'จากการขายอินเทอร์เน็ต สู่การขายพลัง AI' Huawei ชี้อนาคตของโทรคมนาคมจะขับเคลื่อนด้วยโมเดลรายได้จาก Token Monetization

ในงาน MWC Shanghai 2026 Huawei เปิดตัวแนวคิดใหม่สำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ภายใต้ธีม “Advancing All Intelligence” โดยชูการผสาน บริการ เครือข่าย และการประมวลผล หรือ Service-Network-Compute Integration เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสร้างรายได้จากทั้งการใช้งานข้อมูลแบบเดิม และการใช้งาน AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

AI กำลังเปลี่ยนบทบาทของเครือข่ายมือถือ

David Wang รองประธานบอร์ดและ Rotating Chairman ของ Huawei ระบุว่า ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาเทคโนโลยีมือถือในแต่ละเจเนอเรชันเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเติบโต จากการเพิ่มประสิทธิภาพของคลื่นความถี่ ไปจนถึงการทำให้โครงสร้างเครือข่ายเรียบง่ายขึ้น และเปิดทางให้เกิดบริการใหม่ ๆ

แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุค AI เครือข่ายมือถือจะไม่ได้ทำหน้าที่แค่รับส่งข้อมูลอีกต่อไป แต่ต้องรองรับบริการอัจฉริยะ โมเดล AI และ AI Agent ที่ต้องการการเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์มากขึ้น

6 สิ่งที่ Huawei มองว่าจะกำหนดอนาคตอุตสาหกรรมมือถือ

Huawei ระบุว่า ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องให้ความสำคัญกับ 6 เรื่องหลัก ได้แก่ 

  • การพัฒนาบริการและความสามารถใหม่สำหรับระบบสื่อสารในอนาคต
  • การผสาน AI เข้ากับเครือข่ายมือถือ
  • การสร้างสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่เชื่อมต่อดาวเทียมและภาคพื้นดิน
  • การวางแผนคลื่นความถี่อย่างยั่งยืน
  • การกำหนดมาตรฐานของ AI-native core network
  • การสำรวจโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับบริการมือถือ

จาก Byte Monetization สู่ Token Monetization

หัวใจสำคัญของการประกาศครั้งนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากการสร้างรายได้จาก 'ปริมาณข้อมูล' หรือ Bytes ไปสู่การสร้างรายได้จาก 'Tokens' ซึ่งเป็นหน่วยสำคัญของการใช้งาน AI

พูดง่าย ๆ คือ ในอดีตผู้ให้บริการเครือข่ายอาจสร้างรายได้จากแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต ความเร็ว หรือปริมาณดาต้า แต่ในยุค AI การใช้งานใหม่ ๆ เช่น AI Assistant, AI Glasses, Smart Home Assistant หรือบริการ AI Agent อาจกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่ต้องพึ่งพาเครือข่ายคุณภาพสูงมากขึ้น

5G-A จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของบริการ AI

Huawei ระบุว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้งาน 5G-Advanced หรือ 5G-A ทั่วโลกเกิน 100 ล้านรายแล้ว และบริษัทกำลังทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เพื่อผลักดันการสร้างรายได้จากประสบการณ์การใช้งาน 5G-A หรือ Experience Monetization

เป้าหมายคือทำให้ 5G-A ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีเครือข่ายรุ่นใหม่ แต่กลายเป็นเครื่องมือในการรักษาผู้ใช้งานระดับกลางถึงพรีเมียม เพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ หรือ ARPU และสร้างบริการใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน

High Uplink กลายเป็นจุดขายใหม่ของเครือข่าย

หนึ่งในความสามารถที่ Huawei ให้ความสำคัญคือ High Uplink หรือความเร็วอัปโหลดสูง เพราะบริการ AI หลายรูปแบบไม่ได้ต้องการแค่ดาวน์โหลดเร็ว แต่ต้องส่งข้อมูลกลับขึ้นไปประมวลผลแบบเรียลไทม์ด้วย

ตัวอย่างเช่น AI Glasses ที่ใช้แปลภาษา หรือช่วยอธิบายนิทรรศการผ่านภาพและเสียงแบบเรียลไทม์ Huawei ระบุว่าการใช้งานลักษณะนี้ต้องการความเร็วอัปโหลดราว 20 Mbps ทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายต้องเริ่มพัฒนาแพ็กเกจและบริการที่รับประกันทั้งความเร็วอัปโหลด ความหน่วงต่ำ และคุณภาพการเชื่อมต่อที่สม่ำเสมอ

