที่จะช่วยให้เหล่า FinTech startups ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์มาตรงกับกฎระเบียบข้อบังคับ

แม้เราจะมีทีมที่มีประสบการณ์ทางการเงินและกฎหมายอยู่ก็ตาม แต่กฎข้อบังคับในอุตสาหกรรมก็อาจจะทำให้ปวดหัวได้ การพัฒนาและแบ่งปันทรัพยากรเพื่อลดแรงเสียดทานในอุตสาหกรรมและทำให้การผ่อนปรนด้านข้อบังคับในช่วงต้นทำได้ง่ายขึ้น

การมี Accelerator ที่เชี่ยวชาญด้าน FinTech คือวิธีที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง อย่าง Financial Conduct Authority หรือ (FCA) ได้จัดตั้งศูนย์กลางนวัตกรรมขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำเหล่า startup ในด้านกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ทางการเงิน

4. ลงมือสร้างการรับรู้ของบริษัทให้กับผู้บริโภค เพื่อเพิ่มความต้องการของตลาด

การทำแคมเปญที่สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านการเงิน จะช่วยทำให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการเปลี่ยนมาใช้บริการและผลิตภัณฑ์ด้าน FinTech

เเคมเปญที่ช่วยให้ความรู้ ลดความกังวลเรื่องความเสี่ยงต่างๆในการใช้ FinTech ได้ อย่างไรก็ตามการที่จะให้ startup เป็นผู้ทำเเคมเปญนั้นคงไม่ให้ประสิทธิผลที่ดีนัก ในขณะที่การทำดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง นี่คือความล้มเหลวที่รัฐบาลสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขได้

5. กระตุ้นให้สถาบันการเงินเข้ามาลงทุนหรือมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ แต่ต้องเป็นในลักษณะที่ไม่ได้ผูกขาดทางธุรกิจ

หลายธนาคารรวมถึง FinTech startup บางราย ได้รู้แล้วว่าการเป็นพันธมิตรนั้นดีกว่าเป็นคู่แข่ง  มันจะดียิ่งขึ้น หากมีการจัดตั้งกระบวนการที่เป็นกิจลักษณะและการเป็นพันธมิตรกัน อย่าง JPMorgan เองก็เริ่มดำเนินการดังกล่าวแล้ว เห็นได้จากการประกาศของบริษัทเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับโปรแกรมสนับสนุน startup  

สุดท้ายแล้ว การคัดสรรไอเดีย รายละเอียดการลงมือปฏิบัติตามกลยุทย์ข้างต้นล้วนขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละตลาดด้วย 

 

ที่มา: 500.co

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

GrabNEXT 2026 ถอดรหัสกลยุทธ์ T.A.S.T.E ดันอาหารไทยและ Soft Power สร้างเศรษฐกิจ

ส่องอินไซต์ GrabNEXT 2026 เมนูไหนที่ต่างชาติติดใจ ชี้อาหารไทยทำเงินเฉลี่ยนาทีละ 4 หมื่นบาท พร้อมโมเดลพาแบรนด์สตรีทฟู้ดไทยสเกลไกลสู่ระดับภูมิภาค...

Responsive image

ธนาคารยุคนี้ไม่ได้แข่งกันที่ผลิตภัณฑ์ แต่แข่งกันที่ ‘ความเข้าใจลูกค้า’ เปิดมุมมองโตอย่างมีคุณภาพของผู้บริหารกสิกรไทย

ถอดมุมมองผู้บริหารกสิกรไทยบนเวที KBank Talk 2026 กับยุทธศาสตร์ 3+1 & P การเติบโตอย่างมีคุณภาพในเศรษฐกิจ K-shape ตั้งแต่ Wealth, K PLUS โฉมใหม่, ธุรกิจรายใหญ่, SME, ESG ไปจนถึง AI...

Responsive image

HP แต่งตั้งอดีต CEO GSK เอ็มมา วอล์มสลีย์ เป็น CEO คนใหม่ เริ่มงาน 4 ม.ค. 2027

HP Inc. แต่งตั้ง เอ็มมา วอล์มสลีย์ อดีต CEO ของ GSK เป็น CEO คนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2027 ต่อจาก Bruce Broussard ที่รักษาการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026...