InnoSpace ทุ่ม 50 ล้านบาท ตั้งกองทุน Bridge fund ช่วย Startup ฝ่าวิกฤต COVID-19

InnoSpace (Thailand) ทุ่มเงินกว่า 50 ล้านบาท ตั้งกองทุน Bridge fund เพื่อช่วยเหลือ Startup ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และให้ความสําคัญ Startup ที่มี Solution ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาและสถานการณ์ในปัจจุบันได้

จากนโยบายด้านการลงทุนของ InnoSpace (Thailand) โดยได้มีการเตรียมเงินไว้ 550 ล้านบาท เป็นการตั้งกองทุนทั้งหมด 3  กองทุนด้วยกัน โดยมีกรอบระยะเวลาในการลงทุน 5 ปี ได้แก่ 

กองทุน Big-Win Strategy วงเงินประมาณ 300 ล้านบาท

สําหรับลงทุนใน Deep-tech Startup ที่มีศักยภาพและ สามารถพัฒนาเศรษฐกิจของไทยได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะ Startup ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เช่น Biotech และ Medical technology ที่ประเทศไทยมีความพร้อม และความได้เปรียบทั้งด้านทรัพยากร และบุคลากร แต่ Startup กลุ่มนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจเนื่องจากการลงทุนใน Deep-tech Startup มีความเสี่ยงสูง และต้องให้ เวลา Startup ในการพัฒนา Technology ของตัวเอง

กองทุน Quick-Win Strategy วงเงินประมาณ 200 ล้านบาท 

สําหรับ Startup ที่มีความแข็งแกร่งพร้อมจะเป็น Unicorn และมี ศักยภาพสามารถเป็นregional player ได้ เพื่อที่จะเป็นเครื่องจักรใหม่ที่สําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งนอกจาก การลงทุนที่เป็นตัวเงินแล้ว InnoSpace (Thailand) จะทําหน้าที่เชื่อมโยงให้ Startup ที่ลงทุนนํา Solution ต่างๆ มาใช้งานและ ร่วมพัฒนาไปกับ บริษัทพันธมิตรด้านการลงทุนที่เป็นบริษัทฯ ชั้นนําและมีประสบการณ์ในด้านธุรกิจในด้านต่างๆ ด้วย 

กองทุน Bridge fund วงเงิน 50 ล้านบาท

เป็นอีกกองทุนที่เพิ่งจัดทําขึ้นมาในช่วงสถานการณ์ COVID-19  เพื่อช่วยเหลือ Startup ที่ได้รับผลกระทบและให้ความสําคัญ Startup ที่มี Solution ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาและสถานการณ์ในปัจจุบันได้

“สิ่งสําคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ คือการช่วยเหลือ Startup ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งเราทุกคนต้องร่วมแรงร่วม ใจกันเมื่อผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน InnoSpace (Thailand) จึงเตรียมการออกกองทุนฯInno Bridge Fund ในช่วง สถานการณ์พิเศษนี้ เพื่อช่วยเหลือ Startup ที่ได้รับผลกระทบและให้ความสําคัญ Startup ที่มี Solution ที่จะช่วย แก้ไขปัญหาและสถานการณ์ได้ในวงเงิน 50 ล้านบาท โดยวงเงินไม่เกิน3ล้านบาทต่อราย เป้าหมายหลักของกองทุนนี้คือ การเพิ่มสภาพคล่องของ Startups ระหว่างรอบการระดมทุน (Bridge round) และ จะช่วยเป็นศูนย์กลางช่วยประสานงานให้กับธนาคารที่เป็นพันธมิตรด้านการลงทุน และหน่วยงานภาครัฐที่ได้เข้ามาร่วม การทํางานกับเราเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์นี้”

InnoSpace จับมือ กลต. หนุน SMEs/ Startup ระดมทุน

นอกจากนี้ InnoSpace (Thailand) ได้มีการหารือกับ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เพื่อสนับสนุนนโยบายของ กลต. ที่เปิดกว้างขึ้นสําหรับ SMEs/ Startup เรื่อง “การเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจํากัดโดยวิสาหกิจ ขนาดกลาง และขนาดย่อม” ที่เพิ่งประกาศใช้งานเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้อนุญาตให้ SMEs/Startup สามารถ ระดมทุนผ่านหุ้นกู้แปลงสภาพสําหรับนักลงทุนในวงจํากัด 

ทั้งนี้ InnoSpace (Thailand) และ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) กําลังหารือกันที่จะมีความร่วมมือในการจัดสัมมนา เพื่อให้ความรู้และวิธีการระดมทุนผ่านหุ้นกู้แปลงสภาพเพื่อให้Startup ไทยสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุนได้ หลังจากนี้ เนื่องจากเป็นเครื่องมือทางการเงินที่คล่องตัวสูง 

สำหรับ Startup ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดใน FB : InnoSpace (Thailand) โดยกองทุนฯ Inno Bridge Fund นี้จะ เปิดรับการลงทะเบียนในระหว่างวันที่ 10-30 เมษายน 2563 และจะมีการพิจารณาตามลําดับการลงทะเบียนทุก 1 อาทิตย์






ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...

Responsive image

Hugging Face เล็งขายกิจการ คาดมูลค่าพุ่ง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าหาผู้ซื้อรายใหม่

Hugging Face กำลังเล็งขายกิจการ ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงอาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น...