U6 GHz คือคลื่นสำคัญของยุค AI

Huawei ยังชี้ว่า คลื่น Upper 6 GHz หรือ U6 GHz จะเป็นหนึ่งในคลื่นสำคัญสำหรับเครือข่ายยุคถัดไป เพราะรองรับการเชื่อมต่อที่ต้องการแบนด์วิดท์สูง ความน่าเชื่อถือสูง และความหน่วงต่ำ

ปัจจุบันมีมากกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคที่กำหนดให้ U6 GHz เป็นคลื่นสำหรับระบบสื่อสารเคลื่อนที่ ครอบคลุมประชากรเกือบ 80% ของโลก โดยปี 2026 ถูกมองว่าเป็นปีเริ่มต้นของการให้บริการเชิงพาณิชย์บนคลื่น U6 GHz ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจากตะวันออกกลาง รวมถึงผู้ให้บริการบางรายในฮ่องกงและมาเก๊า

Huawei เปิดตัว AI-Centric Target Network

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน Huawei เปิดตัว AI-Centric Target Network ซึ่งเป็นแนวคิดเครือข่ายที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการสื่อสารและการประมวลผล AI

แนวคิดนี้เปลี่ยนเครือข่ายจากระบบที่เน้นส่งทราฟฟิก ไปสู่ระบบที่รองรับการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ และสามารถจัดสรรพลังประมวลผลทั่วทั้งเครือข่ายได้ กล่าวอีกแบบคือ การเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายในอนาคต อาจไม่ได้หมายถึงแค่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แต่หมายถึงการเข้าถึงพลังประมวลผล AI ไปพร้อมกัน

AI จะช่วยให้เครือข่ายดูแลตัวเองได้มากขึ้น

Huawei ยังเดินหน้าพัฒนา Autonomous Network หรือเครือข่ายอัตโนมัติระดับ 4 โดยใช้ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการเครือข่าย ทั้งด้านการบำรุงรักษา การเพิ่มประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้

ในปี 2026 Huawei ระบุว่าจะร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายในหลายพื้นที่ เพื่อนำ AI แบบเฉพาะโดเมนไปใช้กับเครือข่ายไร้สายและเครือข่ายส่งสัญญาณ โดยหวังว่าจะช่วยให้ผู้ให้บริการสร้างบริการที่แตกต่างในสถานการณ์เฉพาะ เช่น รถไฟความเร็วสูง สนามอีเวนต์ และมหาวิทยาลัย

การมาของ AI ทำให้เครือข่ายมือถือกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่ผู้ให้บริการแข่งขันกันเรื่องความเร็วและปริมาณดาต้า ไปสู่การแข่งขันเรื่องคุณภาพประสบการณ์ ความสามารถในการรองรับ AI และการเชื่อมต่อกับพลังประมวลผล

สำหรับ Huawei นี่คือโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในการสร้างรายได้จาก Token Monetization และทำให้เครือข่ายกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของเศรษฐกิจ AI ในอนาคต

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Anthropic เดือด แฉ Alibaba สร้างบัญชีผี 25,000 บัญชี ดูดข้อมูล Claude ไปเทรน AI ของตัวเอง

Anthropic แฉ Alibaba สร้างบัญชีผี 25,000 บัญชี ลอบดูดข้อมูล (Distillation) จาก Claude ไปเทรน AI ของตัวเอง ชี้เป็นแคมเปญขโมยข้อมูล AI ครั้งใหญ่สุดที่เคยมีมา...

Responsive image

ศรีจันทร์ฯ กำไรสุทธิโต 34% ยอดขายทะลุ 2,055 ล้านบาท ประกาศไม่ขึ้นราคาสินค้ากลางวิกฤต พร้อมทุ่ม R&D หนักที่สุดเพื่อบุกอาเซียน

ศรีจันทร์สหโอสถกำไรสุทธิโต 34% ยอดขายทะลุ 2,055 ล้านบาท ประกาศไม่ขึ้นราคาสินค้ากลางวิกฤต พร้อมถอดกลยุทธ์ T-Beauty ทั้งครีมซองที่โต 45.3% Fandom Marketing และแผนบุกอาเซียน ภายใต้แนว...

Responsive image

หมดยุครอเวลาราชการ 'D-Value' ฟีเจอร์ประเมินราคาที่ดินออนไลน์ ออกไฟล์รับรอง 'สำเนาถูกต้อง' ส่งเข้าเมลใน 10 นาที

กรมธนารักษ์ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ 'D-Value' รับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย” ซึ่งเป็นบริการที่รัฐจัดให้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งย...