หุ่นยนต์ล้มกลางมาราธอน เมื่อ Humanoid ต้องวิ่งแข่งกับมนุษย์ในสนามจริง

กรุงปักกิ่งกลายเป็นสมรภูมิแห่งนวัตกรรมอีกครั้ง เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา เมืองหลวงของจีนเปิดฉาก “2025 Beijing E-Town Half Marathon and Humanoid Robot Half Marathon” งานแข่งวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับกีฬาอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 12,000 คน และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 21 ตัวจากหลายบริษัทเทคชั้นนำร่วมลงสนาม

Humanoid

ศึก Machine vs. Muscle ใครจะชนะ ?

การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้ลงแข่งในระยะฮาล์ฟมาราธอนอย่างจริงจัง โดยวิ่งในเลนแยกจากมนุษย์ หุ่นยนต์แต่ละตัวถูกพัฒนามาให้มีรูปร่างและการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน ทั้งจาก Noetix Robotics, Unitree Robotics และศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แห่งปักกิ่ง ซึ่งนำเสนอโมเดลใหม่ที่สามารถเคลื่อนไหวได้คล้ายมนุษย์ขึ้นเรื่อย ๆ

ในสนามมาราธอนที่มีทั้งมนุษย์และหุ่นยนต์ 21 ตัวร่วมแข่งขัน งานนี้ได้ให้หุ่นยนต์แสดงความสามารถ โดยหุ่นยนต์แต่ละตัวก็มีดีไซน์ที่แตกต่างกันไป เช่น:

  • N2 จาก Noetix Robotics สูงประมาณ 90 ซม. หนัก 18 กก.
  • G1 จาก Unitree Robotics สูงเกิน 120 ซม. หนักเกือบ 36 กก.
  • บางรุ่นออกแบบใบหน้าเป็นผู้หญิง สื่อถึงการพัฒนาในด้าน Human-Robot Interaction

ทางการปักกิ่งเผยว่าหุ่นยนต์ที่เข้าร่วมต้องผ่าน “โปรแกรมฝึกเข้มข้น” รวมถึง “การฝึกความอึดกลางดึก” เพื่อให้สามารถวิ่งระยะทาง 13 ไมล์ได้ภายในเวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบ locomotion ในหุ่นยนต์

แต่การแข่งขันครั้งนี้ก็ไม่ได้ราบรื่นทั้งหมด มีหุ่นยนต์หลายตัวที่ประสบปัญหาหลายอย่าง เช่น หุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่ล้มตั้งแต่เส้นสตาร์ท อีกตัวที่วิ่งชนราวเหล็กจนทำให้ผู้ดูแลล้มลงไปด้วย และหุ่นยนต์ที่ชื่อ Huanhuan วิ่งหลงทางไปหลายรอบ ก่อนจะนั่งลงกลางสนามและไม่ยอมลุกขึ้นมาอีก

แต่ท่ามกลางอุปสรรคเหล่านั้น มีหุ่นยนต์ที่สามารถพิสูจน์ความสามารถของตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง โดย Tein Kung Ultra จากศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แห่งปักกิ่ง เป็นหุ่นยนต์ตัวแรกที่สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หลี่ เฉวียน รองผู้อำนวนการเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า เขาต้องการให้กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่โชว์สนุก ๆ แต่หวังกระตุ้นให้คนทั่วไปเห็นศักยภาพของหุ่นยนต์ เพื่อเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ต่อไปในระยะยาว 

เมื่อหุ่นยนต์ออกจากห้องทดลอง สู่สนามทดสอบจริง

การแข่งขันในปักกิ่งอาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ที่ AI และหุ่นยนต์ไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอหรือสายการผลิตอีกต่อไป แต่กำลังวิ่งเคียงข้างมนุษย์ในสนามจริง ไม่ใช่แค่จีนเท่านั้นที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ หลายบริษัททั่วโลกกำลังผลักดันเทคโนโลยีให้เข้าใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น

  • Mercedes-Benz และ BMW เริ่มทดสอบใช้หุ่นยนต์ในสายการผลิตจริง
  • หุ่นยนต์จาก Unitree โชว์ลีลาการเต้นที่แม่นยำในงาน Spring Festival Gala 2025

แม้แต่ Elon Musk ยังเคยกล่าวไว้ว่า “ภายในปี 2024 หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจมีจำนวนมากกว่ามนุษย์” ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์อาจไปถึงในอนาคตอันใกล้

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

8 หน่วยงานรัฐจับมือเปิดตัว ‘Thailand FastPass’ เปลี่ยนรัฐจากผู้กำกับดูแลสู่ผู้อำนวยความสะดวก ร่นเวลาอนุมัติลงทุนได้ถึง 50%

รัฐบาลเปิดตัว Thailand FastPass ผนึก 8 หน่วยงานรัฐลงนาม MOU ร่นเวลาอนุมัติลงทุน 20-50% มอบบัตรล็อตแรก 25 โครงการ มูลค่า 223,000 ล้านบาท ดันเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 700,000 ล...

Responsive image

อนาคตของคนในโรงงาน ไม่ได้ถูกแทนที่ แต่จะถูกย้ายจากการทำซ้ำไปสู่การกำกับระบบ สรุปคู่มือการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะ จาก World Economic Forum

รายงาน Human Machine Collaboration in Industrial Operations ของ World Economic Forum ร่วมกับ Accenture กำลังตั้งคำถามตัวโตว่า เราจะขยับจากการเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์ในไลน์ผลิต หรือจำนวนร...

Responsive image

Data Center ที่ร้อนกว่าอ่างน้ำอุ่น แต่ประหยัดทั้งน้ำ และไฟ NVIDIA กับแนวคิดระบบหล่อเย็น 45 องศา เเปลี่ยนจากทำให้เย็น เป็นทำให้ร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่างน้ำร้อนที่เราเห็นตามโรงแรม มักมีอุณหภูมิประมาณ 38–40 องศาเซลเซียส แค่นี้ก็ร้อนจนคนส่วนใหญ่แช่ได้ไม่นาน ประมาณ 15 นาที ก็ต้องลุกแล้ว แต่เซิร์ฟเวอร์ AI รุ่นใหม่ของ NVIDIA กลับ...