Grab ชี้แจงกรณีมีผู้แอบอ้างเป็นคนขับ GrabCar ก่อเหตุล่อลวงผู้โดยสารเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา แนะอย่าติดต่อกับคนขับโดยไม่ผ่านแอป Grab และควรตรวจสอบหน้าคนขับและทะเบียนรถว่าตรงกับที่ขึ้นในแอปหรือไม่

Grab ชี้แจงกรณีมีผู้แอบอ้างเป็นคนขับ GrabCar ก่อเหตุล่อลวงผู้โดยสารเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยได้ออกแถลงการณ์อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแนะนำวิธีรับมือ มีเนื้อหาใจความดังนี้

จากเหตุการณ์บุคคลมีประวัติอาชญากรรมก่อเหตุซ้ำซ้อน หลบหนีหมายจับในคดีข่มขืน แอบอ้างเป็นคนขับ GrabCar ก่อเหตุล่อลวงผู้โดยสารเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่ย้ำเตือนถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการเดินทาง และเป็นอุทาหรณ์เตือนใจว่ามิจฉาชีพสามารถแฝงตัวมาได้ในทุกๆ โอกาส

เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงในครั้งนี้ คนร้ายได้ทำการแอบอ้างเป็นผู้ขับขี่ GrabCar เพื่อทำการล่อลวงผู้เสียหาย และก่อเหตุดังกล่าวขณะที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารไม่ได้ใช้งานผ่านแอปของเรา โดยใช้วิธีนัดแนะเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ทำให้ไม่ให้สามารถติดตามสถานะหรือขอความช่วยเหลือจากเบอร์ฉุกเฉินในแอปได้ จนเป็นเหตุให้ญาติไม่สามารถทราบถึงความผิดปกติระหว่างการเดินทางกลับบ้าน และเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้ทันเมื่อรู้ว่าตนกำลังมีภัย

ทั้งนี้ บริษัท Grab ประเทศไทย ระบุถึงมาตการความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารทุกท่านในการใช้บริการแอป Grab ทุกครั้ง คือ

  1. ขอให้ผู้ใช้บริการแอป Grab เรียกใช้บริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปของเราทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ขับขี่เพื่อนัดแนะหรือตกลงการโดยสารโดยไม่ผ่านการใช้งานแอป เพราะระบบของ Grab จะสามารถตรวจสอบรายละเอียดของผู้ขับและเส้นทางการเดินทางได้
  2. ก่อนขึ้นรถควรตรวจสอบหน้าคนขับและทะเบียนรถ และหากข้อมูลไม่ตรงกับในหน้าจอแอป ห้ามขึ้นเด็ดขาด และติดต่อมาที่ คอลเซ็นเตอร์ ของ Grab ที่หมายเลข โทร 02-021-2525 ทันที
  3. เมื่อขึ้นรถแล้ว ให้กดใช้ฟีเจอร์ความปลอดภัยจาก Grab ที่ชื่อ Share My Ride เพื่อส่งแชร์ข้อมูลการเดินทางเป็นลิงก์ข้อความไปยังคนที่ห่วงใย โดยเมื่อพวกเขากดลิงก์นั้น ก็จะพบข้อมูลการเดินทางของผู้โดยสาร ซึ่งประกอบไปด้วย เลขทะเบียนรถ  ชื่อผู้ขับขี่ และตำแหน่งรถขณะโดยสารแบบเรียลไทม์เพื่อดูว่าถึงไหนแล้ว
  4. หากเกิดเหตุฉุกเฉิน บริษัทฯ แนะนำให้กดปุ่มแจ้งฉุกเฉินที่อยู่ในแอป ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถติดต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้โดยตรง พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารใส่หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่ห่วงใยสูงสุด 3 เบอร์ ซึ่งพวกเขาจะได้รับข้อความเตือนทันทีเมื่อผู้โดยสารกดปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน

ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้โดยสารและผู้ขับขี่ เป็นสิ่งที่ Grab ให้ความสำคัญสูงสุดเหนือความสะดวกสบายจากการใช้แอป และขอแนะนำให้ผู้โดยสารใช้ปุ่มฉุกเฉินหรือติดต่อ Grab ทันทีหากรู้สึกว่ามีสถานการณ์ไม่ปลอดภัยเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

RELATED ARTICLE

Responsive image

บุรีรัมย์ดึง Grab เพิ่มความพร้อมงาน Moto GP หวังสร้าง Smart City เต็มรูปแบบ

(จากซ้ายไปขวา) คุณเนวิน ชิดชอบ ประธาน บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด, คุณอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และคุณธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู...

Responsive image

สมาคมแท็กซี่เสนอไอเดีย "เหมาจ่ายค่าแท็กซี่" เดือนละ 12,000 บาท

คุณวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ ระบุว่ากรณีกรมการขนส่งทางบกเตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะรถแท็กซี่ในโครงกา...

Responsive image

Grab ชี้แจง 5 ประเด็นที่เข้าใจผิด เผยเสียภาษีถูกต้อง ไม่ต่างกับบริษัททั่วไป

ปัจจุบัน มีหลายข้อถกเถียงที่เรามักได้ยินกันบ่อย เกี่ยวกับการเสียภาษีของบริษัทต่างชาติ หนึ่งในนั้นคือ Grab ทำให้ Grab ได้ออกมาเปิดเผย 5 เด็นความเข้าใจผิด โดยชี้แจงเรื่องการเสียภาษี ...