
L’Oréal Groupe ประกาศขยายความร่วมมือด้าน AI กับ NVIDIA อย่างเป็นทางการ โดยครั้งนี้ไม่ได้แค่การนำ AI ไปใช้กับการตลาดหรือโฆษณาเหมือนที่ผ่านมา แต่ขยับไปถึงขั้น R&D แบบเต็มตัว
หัวใจของความร่วมมืออยู่ที่การนำเฟรมเวิร์ก Machine Learning ที่ชื่อว่า NVIDIA ALCHEMI เข้ามาใช้ในระบบวิจัยของ L'Oréal เพื่อสร้างเป็น AI Engine สำหรับพัฒนาสกินแคร์โดยเฉพาะ โดยระบบนี้สามารถคาดการณ์ได้ว่า ‘ส่วนผสมแต่ละตัวจะทำงานร่วมกันอย่างไร’ แม้ในระดับโมเลกุล
เมื่อมี AI เข้ามาช่วย นักวิทยาศาสตร์ของ L'Oréal จึงสามารถจำลองทั้งประสิทธิภาพและเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ในโลกเสมือนจริงได้ก่อน และทดลองตัวแปรนับพันแบบพร้อมกัน จากเดิมที่ต้องลองทีละสูตรในแล็บ กลายเป็นการ ‘คัดสูตรที่เหมาะที่สุด’ ได้ตั้งแต่บนคอมพิวเตอร์
ผลลัพธ์คือจะช่วยย่นระยะเวลาจากแนวคิดไปสู่สินค้าจริงได้เร็วขึ้นอย่างมาก เร็วกว่าเดิมได้ถึง 100 เท่า และยังช่วยดึงศักยภาพของสารสกัดเฉพาะของแบรนด์ออกมาใช้ได้เต็มที่ โดยเฉพาะในด้านการปกป้องผิวและการชะลอริ้วรอย
สำหรับระยะแรก โปรเจกต์จะโฟกัสไปที่ 2 เรื่องหลัก คือการปกป้องผิวจากแสงแดดและการจัดการปัญหาสีผิวโดย AI จะช่วยหาสูตรที่เหมาะที่สุดในระบบดิจิทัลก่อนนำไปทดลองจริงในแล็บ
ทาง L'Oréal มองว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามายกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมความงาม และช่วยให้การพัฒนาสกินแคร์มีความแม่นยำมากขึ้นในเชิงวิทยาศาสตร์
Barbara Lavernos, Deputy Chief Executive Officer in charge of Research, Innovation and Technology at L'Oréal ระบุว่า เรากำลังใช้ AI เปลี่ยนสิ่งที่ค้นพบในระดับอะตอมให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง ยกระดับทั้งประสิทธิภาพและเนื้อสัมผัส นี่คือก้าวต่อไปของห้องแล็บ
ขณะที่ Azita Martin, Vice President and General Manager of AI for Retail and Consumer Packaged Goods, NVIDIA มองว่า เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาช่วยให้เจอสูตรใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น และนำไปต่อยอดเป็นสกินแคร์เชิงป้องกันที่ดีขึ้นได้
และ L'Oréal ได้นำเทคโนโลยีนี้ไปนำเสนอในงาน NVIDIA GTC AI Conference 2026 ที่เมืองซานโฮเซ ระหว่างวันที่ 16–19 มีนาคม 2026 (โดยเซสชันของ L'Oréal จัดขึ้นวันที่ 17 มีนาคม) การขึ้นเวที AI ระดับโลกครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนบทบาทของ L'Oréal ในการขับเคลื่อน Beauty Tech
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด