อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เผยผลประกอบการปี 2563 มีรายได้ 8,198 ล้านบาท หลังยอดขาย online - OEM โตโดดเด่น

 บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM  ประกาศผลงานปี 2563 โดยมีรายได้รวม 8,198 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 421 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4/2563 มีกำไรสุทธิ 143.0 ล้านบาท พลิกกลับมาเติบโตได้สำเร็จครั้งแรกหลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แม้มีระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ยอดออนไลน์พุ่งทะยานต่อเนื่อง ยอด OEM เติบโตโดดเด่น ขณะที่สภาพคล่องยังแกร่ง จ่ายคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารมั่นใจหลังการทยอยได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 ของประชาชน ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น กำลังซื้อฟื้นตัว หนุนภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้กลับมาเติบโตได้ในปี 2564 

คุณกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านครบวงจรในประเทศไทย เปิดเผยผลการดำเนินการไตรมาส 4/2563 ว่า แม้มีการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐประกาศมาตรการคุมเข้มเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในหลายจังหวัด โดยการเติบโตของรายได้รวมอยู่ที่ 2,128 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิสามารถเติบโตได้ โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 143 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 1.7% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยภาพรวมปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,198 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 421 ล้านบาท

ในไตรมาส 4/2563 บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย 45.4% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 41.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หลังดำเนินการปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่ไปกับการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.7% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หลังบริษัทฯ เดินหน้าควบคุมค่าใช้จ่ายในทุกด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง    

ประกาศจ่ายปันผล 0.42 บาท/หุ้น

คุณกฤษชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ในช่วงสถานการณ์ที่ยังค่อนข้างยากลำบาก บริษัทฯ สามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างแข็งแกร่ง ชำระคืนเงินกู้ระยะยาวสถาบันการเงินนับจากต้นปีรวม 1,502 ล้านบาท ซึ่งเป็นการชำระคืนก่อนกำหนด 1,156 ล้านบาท โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่องนับจากเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562  และล่าสุด บริษัทฯ ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับรอบผลประกอบการปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.42 บาท โดยจะนำเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 23 เมษายน 2564 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.15 บาท ต่อหุ้น คงเหลือที่ต้องจ่ายผู้ถือหุ้นเพิ่มอีก 0.27 บาทต่อหุ้น 

แนวโน้มปี 2564 

สำหรับแนวโน้มปี 2564 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า หลังประชาชนทยอยได้รับวัคซีน COVID-19 รัฐบาลจะเริ่มเปิดประเทศรับชาวต่างชาติ ซึ่งจะช่วยหนุนให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว ความมั่นใจของผู้บริโภคและกำลังซื้อจะเริ่มกลับมาดีขึ้น และเศรษฐกิจภายในประเทศจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ยอดขายของสาขาพลิกกลับมาเติบโตได้ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่จะยังเป็นหนึ่งในกำลังหลักในการผลักดันการเติบโตของยอดขาย และยอด OEM ที่มีแนวโน้มสดใสจะยังคงเติบโตได้สูงในปีนี้ หลังบริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากอานิสงส์ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนยอดขายของบริษัทฯ ให้สามารถกลับมาเติบโตได้อย่างมั่นคง ในขณะที่บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงต่อไป รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายในทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ และบริหารจัดการปริมาณสินค้าคงเหลือให้อยู่ในระดับต่ำอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการของบริษัทฯ ให้กลับไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ COVID-19 ได้ นางสาวกฤษชนกกล่าว



ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ม.มหิดล อันดับ 1 โลก SDG 3 เปิดยุทธศาสตร์ ‘Holistic Wellbeing’ นิยามความเป็นอยู่ที่ดีแบบใหม่ของมหิดล ที่จะนำประเทศไปสู่ Wellness Economy

มหาวิทยาลัยมหิดลคว้าอันดับ 1 ของโลกด้าน SDG 3 ด้วยคะแนน 93.6 จาก THE Sustainability Impact Rankings 2026 พร้อมเปิดยุทธศาสตร์ Holistic Wellbeing พาไทยชิงตลาด Wellness Economy โลกที่...

Responsive image

ถอดวิสัยทัศน์ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ยุคที่ธุรกิจต้องการ 'Social License to Operate' และ 'เงินทุน' ไม่ได้ไหลเข้าบริษัทที่มุ่งแต่จะทำกำไรสูงสุด

สรุปวิสัยทัศน์ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จากงาน Capital with Porpose 2026 : Unlocking ESG Value through Green Finance ที่ชี้ให้เห็นว่า ความยั่งยืน ไม่ใช่ทางเลือกแต...

Responsive image

'จากการขายอินเทอร์เน็ต สู่การขายพลัง AI' Huawei ชี้อนาคตของโทรคมนาคมจะขับเคลื่อนด้วยโมเดลรายได้จาก Token Monetization

Huawei เปิดวิสัยทัศน์ Token Monetization ในงาน MWC Shanghai 2026 ชี้ AI กำลังเปลี่ยนโมเดลธุรกิจโทรคมนาคม จากการขาย Data สู่การสร้างรายได้จากบริการ AI และ 5G-A...