จาก Vibe Coding สู่ Vibe Selling เมื่อ AI ขยับบทบาทมาเป็นคู่หูนักขาย ช่วยดันรายได้เพิ่มขึ้น 77%

Vibe Coding สู่ Vibe Selling

ถ้าเคยได้ยินคำว่า “Vibe Coding” ที่แค่สั่ง AI เขียนโปรแกรมด้วย ภาษาพูดง่ายๆ ก็ได้โค้ดออกมาดั่งใจ ตอนนี้เทรนด์นี้กำลังข้ามฝั่งมาที่โลกของการขาย ในชื่อที่เรียกว่า “Vibe Selling”

Vibe Selling คืออะไร ?

Vibe Selling คือการใช้ AI ช่วยนักขาย ทำงานซ้ำซาก เพื่อให้โฟกัสกับการขายจริง ไม่ใช่แค่การคุยกับ AI หรือปล่อยให้ AI ทำทุกอย่างเองเฉย ๆ  แต่เป็นการทำงานร่วมกันกับ AI แบบต่อเนื่อง จนได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยนักขายจะใช้ AI เป็นผู้ช่วยคิด ช่วยสรุป และช่วยวิเคราะห์ เพื่อให้การทำงานเร็วและแม่นยำขึ้น

เลิกงานเอกสาร แล้วเอาเวลาไป ‘ปิดการขาย’ 

ในความเป็นจริง นักขายไม่ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการขายแต่หมดไปกับงานที่กินเวลา เช่น การร่างอีเมล การค้นข้อมูลลูกค้า หรือการไล่อ่านบันทึกการประชุมยาว ๆ

Vibe Selling จึงเข้ามาเปลี่ยนจุดนี้ โดย AI จะสามารถช่วยทำงานเหล่านี้แทน ตั้งแต่สรุปข้อมูลลูกค้า วิเคราะห์บทสนทนา

ไปจนถึงช่วยบอกว่าแนวทางแบบไหนกำลังเวิร์ก หรือดีลไหนที่เริ่มต้องเร่งมือเป็นพิเศษ โดยนักขายจะมีเวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่สร้างรายได้จริง อย่างการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และการขยับดีลไปสู่การปิดการขาย ซึ่งรายงาน State of Revenue AI ระบุว่า นักขายที่ใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน จะช่วยให้ปิดดีลได้เร็วขึ้นและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึง 77% เมื่อเทียบกับนักขายที่ไม่ใช้ AI 

เทคโนโลยีปูทาง แต่ ‘มนุษย์’ คือคนปิดดีล

แม้ AI จะช่วยคิด ช่วยเขียน และช่วยวิเคราะห์ได้เร็ว แต่สิ่งหนึ่งที่ AI ยังทำไม่ได้ คือ การสร้างความเชื่อใจ

งานขาย โดยเฉพาะดีลใหญ่ ยังต้องอาศัยมนุษย์ ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจเพราะข้อความสวยหรือข้อมูลครบอย่างเดียว แต่เพราะเชื่อในตัวคนขาย เชื่อในประสบการณ์ และความเข้าใจของอีกฝ่าย AI จึงควรถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วย “ปูทาง” ส่วนการปิดดีลยังต้องอาศัยความเป็นมนุษย์อยู่เสมอ

อนาคตคือ Vibe Anything

ตอนนี้เราเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่ AI เริ่มเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมงานจริงๆ แต่ทิศทางเห็นชัดแล้วว่า ต่อไปทุกอย่างจะเป็น ‘Vibe Anything’ ไปหมด 

ซึ่ง AI จะไม่ได้มาแทนที่คน แต่มันจะมาช่วย ‘เคลียร์งานถึกๆ หลังบ้าน’ ให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความรู้สึกและการตัดสินใจมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว ดีลที่ดีที่สุดไม่ได้จบด้วย AI ที่เก่งมาก หรือแค่คนคนเดียว แต่มันมาจากการที่เรารู้จักใช้ AI ให้เป็น และเก็บหน้าที่สำคัญไว้ให้คนจัดการเอง

อ้างอิง: techradar

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Google สั่งระงับ AI Overviews ในคำค้นหาด้านสุขภาพบางรายการ หลังพบความเสี่ยงให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน

Google สั่งระงับฟีเจอร์ AI Overviews ในคำค้นหาทางการแพทย์บางส่วน หลังพบข้อมูลเรื่องค่าตับคลาดเคลื่อน เสี่ยงทำผู้ใช้เข้าใจผิด ผู้เชี่ยวชาญแนะต้องแก้ที่ระบบไม่ใช่รายกรณี...

Responsive image

Gen Z 'ยอมมีหนี้ เพื่อเปย์ตัวเอง' มอง เรียบจบ-ทำงาน-มีบ้าน อาจไม่ใช่แนวคิดที่เวิร์กอีกต่อไป

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนทุกรุ่นโตมากับคำว่า “เรียนดี ทำงานหนัก เดี๋ยวก็มีบ้าน มีความมั่นคง” แต่พอโตขึ้นกลับพบว่า ทุกอย่างแพง งานหายาก และหนี้เพิ่มเร็วกว่าเงินเดือน นี่คือสิ่งที่กำลังเก...

Responsive image

คำทำนาย Elon Musk ชี้ AGI จะมาในปี 2026 และเปลี่ยนโลกให้ทุกอย่างเกือบฟรี จริงหรือ ?

Elon Musk ช็อกโลก! แนะไม่ต้องออมเงินเกษียณ 20 ปีข้างหน้าแล้ว เพราะยุค AGI ในปี 2026 จะทำให้ต้นทุนทุกอย่างกลายเป็นศูนย์จนเงินหมดความสำคัญ...