เพราะการสร้างคนสำคัญ อนันดาร่วมกับภาครัฐ ดึง 3 มหาวิทยาลัยระดับโลก ปฏิวัติการศึกษาไทย | Techsauce

เพราะการสร้างคนสำคัญ อนันดาร่วมกับภาครัฐ ดึง 3 มหาวิทยาลัยระดับโลก ปฏิวัติการศึกษาไทย

ปรากฏการณ์ของ Digital Disruption ส่งผลกระทบในทุกภาคธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่ด้านระบบการศึกษา รูปแบบการเรียนการสอนแบบเดิม ต้องปรับเปลี่ยนพัฒนาให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น และสอดคล้องกับอาชีพในปัจจุบัน ซึ่งการปฏิวัติระบบนิเวศน์การศึกษาจะสามารถเกิดขึ้นต้องมาจากความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน

ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดคือการร่วมมือระหว่าง บริษัท Ananda Development จำกัด มหาชน กับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยหรือทปอ. และ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ได้แก่ University of Cambridge, University of California, Berkeley และ Stanford University ร่วมกันดำเนินโครงการ How Cambridge Berkeley Stanford do Tech Transfer งานประชุมสัมมนาที่นำองค์ความรู้จากต่างประเทศมามอบให้กับนักศึกษาไทย (Tech Transfer) โดยมุ่งมั่นที่จะปฏิวัติระบบนิเวศน์ในเทคโนโลยีด้านการศึกษาของไทย

แรงผลักดันที่ทำให้อนันดาเข้าร่วมสนับสนุนการศึกษา

คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เล่าถึงการที่บริษัทอสังหาฯเข้ามามีส่วนร่วมกับภาคการศึกษาว่า  “เราได้เดินทางไปยัง Silicon Valley และได้พบปะกับบรรดาผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้เห็นวิธีการทำ Technology transfer ให้ประสบความสำเร็จ จึงอยากทำให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งในเดือนมกราคม 2562 ที่จะถึงนี้ ทางเราได้เชิญกูรูทั้ง 3 มหาวิทยาลัยให้มาแลกเปลี่ยน Best Practices มาดู supply chain ของเหล่า talent ในไทย ที่จะช่วยพัฒนาภาคการศึกษาของไทย อีกทั้งจะส่งผลไปสู่ภาคเอกชนให้ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างคนเพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของเราในอนาคต”

ในส่วนของ ดร. จอห์น มิลลาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด มหาชน  กล่าวถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ พบว่า การที่จะทำ Technology transfer ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ภาคส่วนที่สำคัญต่อการผลักดันให้เรื่องนี้ประสบความสำเร็จคือภาคการศึกษา โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัย

“มหาวิทยาลัยเป็นภาคส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้การพัฒนานวัตกรรมและการก้าวสู่สังคมก้าวไปข้างหน้า ไม่เฉพาะการที่พวกเขามีทรัพย์สินทางปัญญาที่ดีที่สุดเท่านั้น แต่คือวิธีที่พวกเขาได้ฝึก และส่งคนออกไปยังตลาดแรงงานได้อย่างไร นี่เป็นสิ่งสำคัญ”

ระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพในอนาคตจะอยู่ในรูปแบบไหน?

ดร. จอห์น : การมีเครือข่ายและพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนได้มาแลกเปลี่ยนไอเดีย และระดมความคิดได้มากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมในเมืองถึงมีความพัฒนามากกว่าในพื้นที่ชนบท อีกทั้งยิ่งมีบุคลากรในมหาวิทยาลัยมากเท่าไร ยิ่งจะมีการผลิตนวัตกรรมมากเท่านั้น ดังนั้นอะไรก็ตามที่สามารถรวมกลุ่มคนให้มาอยู่ด้วยกัน แลกเปลี่ยนไอเดีย ให้รอบด้านและหลากหลายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ยิ่งดี

การที่เราได้จัดงานในครั้งนี้ จะเป็นการนำมหาวิทยาลัยระดับโลกที่มีความเก่งที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น Cambridge University ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสหราชอาณาจักร Stanford University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน และ University of California, Berkeley ซึ่งก็มีวิถีปฏิบัติและวัฒนธรรมที่ต่างจาก ทาง Stanford เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยรัฐ ดังนั้นแน่นอนว่า การแลกเปลี่ยนความรู้ในครั้งนี้ เราจะได้ไอเดียที่หลากหลาย ยิ่งมีไอเดียมากเท่าไร ยิ่งมีไอเดียใหม่ๆ ที่จะเกิดจากมันมากเท่านั้น ผมเชื่อว่าเราจะสามารถไปถึงการศึกษาในโลกอนาคตได้เร็วขึ้น โดยการแลกเปลี่ยนไอเดียที่ได้จากทั่วทุกมุมโลก จากแหล่งที่มีความหลากหลายที่มากกว่า และนำไอเดียนั้นมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทในประเทศไทย นี่เป็นเหตุผลที่เราได้จัดงานในครั้งนี้

เราไม่อาจรู้ได้ว่าไอเดียที่เราจะได้จากแต่ละมหาวิทยาลัย จะสามารถนำมาปรับใช้กับระบบของประเทศไทยได้หรือไม่ แต่เรามีความเชื่อว่ายิ่งมีไอเดียมากเท่าไร จะยิ่งทำให้เราสามารถนำมาปรับใช้ในการช่วยพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าได้ต่อไปในอนาคต

