กสิกรไทยนำร่องใช้เทคโนโลยี Face Recognition เปิดบัญชีเงินฝาก

ธนาคารกสิกรไทยยกระดับความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าในการเปิดบัญชี นำเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) ช่วยพิสูจน์ตัวตนลูกค้า กับสาขาของธนาคาร นำร่องใช้เปิดบัญชีเงินฝาก เพิ่มความแม่นยำให้พนักงานใช้พิสูจน์ตัวตนของลูกค้า พร้อมเตรียมเชื่อมข้อมูลข้ามธนาคาร ขยายการให้บริการบนช่องทางดิจิทัล เริ่มจากการเปิดบัญชีเงินฝาก ช่วยให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางมาสาขา และสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความปลอดภัยยุคดิจิทัล ตั้งเป้าให้บริการเต็มรูปแบบไตรมาส 3 ปีนี้ พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการต่อยอดกับภาครัฐ ให้ลูกค้ายืนยันตัวตนเพื่อขอรับบริการจากภาครัฐฯ ในอนาคต

คุณศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส  ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารให้ความสำคัญเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า จึงนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการป้องกันความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดธนาคารได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) มาช่วยการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าที่สาขา โดยนำร่องใช้สำหรับบริการเปิดบัญขีเงินฝากที่สาขาของธนาคารแล้ว เพื่อเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าของพนักงานสาขา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการสวมตัวตนเพื่อเปิดบัญชีของอาชญากร

สำหรับเอกสารและขั้นตอนการเปิดบัญชียังคงใช้พื้นฐานเดิมอยู่ ส่วนที่พัฒนาเพิ่มเติมเข้ามา คือ พนักงานสาขาจะทำการถ่ายภาพใบหน้าลูกค้าที่ขอเปิดบัญชี จากนั้นนำระบบเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) ใช้เปรียบเทียบภาพถ่ายกับรูปภาพบนบัตรประชาชนของลูกค้า หลังจากนั้นพนักงานจะนำข้อมูลผลการเปรียบเทียบมาประกอบการเปิดบัญชีให้แก่ลูกค้า

ทั้งนี้ การให้บริการดังกล่าวอยู่ในโครงการ Regulatory Sandbox กับธนาคารแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 จากผลการทดสอบพบว่า ระบบมีการตรวจสอบที่แม่นยำเป็นที่น่าพอใจ โดยเป้าหมายการพัฒนา คือ ธนาคารมีกระบวนการใช้งานระบบได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ มีประสิทธิภาพ จนสามารถกำหนดให้ขั้นตอนการถ่ายภาพและพิสูจน์ตัวตนด้วยเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้าเป็นมาตรฐานในการทำธุรกรรม นอกจากนี้ ภายในไตรมาส ของปีนี้ เตรียมต่อยอดเชื่อมโยงข้อมูลข้ามธนาคาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมที่ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางดิจิทัลแทนการเดินทางมาสาขาได้ ทุกที่ทุกเวลา ครอบคลุมธุรกรรมสำคัญ อาทิ การขอสินเชื่อ และการเปิดบัญชีใหม่ข้ามธนาคาร  โดยมี National Digital ID เป็นหน่วยงานกลางที่คอยดูแลให้การส่งข้อมูลระหว่างกันเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ และในอนาคตยังมีแผนจะผลักดันให้เกิดการต่อยอดกับภาครัฐ ช่วยให้ลูกค้าที่ติดต่อรับบริการจากทางราชการสามารถยืนยันตัวตนด้วยเทคโนโลยีนี้ได้อีกด้วย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

32 เครือข่ายร่วมกับ NIA อว. สร้าง 'Medical Innovation Hub' ลดพึ่งพาต่างชาติ ด้วยการสร้างและส่งออกนวัตกรรมการแพทย์เอง

NIA เปิดตัว 32 ภาคีเครือข่ายที่ร่วมยกระดับไทยจาก 'ผู้ให้บริการทางการแพทย์และผู้รับจ้างผลิต' สู่ 'ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ (Medical Innovation Hub)' ที่สามารถออกแบบ พัฒนา และต่อยอด...

Responsive image

ททท. จับมือ Visa เปิดตัว Visa Destinations ดันไทยสู่จุดหมายระดับโลกที่เที่ยวง่าย จ่ายคล่อง

วีซ่าจับมือ ททท. ดันไทยเป็นตลาดแรกและประเทศเดียวในเอเชียแปซิฟิกที่ได้สถานะ Visa Destinations ระดับประเทศ ยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ ครอบคลุม 8 เมืองหลั...

Responsive image

Grab หั่น GP เหลือ 9% สมัครร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Grab Thailand ขานรับนโยบายรัฐหั่น GP เหลือ 9% พร้อมอัดสินเชื่อร้านอาหารสูงสุด 2 ล้านบาท และแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ 10 เด้ง ดันยอดขายฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ อ่านขั้นตอนสมัครที่นี่...