EV ฝั่งจีนขึ้นแท่นรถที่คนใช้งานสั้นกว่าโทรศัพท์ คนจีนใช้รถเฉลี่ยแค่ 1.8 ปีก็เปลี่ยน

ตามปกติแล้ว เวลาที่เราซื้อรถยนต์สักคัน เรามักจะมองว่ามันคือทรัพย์สินชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้งานกันยาว ๆ 5-10 ปีเป็นอย่างน้อย แต่ดูเหมือนว่าพฤติกรรมนี้กำลังถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีน เมื่อรถยนต์กำลังถูกลดทอนอายุการใช้งานให้สั้นลง จนเผลอ ๆ สั้นกว่าอายุการใช้งานสมาร์ทโฟนในมือของเรา

รายงานล่าสุดจากสื่อจีนอย่าง 21st Century Business Herald ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์จีน (CAAM) และบริษัทที่ปรึกษา Hejun Consulting ได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันรถ EV ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในจีน มีอายุการใช้งานเฉลี่ยเพียงแค่ 1.8 ปี เท่านั้น

เมื่อนำไปเทียบกับรถยนต์สันดาป ซึ่งมีอายุการใช้งานเฉลี่ยบนถนนอยู่ที่ 8.2 ปี จะเห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน คำถามที่น่าสนใจคือ... ทำไมคนจีนถึงตัดสินใจเปลี่ยนรถ EV กันไวขนาดนี้?

เราสามารถสรุปปัจจัยหลักๆ ที่ขับเคลื่อนเทรนด์นี้ได้ 3 ข้อ ดังนี้

1. รถยนต์กลายเป็น Smart Device ที่เทคโนโลยีตกรุ่นไว

ตอนนี้ รถ EV ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือ Software-Defined Vehicles การแข่งขันที่ดุเดือดในจีนทำให้ค่ายรถต่าง ๆ ต้องงัดนวัตกรรมใหม่ออกมาโชว์กันแบบรายเดือน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่วิ่งได้ไกลขึ้นและชาร์จเร็วขึ้น, ชิปประมวลผลที่แรงขึ้น รองรับการทำงานที่ซับซ้อน, ระบบปฏิบัติการ (OS) ภายในรถที่ลื่นไหลเหมือนใช้แท็บเล็ต

เมื่อเทคโนโลยีถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดดรถรุ่นใหม่ ๆ ที่เปิดตัวจึงล้ำหน้ากว่ารุ่นที่ออกมาก่อนหน้าเพียงไม่กี่เดือนอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่ารถของตัวเองตกรุ่นไว และถูกกระตุ้นให้อยากเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ที่สมาร์ตกว่าเดิม

2. ราคาขายต่อที่ร่วงแรง

อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ทำให้คนรีบเปลี่ยนรถคือเรื่องของราคาเต็นท์หรือตลาดรถมือสอง รายงานระบุว่า รถ EV ที่ผ่านการใช้งานมา 3 ปี จะมีมูลค่าเหลือเพียง 43.35% ของราคาตอนซื้อป้ายแดง ซึ่งถือเป็นอัตราค่าเสื่อมราคาที่สูงกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไปมาก

สาเหตุหลักมาจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา ประกอบกับการดั๊มป์ราคาหั่นแหลกของรถป้ายแดงรุ่นใหม่ ๆ ในจีน ทำให้รถมือสองราคาตกฮวบ เจ้าของรถหลายคนจึงมองว่า ถ้ายิ่งถือไว้นานราคาก็ยิ่งจม การรีบตัดใจขายหรือเทิร์นรถคันใหม่ในช่วงที่อายุรถยังไม่เยอะ จึงอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า

3. คนรุ่นใหม่ ซื้อประสบการณ์ มากกว่าแค่รถยนต์

โครงสร้างประชากรของผู้ซื้อยานยนต์พลังงานใหม่ในจีนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยกลุ่มลูกค้าหลักหรือ Core Customer Base คือ คนรุ่นใหม่ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่ได้มองหาแค่เครื่องยนต์ที่ทนทาน แต่พวกเขาให้ความสำคัญสูงสุดกับ

  1. ระบบขับขี่อัจฉริยะ: เช่น ระบบช่วยจอด หรือระบบขับขี่อัตโนมัติ
  2. ประสบการณ์ดิจิทัล: ความบันเทิงในห้องโดยสาร การเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนอย่างไร้รอยต่อ

ข้อมูลจาก Dongchedi แพลตฟอร์มข้อมูลยานยนต์ชั้นนำของจีน สนับสนุนเทรนด์นี้อย่างชัดเจน โดยเผยว่า 43% ของเจ้าของรถ EV ที่ตัดสินใจเปลี่ยนรถคันใหม่ มีจุดประสงค์หลักเพื่ออัปเกรดฟีเจอร์อัจฉริยะและประสบการณ์การใช้งานให้ทันยุคทันสมัย มากกว่าเหตุผลด้านการซ่อมบำรุง

ปรากฏการณ์อายุรถ 1.8 ปีในจีน กำลังส่งสัญญาณว่า อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังถูกทรานส์ฟอร์มไปสู่โมเดลธุรกิจแบบ Consumer Electronics อย่างเต็มตัว วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์จะสั้นลงเรื่อย ๆ ซึ่งนี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ของทั้งค่ายรถยนต์ที่ต้องรักษาความเร็วในการพัฒนานวัตกรรม และตัวผู้บริโภคเองที่ต้องบริหารจัดการความคุ้มค่าในยุคที่รถยนต์ตกรุ่นไวกว่ามือถือ

อ้างอิง: bloomberg

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

3 เรื่องที่ประเทศไทยต้อง Focus สร้างคน–นวัตกรรม–ปฏิรูประบบราชการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่” ในงาน The INTANIA Forum...

Responsive image

BOI รื้อเกณฑ์ Data Center ชู 4 มิติดันไทยสู่ฮับ AI ยั่งยืน คุมเข้มใช้พลังงาน ทรัพยากรน้ำ พร้อมตอบโจทย์ชาติ และการจ้างงานไทย

บีโอไอขานรับระเบียบใหม่คุมดาต้าเซ็นเตอร์ตามมติ ครม. เดินหน้ายกเครื่องเกณฑ์คัดกรองโครงการด้วย 4 มิติ พร้อมเปิดข้อมูล 42 โครงการ ลงทุนรวม 7.5 แสนล้านบาท ครอบคลุมประโยชน์ต่อประเทศ พลั...

Responsive image

Demis Hassabis ขึ้นคุม หัวเรือ AI ของ Alphabet แล้ว หลัง Jeff Dean พนักงานระดับตำนานลาออกไปตั้ง Startup ของตัวเอง

สั่นสะเทือนวงการไอที Google ปรับทัพ AI ครั้งใหญ่ Demis Hassabis สละเก้าอี้คุม DeepMind ด้าน Jeff Dean ตำนานพนักงานคนที่ 30 ประกาศลาออกตั้งบริษัทใหม่...