ความท้าทายในการหาคน ให้สอดคล้องกับทักษะในตลาดแรงงานในอนาคต

ดร. จอห์น: เรื่องนี้เป็นเรื่องท้าทายของทุกภาคส่วน ไม่เฉพาะแค่ภาคการศึกษาเท่านั้น  หากจะพูดถึงทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของแต่ละประเทศในทุกวันนี้นั้น มันไม่ใช่เรื่องของพื้นที่ หรือน้ำมัน แต่เป็นมันสมองของคนต่างหากที่สำคัญ คุณจะสามารถพัฒนาคนของคุณให้ได้ดีแค่ไหน นี่เป็นสิ่งที่หลายประเทศทั่วโลกได้พยายามทำ การร่วมมือของอนันดาและพาร์ทเนอร์ในครั้งนี้ เนื่องจากเราได้มองเห็นช่องว่างในตรงนี้ เราสนใจ และได้มีโอกาสไปอยู่ในสภาพแวดล้อมของบรรดาคนเก่งๆ เราสามารถทำในส่วนของเราให้ดีที่สุดในการช่วยสนับสนุนในส่วนนี้ แต่ส่วนที่เหลือนั้น เป็นเรื่องของความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่จะช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป

การดึง Tech talent ไทยในต่างประเทศ ให้กลับมาทำงานที่ประเทศไทยจะทำได้อย่างไร?

ดร. จอห์น: จากการมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับคนไทยพบว่า มีคนไทยจำนวนมากอยากที่จะกลับมาทำงานในประเทศไทย จริงๆ แล้วถ้าหากพวกเขาอยากกลับมาทำงาน มันจะต้องมีแรงดึงดูดมากพอที่จะทำให้พวกเขาอยากกลับมา เช่น การมีระบบแวดล้อมทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เหล่า talent สามารถใช้ทักษะและความสามารถของพวกเขาในประเทศไทยได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับที่เขาสามารถใช้ศักยภาพของพวกเขาในที่อื่นได้อีกเช่นกัน ยกตัวอย่างที่ Silicon Valley จะเต็มไปด้วยเหล่า talent ที่จบจาก มหาวิทยาลัยระดับท็อปจากทั่วทุกมุมโลก เพราะที่นั่นได้มีการสร้างระบบแวดล้อมในการรองรับที่ดี ดังนั้นหากคุณอยากที่จะนำกลุ่มคนเก่งๆ ให้กลับเข้ามาทำงานที่ประเทศไทยจะต้องสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรับ ให้เป็นพื้นที่ที่เหล่า talent สามารถแสดงศักยภาพของเขาอย่างเต็มที่

ความสำคัญของโลกดิจิทัลที่ภาครัฐ พร้อมผลักดัน

ความสำคัญของโลกดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงในทุกภาคธุรกิจส่งผลภาคการศึกษา ซึ่งด้าน ทปอ. ขานรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)  กล่าวในเรื่องความคาดหวังของภาคมหาวิทยาลัยและความปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ว่า “ในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีขั้นสูงต่างๆ ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อภาคการศึกษาไทย และสถาบันอุดมศึกษามีหน้าที่ต้องปรับตัว พัฒนาหลักสูตรการเรียนให้ตอบโจทย์ความต้องการของยุคดิจิทัล

ในขณะที่ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงประโยชน์ที่ส่งผลให้กับประเทศไทยในครั้งนี้ว่า “การที่เราจะก้าวผ่านจากกับดักของการพัฒนา เราจะต้องสร้างนวัตกรรมเอง ที่ผ่านมาเราใช้นวัตกรรมจากต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมีส่วนสำคัญ กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ขององค์ความรู้ใหม่เกิดในภาคมหาลัย แต่ที่ผ่านมานั้นมันทำไม่ได้เนื่องจากไม่สามารถนำองค์ความรู้ใหม่ที่ได้ไปต่อยอด สร้างนวัตกรรม ภาคการศึกษาและมหาวิทยาลัย จะต้องเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน พัฒนา สร้างคนให้ทันสมัย ทันเทคโนโลยี ทันโลก นอกจากนี้คือการนำงานวิจัย และองค์ความรู้ใหม่ๆ ไปพัฒนาต่อยอดสู่นวัตกรรม อีกทั้งภาคเอกชนจะเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนในการสร้างความยั่งยืนของเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น”

เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ How Cambridge Berkeley Stanford do Tech Transfer จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562 ณ. Town Hall ชั้น 11, อนันดา แคมปัส, อาคาร FYI กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 08:00 - 18:30 น. ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Ananda UrbanTech www.ananda.co.th/urbantech หรือที่เฟสบุ๊ค www.facebook.com/ananda.pcl.urbantech

บทความนี้เป็น Advertorial

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

TMA เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศที่มีขีดความสามารถที่สุดในโลกโดย IMD ไทยขยับขึ้นมาอันดับที่ 25

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในโลก จัดอันดับโดย World Competitiveness Center ของ IMD ประจำปี 2567 ไทยอยู่ที่ 25 และคว้...

Responsive image

ประเทศไทยในยุค AI Economy ไม่ได้ขาดงาน แต่ขาดคนที่มีทักษะ AI

ประเทศไทยในยุค AI Economy ถึงเวลาที่ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ด้วยการนำประโยชน์ของ AI มาใช้กับธุรกิจให้ได้มากที่สุด...

Responsive image

Netflix มุ่งลงทุนซีรี่ย์เพิ่มในไทย ‘สมรสเท่าเทียม’ สร้างโอกาสนำเสนอเนื้อหาหลากหลาย

Netflix สตรีมมิ่งภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเดินหน้าสร้างหนัง ซีรี่ส์ และรายการท้องถิ่นมากขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แรงหนุนจากสมรสเท่าเทียม...