เปิดตัว Honda Zero รถยนต์ไฟฟ้าซีรีส์ใหม่ เน้นเบา บาง และชาญฉลาดขึ้น

ในยุค EV มาแรงแซงสันดาป ค่ายรถยนต์ชั้นนำฝั่งญี่ปุ่นอย่าง Honda ก็ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าซีรีส์ใหม่ ‘Honda Zero’ ในงาน CES 2024 ที่สหรัฐอเมริกา รวมถึงได้เปิดตัวโลโก้เครื่องหมาย ‘H’ ตัวใหม่ที่จะถูกนำมาใช้กับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่อ ๆ ไปในอนาคต พร้อมเผยว่า EV รุ่นนี้ว่าจะมาในคอนเซ็ปต์ เบา บาง และชาญฉลาดขึ้น จะโดดเด่นและแตกต่างแค่ไหน ไปดูกัน

‘Honda Zero’ รถยนต์ไฟฟ้าซีรีส์ใหม่จาก Honda

การสร้าง EV ที่ “Thin, Light, and Wise” เป็นแนวคิดหลักเบื้องหลัง Honda Zero โดยมีเป้าหมาย คือ การนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่เพียงแต่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ยังเบากว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าในแง่ของการออกแบบและสมรรถนะ โดยทาง Honda ได้ให้คำนิยามของทั้ง 3 หลักการไว้ดังนี้

  • Thin / บาง หมายถึง การเพิ่มศักยภาพในการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้า โดยดีไซน์ให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและรถมีความสูงต่ำลง ผ่านการใช้แพลตฟอร์มชนิดพิเศษที่บางขึ้นและออกแบบมาสำหรับ EV เพื่อทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีโครงสร้างที่คล่องตัวมากขึ้นตามหลักอากาศพลศาสตร์ และมีแรงต้านอากาศน้อยลง เพื่อทำให้การใช้พลังงานน้อยลงตามไปด้วย
  • Light / เบา หมายถึง การขับขี่แบบสปอร์ต เพราะความเร็วแรงจะไม่หยุดอยู่แค่สันดาป Honda จึงมุ่งพัฒนาให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถขับขี่อย่างสนุกสนานไม่ต่างจากสันดาป ผ่านการใช้เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ของบริษัท
  • Wise / ชาญฉลาด หมายถึง การเสริมแกร่งซอฟต์แวร์ดั้งเดิมของ Honda ด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมากับเทคโนโลยีล้ำหน้าใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาในปัจจุบัน

ซึ่งซีรีส์นี้ได้เปิดตัวออกมาถึง 2 โมเดล อย่าง Saloon และ Space-Hub โดยแต่ละรุ่นจะมีดีไซน์ที่แตกต่างกัน เริ่มต้นด้วยรุ่นแรกอย่าง Saloon จะเป็นรถซีดานที่ดูโฉบเฉี่ยว มีรูปทรงลาดเอียง (โหลดต่ำ) คล้ายรถสปอร์ตในการแข่งรถ Formula 1 คาดว่าจะวางขายในสหรัฐอเมริกาภายในปี 2026

ในส่วนของ Space-Hub จะมีลักษณะคล้ายรถตู้ขนาดเล็ก มีกระจกขนาดใหญ่บนหลังคารถที่โค้งไปด้านข้าง ลักษณะคล้ายเรือนกระจก ซึ่งทำให้ภายในรถดูโล่งและโปร่งสบาย แต่ว่ารถคันนี้ไม่มีกระจกหลัง ดังนั้นคนขับอาจต้องติดกล้องเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ด้านหลังแทน


นอกจากนี้ Honda ยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ ด้วยการใช้ e-Axles หรือเพลาไฟฟ้า ซึ่งเป็นระบบที่ประกอบด้วยมอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ (สำหรับแปลงไฟ DC เป็นไฟ AC สำหรับมอเตอร์) และกระปุกเกียร์ (สำหรับปรับความเร็วและแรงบิดของมอเตอร์ไปยังล้อ) 

ซึ่ง e-Axles สามารถแปลงพลังงานไฟฟ้าที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่ของรถยนต์ให้เป็นพลังงานที่จำเป็นในการทำให้ล้อเคลื่อนที่  หรือพูดง่าย ๆ คือ มันทั้งทำให้ EV ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดความซับซ้อนในการทำงานให้น้อยลงนั่นเอง

และไม่ต่างจากผู้ผลิตรถยนต์เจ้าอื่นในตลาด เพราะ Honda ก็วางแผนที่จะเปิดตัวฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ในอนาคต โดยฟีเจอร์ AI จะคอยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ขับขี่ชอบและไม่ชอบ เพื่อสร้างและปรับแต่งประสบการณ์ขับขี่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อ้างอิง: 0.honda, theverge

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ Open Source ล่าสุดจาก NVIDIA โมเดล AI สำหรับระบบ Agentic Reasoning ประมวลผลเร็วกว่ารุ่นเดิม 5 เท่า

ทำความรู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ โมเดล AI โอเพนซอร์สใหม่ล่าสุดที่ใช้สถาปัตยกรรมลูกผสม ประมวลผลเร็วขึ้น 5 เท่า ความจำระดับ 1 ล้านหน่วยคำ ตอบโจทย์การสร้างปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ...

Responsive image

Microsoft เปิดตัว ‘Copilot Health’ AI สรุปข้อมูลสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลจากผลตรวจสุขภาพ และ Smartwatch ปลอดภัยสูง ข้อมูลไม่ถูกนำไปเทรน AI

Microsoft เปิดตัว Copilot Health ผู้ช่วย AI อัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลจาก Wearable และประวัติการรักษา เพื่อวิเคราะห์และสรุปผลสุขภาพอย่างปลอดภัย ช่วยเตรียมความพร้อมก่อนพบแพทย์ พร้อมมาต...

Responsive image

Claude เปิดตัว แผนภาพ Interactive แปลงข้อมูลเป็นภาพจำลองได้ใน Prompt เดียว ข้อมูลเปลี่ยนตามบริบทได้แบบเรียลไทม์

Anthropic อัปเดตใหม่ Claude AI สามารถสร้างแผนภูมิ กราฟ และภาพจำลองแบบ Interactive แทรกลงในหน้าแชตได้โดยตรง ช่วยพลิกโฉมการอธิบายข้อมูลซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น เปิดใช้งานแล้ววันนี้...