กรุงศรีเผย Trade War ทำเงินบาทแข็งต่อ แนะผู้ประกอบการชิงจังหวะลงทุนเพื่อรอโตระยะยาว

กรุงศรีเผยสถานการณ์เศรษฐกิจหลัง Trade War ย้ำปัจจัยภายนอกทำให้เงินบาทแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาค แนะผู้ประกอบการชิงจังหวะลงทุนเพิ่มศักยภาพการผลิตเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว

ผ่านครึ่งปีแรกของปี 2019 ซึ่งถือเป็นปีที่เกิดเหตุการณ์ระดับโลกซึ่งกระทบเศรษฐกิจมากมาย โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งโลก ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจึงถือโอกาสนี้เชิญสื่อมวลชนมาร่วมฟังบทวิเคราะห์เศรษฐกิจทั่วโลกและผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยจากทีม Global Market ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา

คุณตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์การเงินทั่วโลกได้รับผลกระทบจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สถานการณ์ Trade War ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และสถานการณ์การเมืองในยุโรป ทั้งกรณี Brexit และการแต่งตั้งประธานธนาคารกลางสหภาพยุโรปคนใหม่ โดยทั้ง 2 กรณีมีผลต่อมาตรการการเงินของยุโรป

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ส่งผลกับไทยมากที่สุดคือ Trade War เพราะทั้งจีนและสหรัฐฯ เป็นประเทศคู่ค้าของไทยโดยตรง ซึ่งสิ่งที่สะท้อนสถานการณ์ล่าสุดคือ การแข็งค่าของเงินบาทที่สูงถึง 6.32 เปอร์เซ็นต์ การที่เงินบาทแข็งค่าเป็นการฉุดรั้งศักยภาพการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย แต่ทั้งนี้ก็มีสัญญาณที่ดีอยู่ เพราะการเก็บเงินบาทของบรรดา Fund Manager ต่างประเทศซึ่งมองว่าเงินบาทเป็น Safe Currency จากการมีเงินทุนสำรองสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงจึงทำให้เงินบาทแข็งค่าสูงอย่างที่เป็นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกกำลังประสบปัญหาชะลอตัวส่งผลให้การประมาณการตัวเลขส่งออกของไทยต่ำกว่าเป้าที่ 1.5 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงปรับลดตัวเลขประมาณการ GDP เหลือเพียง 3.2 เปอร์เซ็นต์ จากที่ตั้งไว้ต้นปีที่ 4 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ กรุงศรีคาดการณ์ว่าเงินบาทจะยังคงแข็งค่าต่อเนื่องจนถึงปี 2020 และมีโอกาสที่จะลงต่ำกว่า 30 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จึงมีข้อแนะนำ 2 ข้อด้วยกัน ได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ซึ่งทำให้เกิดการนำเข้าวัตถุดิบที่จำเป็นด้วยต้นทุนที่ตำกว่า และให้ผู้ประกอบการถือโอกาสนำเข้าเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่ออัพเกรดศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ม.มหิดล อันดับ 1 โลก SDG 3 เปิดยุทธศาสตร์ ‘Holistic Wellbeing’ นิยามความเป็นอยู่ที่ดีแบบใหม่ของมหิดล ที่จะนำประเทศไปสู่ Wellness Economy

มหาวิทยาลัยมหิดลคว้าอันดับ 1 ของโลกด้าน SDG 3 ด้วยคะแนน 93.6 จาก THE Sustainability Impact Rankings 2026 พร้อมเปิดยุทธศาสตร์ Holistic Wellbeing พาไทยชิงตลาด Wellness Economy โลกที่...

Responsive image

ถอดวิสัยทัศน์ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ยุคที่ธุรกิจต้องการ 'Social License to Operate' และ 'เงินทุน' ไม่ได้ไหลเข้าบริษัทที่มุ่งแต่จะทำกำไรสูงสุด

สรุปวิสัยทัศน์ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จากงาน Capital with Porpose 2026 : Unlocking ESG Value through Green Finance ที่ชี้ให้เห็นว่า ความยั่งยืน ไม่ใช่ทางเลือกแต...

Responsive image

'จากการขายอินเทอร์เน็ต สู่การขายพลัง AI' Huawei ชี้อนาคตของโทรคมนาคมจะขับเคลื่อนด้วยโมเดลรายได้จาก Token Monetization

Huawei เปิดวิสัยทัศน์ Token Monetization ในงาน MWC Shanghai 2026 ชี้ AI กำลังเปลี่ยนโมเดลธุรกิจโทรคมนาคม จากการขาย Data สู่การสร้างรายได้จากบริการ AI และ 5G-A...