CEO แห่ง GitHub ชี้ทักษะที่โปรแกรมเมอร์ต้องมีในยุค AI "แก้โค้ด" เองยังสำคัญกว่า "Prompt"

Vibe Coding หรือการพึ่งพาโค้ดที่ AI สร้างขึ้นจนเกินไป กำลังเป็นคำศัพท์ที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูในวงการนักพัฒนา แต่ในขณะที่หลายคนกำลังปรับตัว 

Thomas Dohmke, CEO ของ GitHub แพลตฟอร์มที่เป็นหัวใจของนักพัฒนาทั่วโลก กลับมีมุมมองที่น่าสนใจต่อเทรนด์นี้  เขามองว่าแม้ AI จะเก่งกาจเพียงใด แต่ทักษะพื้นฐานอย่างการเขียนโค้ดด้วยตนเองยังคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เช่นเดียวกับคุณค่าของวิศวกรระดับจูเนียร์ที่บริษัทยังคงต้องเปิดรับ 

ในการสัมภาษณ์พอดแคสต์ The MAD Podcast with Matt Turck และ The Pragmatic Engineer ทาง Dohmke เน้นย้ำว่า แม้เครื่องมือ AI อย่าง Copilot จะทรงพลังเพียงใด แต่นักพัฒนาก็ยังจำเป็นต้องมีความสามารถในการเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงโค้ดที่ AI สร้างขึ้นมาได้เอง 

เขาอธิบายการทำงาน Workflow ที่มีประสิทธิภาพว่า คือ การให้ AI ช่วยสร้างโค้ด และส่งเป็น Pull Request จากนั้นให้นักพัฒนาใช้ทักษะการเขียนโปรแกรมของตนเอง เข้าไปปรับแก้โค้ดอีกที Dohmke เตือนว่า การพึ่งพา AI Agents เพียงอย่างเดียวอาจทำให้การทำงานไร้ประสิทธิภาพได้

สิ่งที่แย่ที่สุดคือ การพยายามคิดหาคำสั่ง Prompt หรือ Feedback ด้วยภาษาพูด เพื่ออธิบายสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้วว่าจะเขียนเป็นโค้ดได้อย่างไร

Dohmke บอกว่าการเสียเวลาอธิบายการเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ด้วยคำพูด แทนที่จะลงมือแก้ไขโค้ดโดยตรงนั้นไม่ใช่วิธีที่ชาญฉลากนัก

Junior Engineering ยังจำเป็นต่อบริษัท

จากกระแสข่าวที่มักจะบอกว่า AI จะทำให้ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นหายไป Dohmke กลับมองว่าวิศกรรุ่นใหม่ หรือ Junior Engineer ยังคงมีคุณค่าอย่างมหาศาลต่อบริษัทเทคโนโลยี เนื่องจากคนรุ่นใหม่มักจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เปิดรับเทคโนโลยี AI อย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขามองมันด้วยใจที่เปิดกว้าง

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ๆ นำพาไอเดียที่สดใหม่, พลังงานอันล้นเหลือ, ความรู้ล่าสุดจากมหาวิทยาลัย และพื้นเพที่หลากหลายเข้ามาสู่บริษัท

Dohmke คาดการณ์ว่า ในอนาคตอันใกล้ ทักษะด้าน AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสัมภาษณณ์งาน “ผมคิดว่าอีกไม่นาน หากคุณต้องการได้งานในบริษัทเทคโนโลยี คุณจะถูกขอให้แสดงทักษะการใช้ Prompt หรือทักษะการใช้ Copilot ของคุณ” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าแก่นแท้ของอาชีพ Software Engineering ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็คือความสามารถในการคิดเชิงวิศวกรรม การรับปัญหาที่ซับซ้อนเพื่อมาแตกให้เป็นปัญหาย่อยๆ ได้ รวมทั้งยังจำเป็นต้องมีผู้บริหารระดับสูงที่รู้ว่าจะสร้างระบบขนาดใหญ่ได้อย่าวงไร 

ในมุมมองของ Dohmke มองว่า AI จะไม่ได้เข้ามาแทนที่โปรแกรมเมอร์ แต่จะกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในชุดเครื่องมือของวิศวกรยุคใหม่ 

เป้าหมายของวิศวกรในอนาคตไม่ใช่การสร้างทุกอย่างตั้งแต่ต้น แต่เป็นการรวมทักษะการใช้พรอมต์, agent, และ open-source libraries เข้าด้วยกันเพื่อแก้ปัญหาได้รวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมาเมื่อสองสามปีก่อน 

การเขียนโค้ดยังคงเป็นทักษะสำคัญที่วิศวกรจำเป็นต้องคุ้นเคย แม้ว่าการผลิตโค้ดอาจไม่ใช่ภาระงานหลักทั้งหมดก็ตาม 

อ้างอิง : techinasia., Business Insider



ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ Open Source ล่าสุดจาก NVIDIA โมเดล AI สำหรับระบบ Agentic Reasoning ประมวลผลเร็วกว่ารุ่นเดิม 5 เท่า

ทำความรู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ โมเดล AI โอเพนซอร์สใหม่ล่าสุดที่ใช้สถาปัตยกรรมลูกผสม ประมวลผลเร็วขึ้น 5 เท่า ความจำระดับ 1 ล้านหน่วยคำ ตอบโจทย์การสร้างปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ...

Responsive image

Microsoft เปิดตัว ‘Copilot Health’ AI สรุปข้อมูลสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลจากผลตรวจสุขภาพ และ Smartwatch ปลอดภัยสูง ข้อมูลไม่ถูกนำไปเทรน AI

Microsoft เปิดตัว Copilot Health ผู้ช่วย AI อัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลจาก Wearable และประวัติการรักษา เพื่อวิเคราะห์และสรุปผลสุขภาพอย่างปลอดภัย ช่วยเตรียมความพร้อมก่อนพบแพทย์ พร้อมมาต...

Responsive image

Claude เปิดตัว แผนภาพ Interactive แปลงข้อมูลเป็นภาพจำลองได้ใน Prompt เดียว ข้อมูลเปลี่ยนตามบริบทได้แบบเรียลไทม์

Anthropic อัปเดตใหม่ Claude AI สามารถสร้างแผนภูมิ กราฟ และภาพจำลองแบบ Interactive แทรกลงในหน้าแชตได้โดยตรง ช่วยพลิกโฉมการอธิบายข้อมูลซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น เปิดใช้งานแล้ววันนี้...