Gen Z 'ยอมมีหนี้ เพื่อเปย์ตัวเอง' มอง เรียบจบ-ทำงาน-มีบ้าน อาจไม่ใช่แนวคิดที่เวิร์กอีกต่อไป

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนทุกรุ่นโตมากับคำว่า “เรียนดี ทำงานหนัก เดี๋ยวก็มีบ้าน มีความมั่นคง” แต่พอโตขึ้นกลับพบว่า ทุกอย่างแพง งานหายาก และหนี้เพิ่มเร็วกว่าเงินเดือน นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ Gen Z และกำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องเงิน เศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง

Gen Z ผู้โตมากับวิกฤตซ้ำซาก

Gen Z เกิดในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นยุค 2010 แม้จะไม่ทันเข้าใจวิกฤตต้มยำกุ้งหรือวิกฤษแฮมเบอร์เกอร์ที่เกิดขึ้นในปี 2008 แต่คนรุ่นนี้กลับเติบโตมากับเศรษฐกิจที่ไม่เคยนิ่งเลย หลังจากนั้นโลกก็เจอวิกฤตซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว ค่าครองชีพพุ่ง โรคระบาด สงคราม เทคโนโลยีแย่งงาน สำหรับ Gen Z นี่ไม่ใช่ช่วงสั้น ๆ แต่คือ “สภาพปกติของโลก”

ยอมเป็นหนี้เพื่อซื้อความสุข

ข้อมูลชี้ว่า Gen Z มีหนี้ส่วนบุคคลเฉลี่ยราว 94,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.9 ล้าน สูงกว่าทุกเจเนอเรชัน ทั้ง Millennials และ Gen X

ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ถูกมองว่าเป็น doom spenders หรือ มีพฤติกรรมการเปย์ตัวเองเพื่อฮีลใจ ยอมจ่ายเงินเพื่อดูคอนเสิร์ต เที่ยวต่างประเทศ หรือให้รางวัลตัวเอง แต่ถ้ามองให้ลึก นี่ไม่ใช่แค่ “การใช้เงินไม่คิด” แต่มันคือความรู้สึกว่าอนาคตไม่แน่นอน ถ้าไม่รู้ว่าอีก 10 ปีจะดีขึ้นจริงไหม การใช้ชีวิตวันนี้ให้คุ้ม ก็กลายเป็นทางเลือกหนึ่ง

เมื่อสูตรสำเร็จเดิมๆ ใช้ไม่ได้ผล 

Disillusionomics คือคำที่ Alice Lassman นักเศรษฐศาสตร์ Gen Z ใช้ เพื่ออธิบายวิธีคิดของคนรุ่นเธอว่า คนรุ่นนี้ไม่เชื่อว่าสูตรสำเร็จทางเศรษฐกิจแบบเดิมจะทำให้ชีวิตมั่นคง หลายคนเรียนจบ ทำงานหนัก แต่ก็ยังเจองานไม่มั่นคง ความรู้สึกว่า “ทำทุกอย่าง แต่ชีวิตไม่ขยับ” กลายเป็นเรื่องปกติ

เมื่อเส้นทางเดิมไม่เวิร์ก ก็ต้องหาทางใหม่

Gen Z จึงเริ่มคิดว่า ถ้ารายได้ทางเดียวไม่พอ ก็ต้องมีหลายทาง

ไม่ว่าจะเป็น

  • ทำงานเสริมควบคู่กับงานประจำ
  • ปล่อยเช่าห้อง แชร์บ้าน (house hacking)
  • ขายของออนไลน์ ลงทุนเล็ก ๆ หลายจุด
  • เปลี่ยนทักษะส่วนตัวให้กลายเป็นรายได้

โดยมีหลักการ คือไม่พึ่งอะไรอย่างเดียว เพราะไม่มีอะไรมั่นคงจริงอีกแล้ว

Gen Z ใช้จ่ายน้อยลง แต่ก็เลือกมากขึ้น แม้จะดูเหมือนใช้เงินเก่ง แต่ข้อมูลกลับพบว่า Gen Z ใช้จ่ายโดยรวม “น้อยลง” อย่างเช่นช่วงเทศกาลพวกเขาใช้เงินลดลงถึง 10–12% จากปีก่อน สิ่งที่เปลี่ยนคือ วิธีใช้เงิน Gen Z ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากกว่าภาพลักษณ์

  • ถ้าสินค้าแพงแต่ไม่คุ้ม = ไม่ซื้อ
  • ถ้ามีของที่คล้ายกันแต่ถูกกว่า (dupe) = เลือกของนั้น ซึ่งแบรนด์หรูอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป 

บ้าน ครอบครัว เกษียณ กลายเป็นเรื่องไกลตัว

หนึ่งในสามของ Gen Z เชื่อว่าตัวเองจะไม่มีวันมีบ้าน หลายคนไม่คิดมีลูก เพราะค่าใช้จ่ายสูงเกินไป อัตราว่างงานของคนอายุ 16–24 ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศหลายเท่า ความมั่นคงแบบที่รุ่นพ่อแม่เคยมี ดูเหมือนเป็นเรื่องของอดีต และเมื่อไม่มั่นใจว่าการวางแผนระยะยาวจะได้ผล บางคนจึงหันไปหา

  • คริปโท
  • การพนันกีฬา
  • prediction markets

ไม่ใช่เพราะอยากเสี่ยง แต่เพราะรู้สึกว่า “ถ้าระบบเดิมไม่ให้โอกาส ก็ต้องหาช่องเอง”

Alice Lassman จึงมองว่า Gen Z อาจไม่ได้ตั้งใจจะ “ต่อต้าน” ระบบเศรษฐกิจ แต่หลายอย่างเป็นแค่การเอาตัวรอดในโลกที่แพงขึ้นและความไม่แน่นอน แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ พวกเขากำลังสร้างรูปแบบการหาเงิน การใช้เงิน และการใช้ชีวิตแบบใหม่ซึ่งอาจกลายเป็นภาพหลักของเศรษฐกิจในอนาคต ไม่ใช่เพราะไม่อยากมั่นคง แต่เพราะความมั่นคงแบบเดิม… มันอาจไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาอีกแล้ว

อ้างอิง: fortune

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

3 เรื่องที่ประเทศไทยต้อง Focus สร้างคน–นวัตกรรม–ปฏิรูประบบราชการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่” ในงาน The INTANIA Forum...

Responsive image

BOI รื้อเกณฑ์ Data Center ชู 4 มิติดันไทยสู่ฮับ AI ยั่งยืน คุมเข้มใช้พลังงาน ทรัพยากรน้ำ พร้อมตอบโจทย์ชาติ และการจ้างงานไทย

บีโอไอขานรับระเบียบใหม่คุมดาต้าเซ็นเตอร์ตามมติ ครม. เดินหน้ายกเครื่องเกณฑ์คัดกรองโครงการด้วย 4 มิติ พร้อมเปิดข้อมูล 42 โครงการ ลงทุนรวม 7.5 แสนล้านบาท ครอบคลุมประโยชน์ต่อประเทศ พลั...

Responsive image

Demis Hassabis ขึ้นคุม หัวเรือ AI ของ Alphabet แล้ว หลัง Jeff Dean พนักงานระดับตำนานลาออกไปตั้ง Startup ของตัวเอง

สั่นสะเทือนวงการไอที Google ปรับทัพ AI ครั้งใหญ่ Demis Hassabis สละเก้าอี้คุม DeepMind ด้าน Jeff Dean ตำนานพนักงานคนที่ 30 ประกาศลาออกตั้งบริษัทใหม่...